สิ่งที่สำคัญ คือ ของการปลูกปาล์ม คือ การให้ปุ๋ย และ น้ำ

สมนึก บัวอินทร์ คนเด่นแห่งทุ่งไชยา

                            ในวันที่ 20 มกราคม 2555  ตอนบ่ายแก่ๆ คณะกองบรรณาธิการ วารสาร “ปาล์มสัมพันธ์” ประกอบด้วย ปลัดชัยวุฒิ จิตตนุพงศ์  คุณถาวร  ศรีประจันทร์ และผู้เขียน ได้เดินทางมาพบ คุณสมนึก บัวอินทร์ ที่ตำบลทุ่ง อำเภอไชยา ซึ่งเป็นเกษตรกรทำสวนปาล์มน้ำมันและเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสมาคมปาล์มน้ำมันจังหวัดสุราษฎร์ธานี คนหนึ่ง โดยความเห็นของกรรมการสมาคมฯ ที่ต้องการให้กอง บก.วารสาร “ปาล์มสัมพันธ์” ไปสัมภาษณ์และบันทึกกิจกรรม/ประสบการณ์ ในการบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมัน  ของคุณสมนึก บัวอินทร์ ลงในวารสาร “ปาล์มสัมพันธ์” เพื่อเป็นแนวทางศึกษา ให้สมาชิกสมาคมฯ หรือ ผู้อ่านที่สนใจ ใช้เป็นแนวทางปรับเปลี่ยนการจัดการปาล์มน้ำมัน ในสวนของตนได้

          คุณสมนึก  บัวอินทร์ เล่าความเป็นมาว่า ในช่วงเริ่มแรกของการทำสวนปาล์มน้ำมันนั้น คิดว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชใหม่ที่ไม่มีใครให้ความรู้เรื่องนี้ได้ดีเท่าที่ควร ก่อนจะปลูกก็ได้ไปศึกษา ชม สวนที่ปลูกมาก่อนหลายๆแปลง ทั้งที่ให้ผลผลิตดีและที่ไม่ค่อยให้ผลผลิต  จึงได้หาสาเหตุและนำมาประยุกต์วางแผนจัดการกับของตนเอง  การจะผลิตปาล์มน้ำมันให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงนั้น สิ่งที่สำคัญ คือ การให้ปุ๋ย และ น้ำ  สวนปาล์มน้ำมันจะขาดปุ๋ยไม่ได้ถ้าขาดจะทำให้ได้รับผลิตน้อยเช่นเดียวกับน้ำจะต้องให้น้ำอย่างเพียงพอ ทั่วถึง

กระบวนการ ทำงานในสวนปาล์มน้ำมันของคุณสมนึก   (ปาล์มให้ผลผลิตแล้ว) โดยสรุป ดังนี้

          การกำจัดวัชพืช   ในปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ คือ ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า หันมาใช้การตัดหญ้าแทน  การตัดหญ้านั้น จะทำให้ดินดีขึ้น   เมื่อตัดหญ้า  1  ครั้ง เท่ากับว่าใส่ปุ๋ยพืชสด  1 ครั้ง  หลังจากนั้นเมื่อใส่ปุ๋ยเคมีจะทำให้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนการใช้ยาฆ่าหญ้าเป็นการทำลายสิ่งต่างๆ เช่น ไส้เดือน และทำลายรากพืชทำให้หยุดการเจริญเติบโต  ผลผลิตลดลง 

  

 การให้ปุ๋ย   ต้องคำนึงถึงต้นทุนให้มากที่สุด เพื่อจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งการให้ปุ๋ยในสวนปาล์มน้ำมันนั้น จะต้องดูแลต้นปาล์ม แต่ละต้นเป็นกรณีๆไป ปาล์มแต่ละต้นมีความสมบูรณ์และขาดธาตุอาหารแตกต่างกันไป โดยจะต้องสังเกตอาการของใบ  ลำต้น และทลาย จึงต้องผสมปุ๋ยใช้เอง   ซึ่งมีหลักสังเกต คือ    ถ้าใบไม่สมบูรณ์ให้ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจน( N)  มากกว่าปกติ เช่นสูตร 46 – 0 – 0   ถ้าลำต้นไม่สมบูรณ์หรือไม่ออกดอก ให้ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุฟอสฟอรัส (P)   มากกว่าปกติ เช่นสูตร 18 – 46 – 0 หรือ  0 – 46 – 0    ถ้ามีทลายมากหรือลูกไม่ค่อยสมบูรณ์  ให้ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุโปแตสเซี่ยม (K)  มากกว่าปกติ เช่นสูตร 0 – 0 – 60   ถ้าพบใบหงิก  หรือใบงอเป็นตะขอ ให้เพิ่มธาตุ โบรอน ( B ) มากกว่าปกติ  ถ้าใบเป็นจุดสีแดง ให้เพิ่มธาตุ แม็กนีเซี่ยมคีเซอร์ไรด์   

การใส่ปุ๋ยปาล์มของคุณสมนึก จะให้ปีละ  3  ครั้ง ๆ ละ  4  กิโลกรัมต่อต้น  หรือ  12  กิโลกรัมต่อต้นต่อปีและให้ปุ๋ยปาล์ม เมื่อสภาพดินมีความชื้นระดับที่พอดี  ซึ่งสังเกตจากสภาพอากาศ   ถ้าฝนทิ้งช่วงจะทำให้ปุ๋ยไม่ลาย แต่จะระเหยสูญเสียไปได้   หากฝนตกชุกจะทำให้น้ำชะล้างปุ๋ยไหลไปกับน้ำ ทำให้ปุ๋ยไม่มีประสิทธิภาพ

          การให้น้ำ      น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อเลี้ยง  ลำต้น  ใบ  ดอก  และทลายให้สมบูรณ์  การจัดการน้ำที่ถูกต้องและเหมาะสม  คือ  การให้น้ำช่วงฤดูแล้ง  หากปาล์มน้ำมันขาดน้ำก็เท่ากับขาดปุ๋ยไปด้วย ทำให้ต้นปาล์มหยุดชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตลดลง  หากให้น้ำอย่างถูกต้องจะเพิ่มผลผลิตและน้ำหนักของทะลายปาล์มน้ำมันได้เป็นอย่างดี

          สำหรับวิธีการให้น้ำของคุณสมนึก เขาจะเปิดสปริงเกลอร์ ที่บริเวณโคนต้นประมาณ  12  ชั่วโมงต่อวัน  และ 10  วันให้น้ำ 1  ครั้ง  และวีธีปล่อยน้ำในร่องสวนปาล์ม  12  ชั่วโมงต่อวันต่อ 1 ร่อง  ปล่อยน้ำ  6 วันต่อครั้งสลับร่องกันไป

 การจดบันทึก    เป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนปลูกปาล์มน้ำมันมืออาชีพ เป็นการป้องกันการหลงลืม  ซึ่งการทำงานหากไม่มีการจดบันทึก ก็ไม่สามารถที่จะจดจำได้หมดทุกเรื่อง  การจดบันทึกจะทำให้เรามีข้อมูลสามารถใช้เพื่อเปรียบเทียบต้นทุน ปริมาณผลผลิตและ ผลตอบแทนได้

          การติดตามผล เป็นการคอยสังเกตและติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของปาล์มน้ำมัน คุณสมนึก บอกว่า เราต้องรู้จักปาล์มทุกต้นในสวน

ปัญหา อุปสรรค ในการผลิตปาล์มน้ำมัน  คุณสมนึก เล่าให้เราฟังว่า  ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาด้านการตลาด เรื่องการจำหน่ายผลผลิต ราคา  เราถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางมาโดยตลอด จากการเก็บข้อมูล พบว่าลานเทที่รับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมัน ไม่มีคุณภาพ มาตรฐาน น้ำหนักผลผลิตไม่ตรงกับความเป็นจริง  ปัจจุบันคุณสมนึกจึง นำผลผลิตไปขายยังโรงงานฯโดยตรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องคำนึงถึง ต้นทุนและการจัดการค่าขนส่งผลผลิตด้วย(แต่ส่วนใหญ่ มีบริการครบวงจรอยู่แล้ว)  และการตัดปาล์มดิบทำให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันลดลงจึงควรมีการให้ความรู้ และความตระหนักในเรื่องการตัดปาล์มน้ำมันที่ถูกต้องและเหมาะสมด้วย

          การจัดการ ความทุ่มเท ดูแลสวนปาล์มน้ำมันที่ดีนั้น ส่งผลทำให้ปาล์มน้ำมันมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นและทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลง ที่สำคัญ คนปลูกปาล์มน้ำมัน ต้องเรียนรู้ หมั่นสังเกต จดบันทึก ข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับใช้ในการพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมันให้ได้ผลตอบแทนสูงมีความปลอดภัยและมีความสุขกับอาชีพนี้  จากการทำสวนปาล์ม จำนวน 69 ไร่ กับชายวัย 60 ปี คนนี้ เขาได้ผลผลิตปาล์มเฉลี่ย 6 ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งเป็นรายได้ที่น่าพอใจเลยทีเดียว และ จากการทุ่มเทในอาชีพ  ทำให้คุณสมนึก  บัวอินทร์ เป็นเกษตรกรตัวแทนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับรางวัลจากมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกัน สำนึกรักบ้านเกิด  ในเครือโทรศัพท์มือถือ ดีแทค เมื่อ ปี 2552 ได้เงินรางวัล จำนวน  50,000 บาท

หากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันท่านใด สนใจ อยากสอบถาม หาความรู้เพิ่มเติม หรือไปเที่ยวชมสวนปาล์มของคุณสมนึก บัวอินทร์ ติดต่อได้ที่  135  หมู่ที่  4  ตำบลทุ่ง  อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  โทรศัพท์  077-435-550  โทรสาร 077-228-156  มือถือ 083- 5911677

          เมื่อท่านได้สัมผัสแล้ว ท่านจะมีความเห็นตรงกันว่า สมควรแล้วที่ “สมนึก บัวอินทร์” ได้รับการยกย่องเป็นสมาชิกคนเด่น เป็นปฐมฤกษ์ ในวารสาร “ปาล์มสัมพันธ์” ของสมาคมฯในครั้งนี้

                                                                                      โดย  ชัยพร  นุภักดิ์