พอแต่ละท่านได้ทราบเป้าหมายด้วยคำถาม BAR และได้สะกิดใจว่า R2R คืออะไรนะ อย่างที่เขียนไว้ในบันทึกใคร่ครวญ BAR ถามถึง R2R
ท่านอ.กะปุ๋ม ก็ตอบข้อสงสัยของผู้ร่วมอบรมด้วย VTR จากวันนั้นสู่วันนี้ R2R ประเทศไทย เป็นเรื่องราวของคุณชลภรรสรณ์ คนทำงานตัวเล็กที่ช่างสังเกตและเอาใจใส่ผู้ป่วย จากข้อสงสัยว่า
“เวลาที่ผู้ป่วยใส่ท่อหายใจแล้วเขารู้สึกอย่างไร มีใครเคยถามเขาไหม”

บรรยากาศการชมวิดิทัศน์ในห้องอบรมค่ะ

เป็นจุดเริ่มของการทำวิจัยของคนหน้างาน โดยแรงเชียร์ของ Fa ในพื้นที่คือ อ.กะปุ๋ม

จนทำให้เกิดความเข้าอกเข้าใจคนไข้ เกิดเป็นงานวิจัยต่อยอดคิดหาวิธีว่า ทำอย่างไรจึงจะตัดวงจรความเจ็บปวดที่เกิดจากการไอ
แล้วทำให้เกิดแรงตึงหน้าท้อง แล้วก็ปวด
ทีม ICU ศัลฯ รพ.ยโสธร ทีมช่วยกันคิดช่วยกันมอง
จนได้นวัตกรรม “หมอนขิด”
พอนำมาลองใช้แล้วได้ผล จนได้เป็นต้นแบบมานำเสนอ ในVTR นี้
หลังดูไปส่วนหนึ่งท่าน อ.กะปุ๋ม ก็ถามว่า
“จุดเริ่มต้นของการทำ R2Rของชลภรรสรณ์ คืออะไร”
“แล้วมีกระบวนการทำ R2R อย่างไร”
แล้วก็ให้เขียนแบบเป็นกลุ่ม พอได้คิด ได้คุยได้แชร์ในกลุ่มเรียบร้อย ท่าน อ.กะปุ๋ม ก็เปิดต่อจนจบแล้วตั้งคำถามข้อสุดท้ายว่า
“ทำ R2R แล้วเกิดคุณค่าอะไรขึ้นกับ ชลภรรสรณ์”
เป็นการให้ผู้ร่วมอบรมฝึกทักษะการฟัง จับประเด็น ให้ผู้ร่วมอบรมได้เรียน R2R ผ่านการมองหน้า ค้นหากระบวนการ ค้นหากระบวนการ แล้วเชื่อมโยงถึงผลลัพธ์และคุณค่าของงาน R2R ที่เกิดขึ้น เป็นการนำความรู้เข้าสู่ผู้อบรมแบบเนียน ๆเลยค่ะ
แล้ว ก็ให้แต่ละกลุ่มส่งแล้วให้ ให้หนูรวบรวมแล้วคืนข้อมูลให้ผู้ร่วมอบรมตอนบ่ายปรากฏว่าแต่ละกลุ่มดึงข้อมูลออกมาได้ได้มาเลยค่ะ แทบจะครอบคลุมนิยาม ของ R2R ได้กระบวนการต่าง ๆ ซึ่งระหว่างนำเสนอ ท่านอาจารย์ ก็จะช่วยชี้เพิ่มเติมให้ในแต่ละกลุ่ม







เป็นบรรยากาศที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สนุกมากค่ะ รู้เลยว่า ถ้าผู้เรียนได้ค้นหาเองนี่ เข้าใจในเนื้อหาได้รวดเร็วและสนุกกว่ามานั่งบรรยายธรรมดา ๆ ที่สำคัญพื้นฐานของผู้ร่วมประชุม กระตือรือร้นในการเรียนรู้มาก ๆ ค่ะ ขอชื่นชม
ตามมาชื่นชม รับความรู้ด้วยคน
ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์
บรรยากาศดีมากครับ