จากที่ได้ดำเนินกระบวนการมาเรื่อย ๆ ตามบันทึก
ต้นแบบ R2Rตัวเป็น ๆ ณ R2R รุ่น๑ สสจ.หนองคาย
ตอบคำถามในใจด้วย วิดิทัศน์ "จากวันนั้นสู่วันนี้ R2R ประเทศไทย"
ผู้ร่วมอบรม ทั้งได้ ขยับ ได้คิด ได้ใคร่ครวญ ท่าน อ.กะปุ๋ม จึงเติมองค์ความรู้ว่า ดูงานยังไงว่าเป็น R2R เป็นข้อสงสัยที่ “นักพัฒนางานหน้าใหม่ใคร่รู้”
เพราะพอ ท่านอาจารย์พูดถึงหลายท่านจดกันใหญ่ มีหลักอยู่ 4 ข้อว่า
1. โจทย์วิจัยมาจากงานประจำ เพื่อพัฒนางานประจำ
2. การนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ ใช้พัฒนางานประจำ
3. ผลลัพธ์ดูที่ผลต่อลูกค้า
4. งานวิจัยที่ดำเนินการโดยผู้ปฏิบัติ
หลายท่านพยักหน้าประหนึ่งการ “อ๋อ” โดยใช้ท่าทาง แล้วท่านอาจารย์ก็เติมให้อีกในส่วนของ

10 ไม่ R2R เป็นการรวบรวม จากประสบการณ์การทำงาน R2R
แล้วสุดท้าย การทำงานอะไรก็ต้องมีเป้าหมาย R2R ก็เช่นกัน
เป้าหมายคือ “สปก”
โดยยกภาพ ท่าน ศ.วิจารณ์ พานิช
แล้วเอ่ยว่า
ท่านเป็นคนคิดคำว่า “R2R” ในยุคนั้นเพราะวัยรุ่นดี รู้สึกจะ D2B กำลังดัง
ผู้ร่วมประชุมหายท่านยิ้มแล้วพยักหน้า ท่านอาจารย์แซวว่าแสดงว่า “ยังทัน ฮ่าๆ”
เป้าหมายการทำ R2R ที่ท่านเอ่ยไว้ว่า “สปก”นั้นมาจาก
ส คือ สุข
ป คือ ปัญญา
ก คือ ก้าวหน้า

ท่านอาจารย์กะปุ๋มย้ำแบบคม ๆ ไว้อีกว่า
“เห็นไหมค่ะว่า อาจารย์เอาความก้าวหน้าไว้สุดท้าย ความสุขและปัญญามาก่อน”
ตลอดเช้าเป็นการเรียนรู้ที่เคลื่อนไปข้างหน้า แบบมีส่วนร่วมและมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นศูนย์กลาง เป็นการเรียนรู้ที่เบิกบานสนุกสนานคึกครื้นดีค่ะ


ตามมาอ่านเอาความรู้ และดูบรรยากาศสึกคัก ครึกครื้น ...ไม่ถึงกะครื้นเครงนะคะ...ประเดี๋ยวจะกลายเป็น คำโฆษณาของ ททท.