“เธอ…ออกมาจากดงอ้อยของมหาวิทยาลัย เหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ผิวของเธอสีขาว…นมตั้งเต้าเต่งตึงบ่งบอกว่าเป็นเพศแม่อย่างสมบูรณ์ ผมคิดว่าเธอมีลูก…ตามสัญชาตญาณของเพศแม่เธอน่าจะหวงลูกของเธอ…และคงไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ลูกของเธอด้วย…เธอมองผม…ด้วยสายตาหวาดระแวง…แต่ด้วยกลิ่นของไก่ย่างหน้ารถจักรยานเย้ายวนให้เธอน้ำลายไหล…เธอจึงวนเวียนอยู่ใกล้ๆผมไม่ห่าง…”

1.

   

วันนั้น…

  อากาศตอนเย็นค่อนข้างร้อน ผมปั่นจักรยานตอนเย็นเพื่อออกกำลังกายไปที่ฟาร์มและนาของคณะเกษตรในมหาวิทยาลัย แปลงไร่อ้อยที่นิสิตปลูกไว้เริ่มออกดอกสีขาว ผมคาดว่าไม่นานก็คงมีรถมาตัดอ้อยไป ฝั่งทางขวามือของไร่อ้อยคือนาข้าวสีทองที่กำลังใกล้จะเกี่ยวได้แล้ว นิสิตปลูกข้าวเป็นแปลงฝึกงาน รอบๆบริเวณคันนาข้าวจะมีนกกระแตแต้แว้ดหรือนกต้อยต้อยตีวิดส่งเสียงดังตลอดเวลาเหมือนใครบางคนที่จะส่งเสียงดังขู่ผู้อื่นไว้ก่อน นกชนิดนี้ช่างเหมือนคนบางประเภทจริงๆ

 

   เธอ…ออกมาจากดงอ้อยของมหาวิทยาลัย เหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ผิวของเธอสีขาว…นมตั้งเต้าเต่งตึงบ่งบอกว่าเป็นเพศแม่อย่างสมบูรณ์ ผมคิดว่าเธอมีลูก…ตามสัญชาตญาณ ของเพศแม่เธอน่าจะหวงลูกของเธอ…และคงไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ลูกของเธอด้วย…เธอมองผม…ด้วยสายตาหวาดระแวง…แต่ด้วยกลิ่นของไก่ย่างหน้ารถจักรยาน…ทำให้เธอวนเวียนอยู่ใกล้ๆผมไม่ห่าง…

  …พระอาทิตย์กำลังจะตก นกบางชนิดบินกลับรัง นกกลางคืนเริ่มออกหากิน ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ๆ แต่เธอยังไม่ไปที่อื่น …สายตาเธอจับจ้องผมสลับกับดงอ้อยที่เธอออกมาตลอดเวลา บางครั้งดูสายตาเธอเว้าวอน ผมคิดได้ว่าเธอคงหิวแน่ๆจึงวางไก่ย่างให้เธอหนึ่งไม้ เธอก็ยังหวาดระแวงไม่กล้าเข้ามากินไก่ย่างอยู่ดี ผมจึงถอยออกมาให้ห่างจากเธอ…ได้ผลแฮะ…เธอเข้ามาคาบไก่ย่าง แล้ววิ่งหายเข้าไปในดงอ้อย





2.

   เป็นจริงดังที่ผมคาดไว้ หลังจากที่เธอหายไปในดงอ้อยสักพักหนึ่ง เธอก็ออกมาพร้อมลูกน้อย ตัวสีดำ ตัวสีขาว ตัวสีเทาและตัวลายด่าง นับดูแล้วไม่น่าต่ำกว่าหกตัว แต่ละตัวมีความน่ารักน่าชังต่างกัน…ผมลองเอาไก่ย่างให้ลูกเธอกิน…แต่ไม่ได้ผล… ลูกเธอดุและทำเสียงขู่ผม แฮ่ๆๆ… บางตัวเข้ามาดมไก่ย่างแล้วเดินหนีไป อ้อเจ้าตัวเล็กทั้งหลายยังเล็กเกินไปที่จะกินไก่ย่างเป็น เมื่อเธอเข้าใกล้ลูก…นมแต่ละเต้าของเธอจะโดนรุมทึ้งอย่างแรงทั้งซ้ายและขวาจากลูกของเธอ มีบางครั้งที่เธอรำคาญจนต้องวิ่งหนีไป…แต่ด้วยภาระของการเป็นเพศแม่…เธอไม่ได้หนีไปไกลจากลูกของเธอมากนัก…



3.

 วันรุ่งขึ้น…

    ตอนเย็นผมไปปั่นจักรยานตามเคย…แต่ครั้งนี้มีไก่ย่าง และข้าวไปฝากเธอและลูกน้อยด้วย ตอนไปถึงดงอ้อยที่เธออยู่ผมใจหายวาบ…เพราะดงอ้อยถูกตัดจนโล่งเตียนมองเห็นฟาร์มพืชผักที่ดงอ้อยเคยบังอยู่อย่างชัดเจน ผมกังวลอยู่อย่างหนึ่งคือลูกเธอยังเล็กนัก รถตัดอ้อยจะทับลูกเธอไหมหนอ…ผมครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ว่าจะทำอย่างไรดีที่จะได้พบเธอและลูกน้อย แล้วผมก็คิดได้ว่าน่าจะใช้วิธีเดียวกับชาวบ้านบ้านผมคือใช้การผิวปากเสียงสูงเพื่อเรียกเธอ …วีดๆวี้ดๆ…ได้ผลจริงๆด้วย เธอจำสัญญาณที่ผมใช้เรียกเธอและลูกได้…ผมมองเธอกินไก่ย่างและข้าวในห่อ ในระหว่างที่ลูกน้อยของเธอสาระวนอยู่กับเต้านมที่เต่งตึง…ผมมองดูแล้วมีความสุขจังแบบนี้นี่เองที่พระท่านว่าเป็นความสุขที่หาได้ง่าย…จากการเมตตาสัตว์ร่วมโลก…วันนี้อย่างน้อยก็เป็นการต่อชีวิตของเธอและครอบครัวไปอีกหนึ่งวัน ถ้าเป็นไปได้คงต้องมาปั่นจักรยานทุกวัน…

 


4.

  ตอนเย็นวันเดียวกัน ผมปั่นจักรยานมาร้านสะดวกซื้อหน้ามหาวิทยาลัยพบพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ว่า “เขต…เขต…พบคลินิกทำแท้งเกลื่อนเมือง…” ภาพของเธอเข้ามาในสมองผม…ปัญหาที่ผมคิดไม่ตกก็คือ… เธอคอยปกป้องลูกในดงอ้อยด้วยสัญชาตญาณของความเป็นสัตว์เพศแม่…มีคุณค่าสูงกว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าตัวเองว่า …คน…บางคนเสียอีก…

 

สมาชิกท่านใด อยากตั้งชื่อเรื่องสั้น เรื่องนี้  เชิญนะครับ ถ้าได้เรื่องถูกใจ มีของรางวัลเป็นหนังสือ ครับ... มี 3 รางวัล เย้ๆ รีบตั้งชื่อได้เลยครับ...


ปล.เรื่องนี้เขียนเนื่องจากได้รับแรงจูงใจจากการพบสุนัขจรจัดที่รักลูก

     น้อยและการอ่านข่าวการทำแท้งในหนังสือพิมพ์