นี่คือช่วงที่ ๒ ของการประชุมวิชาการประจำปีของ ทีดีอาร์ไอ เมื่อวันที่ ๑๕ ก.พ. ๕๕   ซึ่งเข้าไปฟังเสียงการนำเสนอและอภิปรายได้ที่นี่ อ่านหรือดาวน์โหลดบทความฉบับเต็มได้ที่  ,    และอ่านหรือดาวน์โหลด PowerPoint ประกอบการนำเสนอได้ที่นี่

          ผมขอแสดงความชื่นชมวิธีจัดการประชุม แบบใช้ เว็บไซต์ ให้บริการข้อมูลแก่ผู้เข้าร่วมประชุม  และแก่สาธารณชนที่ไม่มีโอกาสเข้าประชุม ของ ทีดีอาร์ไอ   ว่าเกิดประโยชน์ต่อสังคมวงกว้างอย่างยิ่ง   และน่าจะก่อผลสะเทือนเชิงระบบ ที่ประเทศไทยจะต้องยกเครื่องระบบการศึกษาใหม่    โดยต้องยอมรับว่า วิธีการปฏิรูปการศึกษาแบบที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นั้น ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เมื่อมองจากผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

          จากการอำนวยความสะดวกทั้ง เอกสารบทความ  ไฟล์เสียง  และ PowerPoint ทำให้ผมได้ติดตามรับรู้การประชุมช่วงที่ ๒ - ๔ ที่ผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุม   เพราะต้องไปประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดลที่ศาลายา 

          ผมใช้วิธีอ่านบทความและ Ppt ก่อน   แล้วจึงเข้าไปฟังเสียงการประชุมไปพร้อมๆ กับดู Ppt ประกอบ   ได้สาระและรสชาติเกือบเหมือนไปร่วมประชุม  

           ที่จริงหากมองจากมุมขยายโอกาสทางการศึกษา ประเทศไทยประสบความสำเร็จสูงมาก ทั้งการศึกษาระดับพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษา    ที่ไม่สำเร็จคือด้านอาชีวศึกษา  

          การขยายโอกาสด้านอุดมศึกษา ทำให้มีการขยายการผลิตบัณฑิตในสาขาที่มีความต้องการสูง    และมีอัตราว่างงานของบัณฑิตบางสาขาสูงด้วย   เพราะเหตุที่เป็นบัณฑิตที่คุณภาพต่ำ ไม่มีคุณลักษณะและทักษะที่นายจ้างต้องการ  

          นำไปสู่ประเด็นคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา    ที่ไม่สม่ำเสมอ มีความแตกต่างกันมาก ตั้งแต่คุณภาพสูง ไปจนต่ำมาก ไม่มีใครอยากจ้าง    จึงมีบัณฑิตจำนวนหนึ่งต้องยอมทำงานในวุฒิที่ต่ำกว่า

          ตรงนี้ ฝ่ายธุรกิจเอกชนบอกว่า   คุณภาพส่วนที่เขาเน้นคือด้านคุณลักษณะ (character) ที่ผมเรียกว่าทักษะชีวิต  ไม่ใช่คุณภาพด้านทักษะในการทำงาน (ทักษะอาชีพ) เพราะส่วนนี้เขาฝึกได้   แต่ด้านคุณลักษณะฝึกยาก หรือไม่ได้เลย  

          ผมตีความว่าคุณลักษณะหรือทักษะชีวิตที่ต้องการได้แก่ ความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน ตรงต่อเวลา มีวินัยในตนเอง มีแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่น  จงรักภักดีต่อหน่วยงาน  สุขภาพดี  จิตใจดี  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  มีไมตรีจิต  ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้  เคารพผู้อื่น  อ่อนน้อมถ่อมตน  มีความเชื่อมั่น  ยึดมั่นในคุณธรรม  และมีทักษะและฉันทะในการเรียนรู้

          มีคนเข้าใจผิดว่าคุณลักษณะข้างบนนั้นโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจัดการเรียนรู้ให้ไม่ได้ เพราะสอนไม่ได้   ทำได้เพียงให้มีตัวอย่างที่ดี (role model) ซึ่งก็หายากเสียอีก   ย้ำว่าประโยคแรกนั้นเป็นความเข้าใจผิด   คุณลักษณะเหล่านั้นสอนแบบสั่งสอนหรือบรรยายไม่ได้ผล   แต่จัดให้นักเรียนนักศึกษาเรียนรู้ได้จากการปฏิบัติของตนเอง (Learning by Doing) ด้วยการเรียนรู้แบบ PBL เป็นทีม   ท่านที่ไม่เชื่อผม ให้อ่านหนังสือ ครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ และ ทักษะแห่งอนาคตใหม่  : การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21รวมทั้ง วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ ๒๑

          ที่น่าตกใจคือ บัณฑิตไทยโดยเฉลี่ยคุณภาพสู้บัณฑิตต่างประเทศไม่ได้ ทั้งด้านทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ   นายจ้างจึงต้องจ้างบัณฑิตต่างชาติมาทำงานในประเทศไทย หรือในบริษัทไทย    ต่อไปเมื่อมีการเปิดกว้างให้แรงงานทุกระดับ เคลื่อนย้ายไปทำงานในประเทศอื่นได้โดยเสรี แรงงานไทยก็จะไม่สามารถแข่งขันได้   นี่คือความท้าทายของอุดมศึกษาไทย    ว่าจะเกิดการไหลบ่าของแรงงานระดับ knowledge worker เข้ามาแย่งงานคนไทย 

          และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือผลการวิจัยของ ดร. ดิลกะ ที่สรุปได้ว่า “ที่น่าประหลาดใจมากก็คือ ในช่วงป ๒๕๔๒-๒๕๕๒ ที่มีการขยายจํานวนนักเรียนและนักศึกษาตั้งแตระดับมัธยมจนถึงระดับอุดมศึกษา อย่างขนานใหญ แต่กลับไม่ปรากฏว่าการศึกษาก่อใหเกิดผลกระทบภายนอกในทางบวกต่อ สังคม”   ระบบการศึกษาไทยพิการมากกว่าที่เราเห็นด้านคุณภาพผู้จบการศึกษาที่ตกต่ำลง

          ผมขอเชิญชวนให้อ่านตารางที่ ๓.๒ ของบทความ  ที่ระบุสาเหตุ ๕ กลุ่มที่ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีคุณภาพต่ำและไม่ตรงความต้องการของตลาดแรงงาน

           ใน Ppt ระบุชัดเจนว่า ดัชนีคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของไทยลดลง    สอดคล้องกับอัตราขยายตัวของ จีดีพี ลดลง    น่าจะเป็นสัญญาณความเสื่อมของสังคมไทยทั้งสังคม   นอกเหนือจากที่เราเห็นความขัดแย้งแบ่งขั้วกัน      

 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ ก.พ. ๕๕