เช้าวันที่ ๒๖ ม. ค. ๕๕ ในงานประชุม PMAC 2012ช่วง Plenary Session 1 เรื่อง Universal Health Coverage : Utopia or Mirage to Human Development? คำถามเป็นลบ ว่าการบรรลุการเข้าถึงสุขภาพถ้วนหน้า เป็นสภาพของยุคพระศรีอาริย์หรือเป็นภาพลวงตา คำตอบคือไม่ใช่ทั้งสองอย่าง แต่เป็นความจริงที่บรรลุได้ หรือค่อยๆ ดำเนินการเพื่อขยายสภาพนี้ให้ครอบคลุมมากขึ้นดีขึ้นได้
ที่สำคัญคือมีตัวอย่างใกล้ตัวคือญี่ปุ่นมี UHC มากว่า ๕๐ ปี ไทยบรรลุมาแล้ว ๑๐ ปี แต่เมื่อศึกษาลึกลงไปในรายละเอียด UHC ที่ว่าบรรลุแล้วของแต่ละประเทศต่างก็มีจุดท้าทายที่จะ ต้องปรับปรุงมากมาย รวมทั้งของไทย
มีคำถาม จะเริ่มที่ไหน ที่คนกลุ่มไหน เริ่มอย่างไร คำตอบคือไม่มีสูตรตายตัว ต้องคำนึงถึงปัจจัยของแต่ละประเทศ รายงานสรุปการประชุมช่วงนี้ของคณะ secretariat ของการประชุมอ่านได้ที่นี่
ผมนั่งฟังไปนึกถึง สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ของ อ. หมอประเวศ ไป ว่าระบบสุขภาพของแต่ละประเทศเป็นเรื่องซับซ้อน ยาก และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง สภาพเช่นนี้อุปมาเสมือน “ภูเขา” การจะเขยื้อนสิ่งยากเช่นนี้ต้องใช้ ๓ พลังร่วมกัน ได้แก่ (๑) พลังความรู้ / สารสนเทศ / ข้อมูล ที่ชัดเจนแม่นยำและมีพลัง มีการสร้างและสื่อสารออกสู่สังคม ซึ่งเป็นพลังที่ ๒ (๒) พลังสังคมที่แสดงเจตจำนงแน่วแน่ ออกมาในพื้นที่ต่างๆ ทางสังคม รวมทั้งการเลือกตั้ง พลังสังคมนี้จะไปเคลื่อนพลังที่ ๓ (๓) พลังการเมือง ที่แสดง political commitment ออกมาเป็นการออกกฎหมายสร้างระบบ และการจัดงบประมาณสนับสนุน
หลังการประชุม PMAC 2012 ก็มีข่าวร้อนเกี่ยวกับ สปสช. ว่ากำลังมีการต่อสู้กันทางการเมือง ที่จะเข้าไปควบคุม สปสช. เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ดังข่าว ๑, ๒, ๓, ๔ซึ่งหากเป็นจริงตามข่าวนี้ ก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายด้าน UHC ของประเทศเพิ่มขึ้นมากมาย เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็ต้องมาจากภาษีที่ประชาชนจ่ายไม่ทางตรงก็ทางอ้อมนั่นเอง นี่คือความเสี่ยงสำคัญของระบบสุขภาพของทุกประเทศ หากเพลี่ยงพล้ำด้วยเหตุใดก็ตาม ก็ยากที่จะแก้ไขภายหลัง
ดังนั้นมุมของพลังความรู้หรือพลังปัญญาว่าด้วยระบบ UHC จึงมีความสำคัญยิ่ง และในการประชุม PMAC 2012 ระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้รับคำชื่นชมมาก
ผมจึงเกิดความคิดว่า การสร้างความรู้เกี่ยวกับ UHC ต้องรวมบทบาทและพลวัตทางการเมือง ที่มีผลต่อ UHC ด้วย ผมจึงเสนอโจทย์วิจัย “ปัจจัยทางการเมืองที่มีผลต่อระบบคุ้มครองสุขภาพ ถ้วนหน้า” โดยต้องนิยามคำว่า “การเมือง” ให้กว้าง ครอบคลุมการเมืองภายในระบบบริการสุขภาพ ที่เป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑ ก.พ. ๕๕
ขอบคุณคะ
(๑) พลังความรู้ / สารสนเทศ / ข้อมูล ที่ชัดเจนแม่นยำและมีพลัง มีการสร้างและสื่อสารออกสู่สังคม
ขอแสดงทัศนะว่าขณะนี้
พลังความรู้ มีเพิ่มขึ้น แต่กระจาย ขาดโฟกัสร่วมกัน
องค์กรซึ่งเป็นพลังความรู้ บางองค์กร
ยังไม่ค่อยเปิดให้คนรุ่นใหม่เข้าไปมีส่วนบริหาร
จึงขาดการยอมรับจากคนรุ่นใหม่