"ทุกครั้งที่เรากินของแพง หรือทานของเหลือ ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีข้าวถึงท้อง"... นักเขียนรุ่นเยาว์

คุณเคยคิดไหม... จะมีคนเก็บข้าวที่เหลือจากบ้านอื่นมาทานกันทั้งครอบครัว... เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้าน ซึ่งการเยี่ยมบ้านนั้น เราจะเยี่ยมกันใน 4 กรณี คือ ผู้ป่วยเรื้อรัง, ผู้ป่วยระยะสุดท้าย, ผู้ป่วยความผิดปกติทางจิตใจและผู้ป่วย... 

บ้านตึกแถวหลังหนึ่งในตัวเมืองที่มีความวุ่นวาย ใครจะคิดว่า จะมีครอบครัวที่มีสมาชิกกัน 3 คน คือ คุณแม่ และลูกชาย 2 คน แต่ไม่ใช่แม่เลี้ยงลูกชาย กลับเป็น ลูกชายคนโตต้องเลี้ยงทั้งคุณแม่ซ่ึ่งเป็นอัมพาตครึ่งซีก (old CVA) มีแผลนอนติดเตียงบริเวณก้นกบ (base sore score 2) ไม่ใช่แค่นั้น ชายหนุ่มคนนี้ต้องดูแลน้องชายซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคจิตที่ต้องฉีดยาทุกวันและมักจะไม่ให้ความร่วมมือในการฉีดยา อาชีพของชายหนุ่มคนนี้เป็นเพียงลูกจ้างในร้านขายขนมเล็กๆของญาติ มีรายได้ตกเพียงแค่ 5,000-6,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อเทียบกันค่าใช้จ่าย เพียงแค่คิดค่าผ้าอ้อมที่คุณแม่ต้องใช้ตัวละ 40 บาท ใช้วันละ 2 ตัว รวมแล้วต้องเสียเงินกว่า 2,400 บาท  ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารสำหรับ 3 คน และแน่นอนว่าพี่ชายไม่สามารถอยู่บ้านดูแลคุณแม่ได้ตลอด ต้องฝากน้องชายดู ซึ่งก็ไม่ค่อยจะให้ความช่วยเหลือมานัก 

มีประโยคหนึ่งจากน้องชายพูดว่า "พี่เค้าเอาข้าวที่เหลือจากญาติใส่กะละมังกลับมา แล้วก็ป้อนให้พวกเราสองคน (คุณแม่และตัวน้องชายเอง) กินกัน" ในใจทำให้รู้สึกว่า... ข้าวที่เรากินทุกวัน ที่อาจจะกินของแพงบ้าง ถูกบ้าง เหลือบ้างหมดบ้าง ทำไมเราไม่รับประทานอย่างคุ้มค่ามากกว่าที่เป็นอยู่ ทุกครั้งที่เรากินของแพง หรือทานของเหลือ ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีข้าวถึงท้อง


คงเป็นโจทย์ที่ต้องคิดต่อไป ซึ่งในขณะนี้ผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว แต่มองในมุมมองที่ว่า ทำไมผู้ใหญ่หลายท่านไม่สนใจ จึงขอบันทึกเรื่องนี้ไว้ เพื่อรอดูวันที่ผมเป็นผู้ใหญ่ ว่าผมจะลืมสิ่งนี้หรือไม่

เด็กหนุ่มอายุ 22 ปี ผู้เติมโตด้วยความหวังของผู้คนอีกมากมาย

25/2/55 6.21 AM