สัญญะวิทยา: ความสัมพันธ์แบบแทนที่ (paradigmatic form): ตอนที่ 1 หลัการของคู่ตรงกันข้าม

ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน

                วันนี้ผมจะมาเพิ่มเติมเรื่องความสัมพันธ์แบบแทนที่ต่อนะครับ ตอนนี้เน้นแต่เรื่องความสัมพันธ์แบบแทนที่แต่เพียงอย่างเดียวและจะขยายความบางส่วนให้ชัดเจนมากขึ้น

                ในขณะที่ความสัมพันธ์แบบประโยคจะเน้นไปที่โครงสร้างส่วนพื้นฐานหรือโครงสร้างที่เห็นได้เท่านั้น แต่ความสัมพันธ์แบบแทนที่จะมุ่งค้นหาตัวหมายถึงทีไม่ปรากฏและควบคุมกำกับเนื้อหาของบริบทนั้นๆ นั่นหมายความเมื่อเราศึกษาความสัมพันธ์แบบแทนที่นั้นเราค้นหาทำไมผู้เขียนจึงใช้ตัวหมายยถึงตัวนี้ ทำไมไม่ใช้ตัวอื่น กล่าวในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือศึกษาคู่ตรงข้ามที่ดำรงอยู่ในกระบวนทัศน์(Paradigms) กระบวนทัศน์หนึ่งนั่นเอง

                คู่กันข้าม เช่น พวกเรา/พวกเขา, สาธารณะ/เป็นส่วนตัว มีความสัมพันธ์ในแง่ที่เป็นการจำแนกประเภทของมนุษย์ นั่นคือ มนุษย์ใช้การจำแนกเพื่อจะบ่งชี้ว่าตนเองแตกต่างสัตว์อื่นๆอย่างไร  พวกเราในฐานะมนุษย์ใช้ความสามารถในการจำแนกนี้แหละในการสร้างระเบียบให้กับโลกประสบการณ์ที่หลากไหลไปเรื่อยนั้น Edmund Leach เคยกล่าวถึงความสำคัญของระบบการจำแนกไว้ว่า “ลิงที่ไม่มีภาษา (a speechless ape) มีความรู้สึกว่ามีความแตกต่างระหว่าง ฉัน/ผู้อื่นอยู่ และความเป็นธรรมชาติ/ความเหนือธรรมชาติ หรือความเป็นมนุษย์/พระเจ้าเป็นเครื่องบ่งชี้ของความเป็นมนุษย์”  ดังนั้นระบบการจำแนกแยกแยะหรือที่เรียกว่าคู่ตรงกันข้าม จึงดูเหมือนว่าจะเป็นสภาวะที่เป็นธรรมชาติหรือสิ่งที่เป็นคุณลักษณะของมนุษยชาติ

                นักมานุษวิทยาสายโครงสร้างคนหนึ่งชื่อ Claude Levi Strauss ได้นำเสนอว่าคู่ตรงข้ามได้กำหนดระบบการจำแนก เขายังเสนอว่าคู่ตรงกันข้ามบางคู่เป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่สากลในจิตของมนุษย์  และสิ่งนี้ๆเป็นสากล คู่ตรงกันข้ามเหล่านี้ได้แก่ ธรรมชาติ/วัฒนธรรม, หญิง/ชาย, การแต่งงานนอกกลุ่ม/การแต่งงานในกลุ่ม, สิ่งที่กินได้/ สิ่งที่กินไม่ได้