คนที่ทำงานใน “วัฒนธรรมโครงการ” เป็นคนที่ชีวิตขาดทุน เพราะจะถูกบ่มเพาะความฉาบฉวย ไร้อุดมการณ์ ไร้ความเป็นตัวของตัวเอง ยอมรับสภาพการทำงานแบบเห็นแก่ตัว บ่มเพาะความคิดแบบมุ่งผลระยะสั้น ขาดความมุ่งมั่น ขาดเป้าหมายระยะยาวของชีวิต
ผมเรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวงราชการไทยช่วงเวลาประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ว่า “วัฒนธรรม project”คือข้าราชการมุ่งทำงานระยะสั้นเพื่อสนองโครงการที่นายสั่ง ทำไปไม่นานเปลี่ยนนาย ก็ต้องทำงานโครงการใหม่ตามที่นายคนใหม่สั่ง ทิ้งงานเก่าไป เสียเงินทองภาษีอากรของราษฎรไปมากมายโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่บ้านเมือง
สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นในข้าราชการระดับสูง ลงมาถึงระดับปฏิบัติ และก่อความเสียหายใหญ่หลวงแก่บ้านเมืองไม่เฉพาะจากการสูญเสียเงินงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น แต่ที่น่าจะก่อความเสียหายยิ่งกว่า คือสร้างวัฒนธรรมผิดๆ ในสังคม ... วัฒนธรรมฉาบฉวย ทำงานเพียงเพื่อสนองนาย เพื่อเอาตัวรอด ไม่คิดถึงประโยชน์อันแท้จริงของบ้านเมือง
ผมเห็นสภาพเช่นนี้เต็มไปหมดในขณะนี้ ไม่ทราบว่าผมประสาทหลอนไปเองหรือเปล่า
คนที่จะช่วยกันแก้ปัญหานี้ให้แก่บ้านเมือง ไม่ใช่คนอื่น แต่พวกเราทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข ช่วยกันป่าวร้องหาพรรคพวกมาร่วมกันแก้ไข พรรคการเมืองใดทำงานเพื่อหาเสียงแบบฉาบฉวยเราต้องไม่เลือก พรรคการเมืองใดเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยๆ เอาคนไม่มีคุณภาพเข้ามาเป็น เราต้องไม่เลือก พรรคการเมืองใดทำงานเพื่อหาผลประโยชน์เข้าพรรค จากค่าคอมมิสชั่น เราต้องไม่เลือก
คนที่ทำงานใน “วัฒนธรรมโครงการ” เป็นคนที่ชีวิตขาดทุน เพราะจะถูกบ่มเพาะความฉาบฉวย ไร้อุดมการณ์ ไร้ความเป็นตัวของตัวเอง ยอมรับสภาพการทำงานแบบเห็นแก่ตัว บ่มเพาะความคิดแบบมุ่งผลระยะสั้น ขาดความมุ่งมั่น ขาดเป้าหมายระยะยาวของชีวิต
วัฒนธรรม project ที่ฝ่ายการเมืองกำลังใช้อำนาจกระทำอยู่ในขณะนี้ จะทำลายสังคมไทยอย่างถึงรากถึงโคน
วิจารณ์ พานิช
๑๙ ก.พ. ๕๕
น่าเป็นห่วงนะครับ...