๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เช้าประชุมคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ที่ห้องประชุมเล็ก ผมแจ้งเรื่องที่ดินสำหรับสร้างสำนักงานที่พยายามมา ๒ ปี จนสำเร็จในปีนี้ นับเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับครูประถมศึกษา กรรมการต่างยินดีกันถ้วนหน้า วาระพิจารณาที่สำคัญมีเรื่องแผนพัฒนาการศึกษาประจำปี ๒๕๕๕-๒๕๕๘ ภารกิจสำคัญคือยกระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนจากปัจจุบันที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศให้สูงกว่าในปี ๒๕๕๘ อีกเรื่องหนึ่งที่เคยเห็นชอบและเสนอไปแล้วแต่ กพฐ. ไม่อนุมัติ คือ การเปิดการเรียนการสอนชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนวัดนาวง วันนี้มาทบทวนเสนอไปใหม่ เที่ยงทานอาหารที่ห้องสโมสรที่เจ้าหน้าที่พกกันมาจากบ้าน บ่ายขึ้นไปทำงานที่ห้องชั้น ๓ ซึ่งมีปัญหาไฟฟ้าดับทุกวันเพราะไฟฟ้าไม่พอ เพราะมีการพ่วงไปใช้ที่เขตมัธยมศึกษาด้วย เลยลำบากกันมาก ค่าไฟฟ้าก็ต้องจ่ายให้ แถมไฟติด ๆ ดับ ๆ เป็นที่น่าเวทนา ครั้นจะตัดไฟเราก็ไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้ว คงต้องรอให้เขาติดตั้งหม้อแปลงใหม่ ปัญหาเฉพาะหน้าต้องพึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยแก้ไข อ่านคำชี้แจงของข้าราชการในสังกัดที่เข้าไปเป็นกรรมการและที่ปรึกษา สหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จำกัด ดูจะไม่มีใครกระทำผิดเลย แต่ฟังว่าเงินสมาชิกหายไปมากปันผลก็ยังไม่ได้ นึกถึงเรื่องเล่าที่ปักษ์ใต้ ในชนบทคนนิยมทำน้ำตาลเมาจากงวงตาล เพราะไม่ต้องซื้อหา ขึ้นไปปาดตาลทั้งเช้าและเย็น เรียกว่าได้ทั้งน้ำเช้าน้ำเย็น ครั้นจะเอาลงมาข้างล่างก็กลัวเพื่อนแบ่งไปกิน สองคนเพื่อนรักจึงชวนกันขึ้นไปนั่งที่ยอดตาล ปาดตาลไปดื่มน้ำตาลเมาไป มีไฟซิปโป ๑ อันไว้จุดบุหรี่สูบกัน จุดไปจุดมาซิปโปหาย ถามเพื่อนก็บอกว่าไม่ได้เอาไป ที่ตัวเองก็ไม่มี สรุปแล้วสงสัยอีกาบินมาคาบไป ฉันใดก็ฉันนั้น

วันอังคารที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ รถมารับที่บ้านพัก เดินทางไปนางพญาผึ้ง ฮิลล์ รีสอร์ท จังหวัดราชบุรี เพื่อประชุมผู้บริหารโรงเรียนในตอนบ่าย ครั้งนี้ไม่ได้จัดรถให้ แต่ให้ไปกันเอง เพื่อศึกษาดูงานตามความสนใจ แต่มีกติกาว่าเที่ยงไปทานข้าวด้วยกันที่รีสอร์ท ใช้เส้นทางนครปฐม ราชบุรี สวนผึ้ง แต่ไปไม่ถึงสวนผึ้งมีทางแยกซ้ายเข้าไปในเขตอำเภอบ้านคา จะเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งบนเนินเขาเตี้ย ๆ ปลูกเป็นที่พักและห้องประชุมหลายหลัง มองทิวทัศน์ได้ไกลทีเดียว อาหารจัดแบบบุพเฟ่ อิ่มแล้วเริ่มประชุมกันทันที ผมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายใกล้ตัวทั้งข้อมูลข่าวสารของทางราชการ การบริหารงานบุคคล และวินัยข้าราชการ ท่านรองฯ วิโรจน์ ผลแย้ม พูดเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ท่านรองฯ ประพฤทธิ์ บุญอำไพ พูดเรื่องการเงินและพัสดุ นอกนั้นเป็น ผอ.กลุ่มงานต่าง ๆ มีเรื่องเป็นการบ้านให้กลับไปทำส่งเขต คือ แนวทางบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก กับหลักสูตรปลูกบัว มีแต่ของหนัก ๆ มาใส่สมองหลังน้ำท่วม ที่เป็นห่วงกันมาก ไม้พ้นการใช้งบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมหลังน้ำท่วม รวมถึงการซื้อสื่อให้นักเรียน เพราะของเขตเองที่ว่าแน่ก็ใช่ว่าจะราบรื่นไปได้ ด้วยสมัยนี้เหลี่ยมพ่อค้าไม่ธรรมดาจริง ๆ หากไม่ระมัดระวังมีหวังลูกเมียต้องส่งปิ่นโตที่โรงพัก เย็นรับประทานอาหารและมีกิจกรรมกลุ่ม อยู่ร่วมด้วยแค่ ๓ ทุ่มกลับมาทำงานที่ห้องพัก ปล่อยให้เขาอิสระ เสียงเงียบลงประมาณ ๕ ทุ่ม เรื่องข้อกฎหมายที่นำเข้าประชุมพอสรุปได้ดังนี้ ก. มติคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (เรื่องที่ ๑)เมื่อสอบคัดเลือกเสร็จแล้ว บันทึกการให้คะแนนของนักเรียนที่สอบผ่านเป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกผลคะแนนภูมิความรู้ความสามารถของนักเรียนที่เข้าสอบและใช้เป็นเกณฑ์ชี้วัดความรู้ความสามารถของนักเรียนที่เข้าสอบแต่ละคนโดยนำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อสรรหาผู้สอบผ่านการคัดเลือก ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอบคัดเลือกเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้ (เรื่องที่ ๒) ข้อสอบและคำตอบในการสอบคัดเลือกข้าราชการเป็นการใช้ระบบคลังข้อสอบที่มีการนำข้อสอบมาหมุนเวียน การเปิดเผยอาจกระทบกระบวนการออกข้อสอบ จึงไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารและคำตอบและผลคะแนนสอบของผู้ขอ ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการที่ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการในการสอบคัดเลือก เป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐ การเปิดเผยจะกระทบต่อกระบวนการสอบคัดเลือก จึงไม่ให้เปิดเผย (เรื่องที่ ๓) การพิจารณาว่าบุคคลเกิดเมื่อใดต้องยึดถือหลักฐานที่เชื่อถือได้ของทางราชการเป็นหลัก ซึ่งหลักฐานสำคัญลำดับแรก คือสูติบัตร เพราะเป็นหลักฐานที่ทางราชการออกให้แก่ประชาชนทุกคนเพื่อแสดงรายการข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดของบุคคลโดยตรง ในกรณีที่ไม่มีสูติบัตรจะต้องพิจารณาจากเอกสารราชการอื่น เช่น หลักฐานทางทะเบียนบ้าน หลักฐานทางทหาร หลักฐานทางการศึกษา แต่หากเอกสารดังกล่าวมีข้อมูลไม่ตรงกันต้องยึดถือหลักฐานทางทะเบียนบ้านเป็นหลัก เป็นต้น (เรื่องที่ ๔)เฉพาะภาพถ่ายใบหน้าบุคคลเป็นข้อมูลที่ยืนยันหรือแสดงว่าบุคคลตามภาพถ่ายเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้มีชื่อในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ไม่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล ไม่ถือว่าเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามนัยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และการเปิดเผยเฉพาะภาพถ่ายใบหน้าพร้อมระบุแต่เพียงชื่อของบุคคลในภาพไม่แสดงรายละเอียดข้อมูลทะเบียนราษฎรอื่น ๆ ไม่เป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลตามนัยมาตรา ๑๕(๕) แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (เรื่องที่ ๕) สำเนาทะเบียนบ้านเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนราษฎรตามพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔มาตรา ๑๗ เมื่อผู้ขอข้อมูลมีหลักฐานเพียงพอที่แสดงได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทะเบียนราษฎรของบุคคลตามที่ขอได้ (เรื่องที่ ๖) เมื่อมีการยกเลิกการประกวดราคา บุคคลที่เป็นผู้เข้าร่วมในการเสนอราคาสมควรได้รับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอันเกี่ยวกับการพิจารณาการยกเลิกประกวดราคาดังกล่าว ซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ เพื่อความโปร่งใส ในการปฏิบัติราชการ แม้ว่าคดีจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองก็ตาม (เรื่องที่ ๗) หนังสือทาบทามให้เป็นคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย หนังสือตอบกลับ ตลอดจนหนังสือลาออกของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสอบสวนวินัยเป็นข้อมูลข่าวสารในกระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอันมีลักษณะเป็นการดำเนินงานภายในของเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากข้อมูลข่าวสารบางส่วนในกระบวนการดังกล่าวเป็นความเห็นหรือเหตุในการลาออกจากการเป็นกรรมการสอบสวนอันเป็นเรื่องส่วนตัวและเนื้อหาบางส่วนหากเปิดเผยอาจมีผลกระทบต่อการสอบสวน การเปิดเผยอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพและไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเอกสารประกอบการพิจารณาขอให้ย้ายผู้อุทธรณ์ไปช่วยราชการเป็นการชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการสอบสวนทางวินัยและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕(๓) แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งการสอบสวนทางวินัยอยู่ระหว่างดำเนินการจึงยังไม่เปิดเผย (เรื่องที่ ๘) การขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่พิจารณายังไม่เสร็จ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ตามมาตรา ๑๕วรรคหนึ่ง(๒) แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น จึงยังไม่สมควรเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในขณะนี้ (เรื่องที่ ๙)การเปิดเผยสำเนาหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ตามมาตรา ๑๕(๒) แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (เรื่องที่ ๑๐) พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นกฎหมายที่ให้สิทธิแก่ประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ แต่มิได้กำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกัน หน่วยงานของรัฐจึงมิใช่ผู้ทรงสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ (เรื่องที่ ๑๑) คำตอบของผู้เข้าสอบคัดเลือกและผลการให้คะแนนของกรรมการสอบคัดเลือกซึ่งไม่มีลักษณะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามนัยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เมื่อการดำเนินการสอบเสร็จสิ้นลงแล้ว หน่วยงานของรัฐจึงสามารถเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้ (เรื่องที่ ๑๒)คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา เป็นคณะบุคคลซึ่งได้รับคัดเลือกและแต่งตั้งโดยวุฒิสภา รวมทั้งมีอำนาจและหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิใช่ประชาชนหรือเอกชนที่จะเป็นผู้ทรงสิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (เรื่องที่ ๑๓) บันทึกเสนอความเห็นที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเสนอต่อผู้บังคับบัญชาและความเห็นของผู้บังคับบัญชา เป็นข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นตามอำนาจหน้าที่เพื่อเสนอข้อเท็จจริงและเพื่อพิจารณาและสั่งการตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องที่ร้องเรียนเป็นข้อมูลข่าวสารที่เกิดจากการปฏิบัติราชการตามปกติ เมื่อเรื่องได้พิจารณาสั่งการเป็นที่ยุติแล้ว ประกอบกับข้อมูลข่าวสารดังกล่าว กระทบต่อสิทธิของผู้ขอข้อมูล จึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้ (เรื่องที่ ๑๔)การทำงานของคณะกรรมการผู้ประเมินเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ เมื่อผู้ขอข้อมูลเป็นผู้ถูกกระทบสิทธิไม่ได้รับการพิจารณาให้โอน/ย้ายย่อมมีเหตุอันสมควรที่จะได้ทราบชื่อ นามสกุล และลายมือชื่อของคณะกรรมการผู้ประเมินเพื่อนำไปตรวจสอบได้ ข.การบริหารงานบุคคล (เรื่องที่๑๕)หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนในระบบเปิดตามมติของคณะรัฐมนตรีเป็นรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญ การไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การประกาศเกณฑ์และมาตรฐานการประเมินความดีความชอบให้ข้าราชการในสังกัดทราบโดยทั่วกัน หากเพียงแต่มีการประชุมแจ้งเกณฑ์และมาตรฐานการประเมิน โดยไม่ได้ดำเนินการประกาศตามข้อ ๒๐ ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ ถือว่าไม่ได้มีการประกาศ และการไม่ได้แจ้งผลการประเมินให้ผู้ถูกประเมินทราบทำให้ผู้ถูกประเมินไม่มีโอกาสได้ชี้แจงให้ความเห็นหรือขอคำปรึกษาก่อนมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน เป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน และการประกาศรายชื่อผู้มีผลการประเมินตามรายการสรุปผลการประเมินนั้น ไม่ใช่การประกาศรายชื่อผู้อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน เพราะการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนที่กำหนดให้ประกาศเฉพาะผู้ที่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้นครึ่งและสองขั้น ก็โดยมีเจตนาให้ผู้มีรายชื่อได้ทราบว่าตนนั้นไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับพิจารณาเลื่อนขั้นพิเศษ จะได้มีโอกาสเข้าพบผู้บังคับบัญชาเพื่อชี้แจงให้ความเห็นหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการประเมินต่อไป นอกจากนี้ การใช้หลักการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยเวียนกันไปไม่ได้พิจารณาจากผลงานตามแบบประเมินก็เป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ (เรื่องที่ ๑๖) แม้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นจะมีดุลพินิจในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่การประเมินที่ให้คะแนนไม่ถึงร้อยละ ๖๐ ซึ่งเป็นกระบวนการพิจารณาทางปกครองที่จะมีผลกระทบต่อการพิจารณาความดีความชอบร้ายแรงจนถึงขนาดไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ต้องปรากฏรายละเอียดชัดเจนเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าผู้ใต้บังคับบัญชามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อประโยชน์ของทางราชการและต้องบันทึกการตักเตือนไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนหรือลงโทษทางวินัยและในการประเมินด้านวินัย หมายถึง การประเมินด้านพฤติกรรม การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน และข้อบังคับของทางราชการ ไม่อาจหยิบยกเรื่องส่วนตัวมาอ้างสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจได้ ดังนั้น เมื่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นไม่แสดงพยานหลักฐานใด ๆ สนับสนุนการใช้ดุลพินิจที่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ผ่านการประเมินในหัวข้อการรักษาวินัย ความอุตสาหะ และความรับผิดชอบ ในขณะที่คุณภาพการปฏิบัติงานได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ ๗๐ ซึ่งแสดงว่ามีศักยภาพในการปฏิบัติงานได้ดี ผลการประเมินดังกล่าวไม่สอดคล้องกัน คำสั่งไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เรื่องที่ ๑๗) คำสั่งทางปกครองย่อมมีผลบังคับอยู่ตราบจนมีคำพิพากษาให้เพิกถอน และผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครองนั้นต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบและตามที่ได้รับมอบหมายตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และเมื่อการรายงานผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาจะเป็นข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานจากการปฏิบัติหน้าที่และเป็นหน้าที่โดยตรงที่ข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีการบันทึกและรายงานผลการปฏิบัติงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ และพิจารณาผลการปฏิบัติงานของตน การที่ข้าราชการไม่รายงานผลการปฏิบัติงาน จึงถือได้ว่าไม่มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นผลสำเร็จของงานให้ผู้บังคับบัญชาประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานในการพิจารณาความดีความชอบเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน คำสั่งไม่เลื่อนขั้นเงินเดือนจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย (เรื่องที่ ๑๘) คณะกรรมการกฤษฎีกา(คณะที่ ๒)พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า แม้มาตรา ๒๐ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๕ จะบัญญัติให้ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อลาออก โดยมิได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขในการลาออกไว้ ซึ่งเป็นผลให้ผู้อำนวยการย่อมแสดงเจตนาลาออกด้วยวาจา เป็นหนังสือ หรือโดยวิธีอื่นใดก็ได้ หากแสดงให้รู้ถึงความประสงค์จะลาออกอย่างแน่นอนโดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ และการลาออกย่อมมีผลทางกฎหมายโดยสมบูรณ์นับแต่วันที่ได้แสดงเจตนาลาออกหรือนับแต่วันที่ได้กำหนดเป็นเงื่อนเวลาแห่งการลาออกไว้ แต่เมื่อสัญญาจ้างผู้บริหารขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการลาออกไว้เป็นการเฉพาะ โดยให้ผู้รับจ้างที่ประสงค์จะลาออก ก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา จะต้องยื่นหนังสือลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑ เดือน ดังนั้น การที่ นาง ก. ได้แจ้งด้วยวาจาขอลาออกจากตำแหน่งต่อที่ประชุมคณะกรรมการ อ.ส.พ. จึงไม่ใช่การยื่นหนังสือลาออกตามที่กำหนดในสัญญาจ้าง (เรื่องที่ ๑๙) การพิจารณาอนุมัติให้รับย้ายหรือไม่รับย้ายผู้บริหารของหน่วยงานการศึกษาต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการและการใช้ดุลพินิจว่าจะรับย้ายหรือไม่รับย้ายหรือรับย้ายแล้วจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาแห่งใด ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงและเหตุผลของเรื่องเป็นสำคัญ ผู้มีอำนาจอนุมัติไม่อาจใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจได้ คำร้องขอย้ายสับเปลี่ยนระหว่างบุคคลกับบุคคลเป็นการย้ายตามความประสงค์ของทางราชการ ซึ่งแต่ละคนมีเหตุผลและความจำเป็นเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน การพิจารณาจึงต้องคำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวและประโยชน์ของทางราชการประกอบด้วย เพื่อให้สมประโยชน์ของทุกฝ่าย มิใช่เป็นการย้ายตามฤดูกาลโยกย้ายปกติที่เป็นความประสงค์ของทางราชการและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และเมื่อมีตำแหน่งว่างลงเพราะการย้ายสับเปลี่ยน มิใช่ว่างลงในกรณีปกติ ผู้มีอำนาจอนุมัติจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจออกคำสั่งโยกย้ายตามความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานได้ ในทางปฏิบัติที่ถูกต้องจึงต้องมีการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานของผู้ประสงค์ย้ายและผู้รับย้ายเพื่อให้การย้ายสับเปลี่ยนเป็นไปตามความประสงค์ของผู้ขอย้าย การออกคำสั่งที่ไม่เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ขอย้ายตามที่ระบุในแบบคำร้องขอย้าย จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ค. วินัยข้าราชการ (เรื่องที่ ๒๐) การดำเนินการตามมาตรา ๑๐๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อมีคำสั่งลงโทษทางวินัยซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ต้องให้โอกาสคู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อกล่าวหาและโต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐานเพื่อคัดค้านข้อกล่าวหา ซึ่งการแจ้งดังกล่าวจะต้องปรากฏหลักฐานชัดแจ้งและการดำเนินการทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงก็มิใช่กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะทำการสืบสวนให้เสร็จภายในวันเดียว คำสั่งลงโทษทางวินัยที่มิได้ดำเนินการตามขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญตามกฎหมายกำหนดแม้ผู้ออกคำสั่งจะมีอำนาจตามกฎหมายก็ตาม คำสั่งลงโทษทางวินัยก็เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เรื่องที่ ๒๑) กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ มีองค์ประกอบ ๔ ประการ (๑) มีหน้าที่ราชการที่ต้องปฏิบัติราชการ (๒) ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ(ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ คำสั่งของผู้บังคับบัญชา) (๓) เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้(ประโยชน์ หมายถึงสิ่งที่ได้รับอันเป็นคุณค่าแก่ผู้ได้รับ อาจเป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่น มิควรได้ หมายถึง ไม่มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะได้รับประโยชน์ใด ๆ ตอบแทนจากการปฏิบัติหน้าที่นั้น) (๔) โดยมีเจตนาทุจริต (เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น) (เรื่องที่ ๒๒) การที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองมอบอำนาจให้โรงเรียนในสังกัดทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์เครื่องคอมพิวเตอร์กับเอกชน เพื่อนำมาใช้ในการจัดทำบริการสาธารณะทางด้านการศึกษา ครุภัณฑ์เครื่องคอมพิวเตอร์เป็น เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการจัดทำบริการสาธารณะจึงเป็นสัญญาทางปกครอง ข้อพิพาทเกี่ยวสัญญาดังกล่าวอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง
วันพุธที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ หลังอาหารเช้าเดินทางไปอำเภอสวนผึ้ง ศึกษาภูมิประเทศจนถึงเขตแดนพม่า ต้องนับว่าอำเภอสวนผึ้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญไม่แพ้อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่พักมีทั้งเล็กใหญ่ ตลอดเส้นทาง มีรูปทรงแปลก ๆ ตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะหากเด็กมาด้วย คงต้องร้องให้พ่อแม่เข้าพักในบ้านรูปทรงการ์ตูนสวยงามเหล่านี้ ขากลับมาแวะซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากชาวบ้าน จำพวกหน่อไม้ดอง ฟักทอง มันเทศ สับปะรด หอมและกระเทียม ราคาย่อมเยาไปฝากคนที่บ้าน ใช้เส้นทางสวนผึ้ง จอมบึง ราชบุรี มาจนขึ้นถนนเพชรเกษม พอเลยราชบุรีมาหน่อยก็แวะซื้อหัวผักกาดหวานแบบฝอยที่ร้านแม่กิมฮวย เพราะเคยชิมแล้วผัดกับไข่อร่อยดี เที่ยงหิวแล้วแต่ก็ทนมาจนถึงบ้านสิงห์ กลับรถไปอีกฝั่งเลียบคลองหมาเน่าไปเล็กน้อยก็ถึงร้านเนื้อต้ม หมูต้มบ้านสิงห์เจ้าเก่า สั่งคนละชามพร้อมข้าวเปล่าก็เป็นมื้อที่อร่อยสมที่รอคอย หลับ ๆ ตื่น ๆ จนรถมาส่งที่บ้านพัก
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ออกจากที่พักเช้าตรู่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ รถติดไม่มากจึงถึงที่จอดรถวัดวิสุทธิ์กษัตริยาราม ประมาณ ๐๗.๓๐ น. เดินขึ้นสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษมที่น้ำใสสะอาดในวันนี้ เข้าไปในกระทรวง ไปนั่งพักที่ม้าหินอ่อนริมสระน้ำหน้าตึก สพฐ. ๔ เขานัดหมายให้ขึ้นไปประชุมที่ชั้น ๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ห้องประชุมนี้ถูกปรับเป็นแบบทันสมัยดิจิตอล ผู้เข้าประชุมนั่งอัฒจันทร์ ซ้ายขวาของประธาน มีจอรอบทิศทาง ผู้ประชุมประกอบด้วยระดับบิ๊กใน สพฐ. บิ๊กโรงเรียนยอดนิยมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ผอ.เขตมัธยม และ ผอ.เขตประถม สรุปความ สพฐ.จะจัดตลาดนัดนักเรียนในวันที่ ๑๕ - ๑๖ -๑๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่เมืองทองธานี ให้โรงเรียนยอดนิยมทั้ง ม.ต้นและม.ปลายไปจัดบู๊ช ให้โรงเรียนประถมศึกษาพานักเรียนชั้น ป. ๖ และ ม.๓ ขยายโอกาสไปร่วมกิจกรรม ของ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ได้โควตา ๑,๐๐๐ คน จัดสรรงบประมาณหัวละ ๑๐๐ บาท รวม ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้ไปภาคบ่ายของวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง งานนี้เขามีข้อสอบให้ลองทำด้วย ฟังเขาพูดกันจนเกือบเที่ยงจึงเลิกประชุม ขากลับมาแวะทานข้าวที่ร้านเมืองคอน ถนนราชพฤกษ์ ถึงเขตนั่งทำงานเอกสารที่ห้องสโมสร

วันศุกร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ หลังกาแฟเช้าทีสโมสร เดินทางไปร่วมงานวางศิลาฤกษ์ อาคารเรียน โรงเรียนวัดฉาง ที่ อบจ. ปทุมธานี จัดสร้างให้ เป็นแบบอาคาร ๒ ชั้น ใต้ฉุนโล่ง นายกชาญ พวงเพ็ชร มาเป็นประธาน แต่เนื่องจากภารกิจมาก จึงมอบท่านรองฯ สาคร อำพินท์ เป็นประธาน มีทั้งพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ ผอ.บุษกร กุลเรืองทรัพย์ เตรียมการอย่างดี กำหนดการต่าง ๆ จึงลงตัวและเสร็จเร็ว กลับสำนักงานเขต มีแฟ้มเอกสารให้อนุมัติ ๒ -๓ แฟ้ม เที่ยงแม่ครัวใหญ่เขาแกงส้มหน่อไม้ดองกับปลากดแม่น้ำ มีผู้บริหารนำปลาส้มมาสมทบ ทานกันอิ่มแล้วจึงเดินทางเข้า สพฐ. เพราะรับปากจะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการสอบวิทยานิพนธ์ นิสิตปริญญาเอก คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก เป็นประธานดำเนินการ เรื่องที่เขาทำเป็นการบริหารงบประมาณในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อภิปราย เสนอแนะกันจน ๑๕.๓๐ น. จึงยุติ กลับเข้าสำนักงานมีหนังสือเชิญให้ไปร่วมกิจกรรมในวันเสาร์ มอบท่าน ผอ.กลุ่ม ไปแทน เพราะมีภารกิจกำหนดล่วงหน้าไว้แล้วที่พัทยา
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑
