"คำถามจะนำการเรียนรู้เสมอ" หลังจากที่ได้เรียนรู้จากคุณสมบัติของขี้ควายหลายมิติ มีมิติที่ทั้งครูชาวบ้านและนักเรียนสนใจ คือเมื่อขี้ควายแห้งแล้วจะแข็งและเบา สามารถทำฝาผนัง ยุ้งฉางได้ ขี้ควายแห้งก็ทนต่อการเตะของเด็ก ๆ โยนลงน้ำก็ไม่เปื่อยง่าย กอปรกับนักเรียนเห็นเศษกระถางที่แตกระเกะระกะ และถุงเพาะชำพลาสติกที่ถูกทิ้งเป็นขยะ มีคำถามเกิดขึ้นในวงคำถามของครูชาวบ้านและนักเรียนว่า เราจะนำขี้ควายมาทำเป็นกระถางต้นไม้ เพื่อเพาะชำได้หรือไม่ มีการลงความเห็น (เดา) ว่าน่าจะได้ เวลาต้นไม้โตก็เอาไปปลูกเลยเป็นปู๋ยอีกต่างหาก ทั้งเด็ก ครู และครูชาวบ้านพยายามคิดหาสูตรที่จะมาทดลองทำเช่น ขี้ควาย + ดินโพน (จอมปลวก) ขี้ควาย + ดินเหนียว ขี้ควาย+ หญ้าแห้ง นำส่วนประกอบแต่ละสูตรมาขึ้นรูปตากให้แห้ง แล้วมาทดลองความแข็ง โดยการโยนจากที่ สูง เท่า ๆ กันลงมา นอกจากนี้ยังมีการนำไปแช่น้ำ หาความทนต่อการทำละลายของน้ำด้วย แล้วนำสูตรที่ทนที่สุดไปขึ้นรูปเป็นกระถางเล็ก ๆ เพาะต้นไม้ เมื่อต้นไม้โตก็นำไปปลูกได้เลย ถึงแม้เป็นความคิดของเด็ก ๆ และครูชาวบ้านที่ต้องการแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเขาเอง แต่ถ้ามองให้ดี เป็นแนวคิดที่มีประโยชน์มากมาย ถึงแม้เด็กกลุ่มนี้จะยังไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก แต่ก็แสดงให้เห็นกระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และองค์ความรู้ที่ชาวบ้านมี ร่วมกันนำความรู้ที่มีเอามาใส่สิ่งของที่มีค่าน้อย ทำให้เกิดมูลค่า และคุณค่ามากขึ้น ถ้ามีผู้ผู้พัฒนาต่อยอดแนวความคิดน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของการพึ่งตนเอง และการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติของมนุษย์ได้อย่างสมดุลย์ และยัง่ยืนตลอดไป