สถานศึกษาต้นทุนต่ำ

     ประสบการณ์บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๔๙ทำให้พอจะมองออกถึงทิศทางความน่าจะเป็นในโรงเรียนว่าอะไรคือสาเหตุแห่งปัจจัยปัญหาทั้งปวง

     ทุกวันนี้ นโยบายการปฏิรูปการศึกษา ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของบุคลากรในโรงเรียนขนาดเล็กมาก จึงมีเสียงตอบรับจากหลายโรงเรียน แบบเบื่อหน่าย จะยุบหรือจะควบรวม ก็ทำไปเถอะ และเสียงต่อต้านด้วยเหตุผลว่าเอาอยู่ แบบพึ่งพาตนเองได้

     ปัจจุบันมีการจัดทำแผนบริหารจัดการที่ชัดเจนมากขึ้น ว่าโรงเรียนขนาดเล็กจะอยู่กันอย่างไร โดยเฉพาะที่มีเด็กไม่ถึง ๖๐ คน หลายพันโรง ที่เอาคุณภาพเป็นเดิมพัน โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ที่กำลังจะผ่านพ้นไป ให้ต้นสังกัดจับตาดูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ผลการทดสอบระดับชาติ และผลการประเมินภายนอกรอบ ๓ ว่าโรงเรียนขนาดเล็กทำได้อย่างที่พูดไว้หรือไม่

     บางประเด็นที่หลายคนไม่รู้ และต้นสังกัดยังไม่ยอมสรุปก็คือ ความตกต่ำของคุณภาพนักเรียนไม่ได้เกิดจากโรงเรียนขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว โรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาของ สพฐ. ก็มีค่าคะแนนในวิชาหลักไม่ดีไปกว่าโรงเรียนขนาดเล็ก เมื่อเทียบสัดส่วนครูและความพร้อม

     ถ้าจะมองกันให้ลึกซึ้งถึงระดับรากหญ้า โรงเรียนเล็กยังมีคุณค่าต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่บ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมและช่วยเอื้ออาทรต่อความเป็นอยู่ที่ยากจนของผู้ปกครอง

    ในทางกลับกันรัฐยังคงมองอยู่ในจุดเดิมคือไม่คุ้มทุน ที่ต้องจ่ายเงินเดือนครูมากมาย แต่สอนเด็กไม่กี่คน และระยะหลังจะอ้างถึงปฏิสัมพันธ์ของเด็กจะไม่เพียงพอถ้ายังขืนอยู่ในโรงเรียนเล็กๆ โดยลืมนึกถึงขีดความสามารถของผู้ปกครอง

     ถึงเวลาแล้วที่รัฐจะต้องหันมาใส่ใจและจริงใจกับโรงเรียนขนาดเล็ก และรับฟังให้มาก ถึงแนวทางการบริหารจัดการ และถ้าหากโรงเรียนเล็กอยู่อย่างมีคุณภาพ จะดูแลส่งเสริมสนับสนุนเขาอย่างไร

     ผู้เขียนมีความเชื่อว่าการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด แก้ปัญหานักเรียนได้รายบุคคล การพัฒนาคุณภาพให้บังเกิดขึ้นเชิงประจักษ์อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นสถานศึกษาต้นทุนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินรายหัวการจัดสรรวัสดุครุภัณฑ์ ที่รัฐไปทุ่มเทให้กับโรงเรียนในฝันและโรงเรียนดีประจำตำบล รุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยไม่ได้ประเมินว่าจริงๆแล้วคุ้มทุนหรือไม่

     สถานศึกษาต้นทุนต่ำแต่มาตรฐานคุณภาพครูและนักเรียนสูงขึ้น เป็นเรื่องที่ท้าทายบุคลากรในโรงเรียนที่ยึดรูปแบบ stand alone ที่ควรมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการทำงาน และเชื่อว่าอีกไม่นานคงได้คำตอบ...ว่าเราเดินมาถูกทางหรือไม่ หรือเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ