posted on 08 Feb 2012 13:14 by nokmeister
มีคนร่วมทางเดินก็อย่าทิ้งจุดหมายของตัวเองเพื่อคนอีกคนที่เราไม่สามารถรู้ ได้ว่าจะฝากชีวิตไปกับเขาได้นานแค่ไหน
อย่าเห็นค่านิยมกระเป๋าแบรนดังๆ เพราะอาจจะเป็นกระเป๋าใบสุดท้ายถืออย่างภูมิใจ แต่ใบต่อไปอาจมีทั้งน้ำตาและความทรงจำที่ช้ำใจ จนไม่กล้าพูดกับใครแบบตรงๆไปเลยก็ได้
อ่านแล้วเห็นว่าน่าสนใจ เลยนำมาให้พิจารณาครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ ที่น้องโอแพร์รุ่นใหม่ๆควรทราบ หรือนักเรียนที่ทำเรื่องมาเรียนต่อโดยใช้ทุนของหนุ่มๆที่นี่
คือเรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาหลายๆรุ่นและกับหลายๆคนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เยอรมัน ออสเตรีย เดนมาร์ก อิตาลี หรือที่ฝรั่งเศส รวมถึงที่อเมริกา คือโอแพร์หลายๆคนเข้ามาในประเทศ แล้วติดความสะดวกสบาย ติดสังคมศิวิลัยที่นี่ หรือบางคนมีลู่ทางหาเงินได้มากกว่าที่เมืองไทยเลยทำให้ไม่อยากกลับไปตั้งต้น ใหม่ที่เมืองไทย แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทางใด ทางหนึ่งควรวางแผน และตัดสินใจให้ถ้วนถี่ เพราะถ้าเรากระโดดเข้าไปอยู่ในภาวะจำยอมเพื่อวีซ่าแล้ว มันมีความรับผิดชอบในหลายๆเรื่องตามมา ไม่ว่าจะเป็นสังคมรอบข้าง และทางกฎหมายในประเทศนั้นๆ
จากประสบการณ์ส่วนตัวเราเอง และของเพื่อนๆและพี่ๆหลายๆคน ที่มาขึ้นเขาลงเหวขุดทองกันที้เมืองนอก ตัวเราก่อนมารอบที่สอง ตอนนั้นเราอยู่กับแฟนที่หัวหิน และที่หัวหินก็จะมีกลุ่มคนไทยที่มีสามีต่างชาติ มีกลุ่มเล็กๆได้จัดการสัมนา เกี่ยวกับเรื่องบทบาทของสตรีไทยในต่างแดนรวมถึงช่วยเหลือตัวเองยังไงเมื่อมี ปัญหาทางกฎหมาย นี่คือเรื่องที่เราจำแบบคร่าวๆ ก็จะมีผู้ทรงคุณวุฒิและผ่านประสบการณ์ต่างๆที่เมืองนอกมาเล่าประสบการณ์ที่ แต่ละคนได้เจอมาเพื่อแชร์ประสบการณ์ต่างๆนานา
ตัวเราจากที่ได้เห็นเพื่อนโอแพร์หลายคน และหลายๆชาติ กระโดดเข้าพิธีวิวาห์ ทั้งแท้บ้างเทียมบ้างแต่ละคนก็มีเรื่องราวของตัวเองกันไป แต่หลายๆคู่ ก็จบแบบบาดเจ็บทางจิตใจกันทั้งสองฝ่าย บางคนแต่งงานโชคดีได้สามีและครอบครัวดี ก็มาพยายามแนะนำให้ รุ่นใหม่ๆเอาเป็นตัวอย่าง ทุกคนก็จะพยายามพูดข้อดีในทุกๆเรื่องเพี่อให้เพื่อนยอมรับความเห็นของการ แต่งงานเพื่อวีซ่า แต่ลืมไปว่าปัญหาที่ตามมาก็ค่อนข้างสูงเช่นกัน
ยกตัวอย่างในประสบการณ์ของเราคือ เรามีแฟนเป็นคนเยอรมัน แล้วเขาอายุมากกว่าพอสมควร แต่ไม่เกินสิบปี
เราลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่หัวหิน เราทำงานและเขาก็ทำงานเป็นอาจารย์สอนที่มหาลัยที่หัวหิน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เราพยายามปรับตัวเข้าหากันตลอด โดยเฉพาะเราซึ่งเป็นผู้หญิง เราความที่มีครอบครัวต่างชาติอุปถัมป์เรื่องเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่าย อื่นๆอยู่แล้ว เลยไปได้พุ่งไปที่เรื่องเงินของแฟนเท่าไหร่ รวมถึงไม่ได้พุ่งไปที่วีซ่าด้วย เพราะเราอยู่ที่บ้านเมืองของเราอยู่แล้ว
แต่ก็ไม่วายมีปัญหาเรื่องเงินตั้งแต่อยู่ ที่เมืองไทย เราต้องช่วยเขาจ่ายค่า internet, ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอาหารและข้าวของในบ้านบางส่วน ซึ่งแค่เริ่มต้นก็ป่วยใจแล้ว ระหว่างที่เราอยู่กับเขา เราก็ทำงานพิเศษไปด้วย ได้เพิ่มมาบ้างเพราะตอนที่ทำ พยายามไม่ให้ไปเบียดเงินของคนที่อุปถัมป์ ตอนนั้นก็มีส่งเงินให้บ้านคนไทยบ้าง แต่เราว่ามันกำลังสร้างความลำบากใจให้ตัวเองทั้งๆที่ยังไม่มีความพร้อมใน หลายๆด้าน ช่วงที่เริ่มต้น ก็ร้องไห้ไปหลายยก โทรไประบายกับเพื่อนสนิทที่กรุงเทพ สองคน เขาก็ถามว่าไม่ไหวก็ถอยออกมา แต่ตอนนั้นคือเรากำลังรอทำเรื่องมาที่ฝรั่งเศส เราเลยอดทน คิดซะว่าอีกแค่ไม่กี่เดือนก็แยก
เราถูกแฟนบ่นเรื่องเงินที่เป็นส่วนของเรา ตลอด เพราะเราชอบบอกว่าไม่มี จริงๆแอบเก็บ ไม่ได้แอบหรอกเพราะมันเป็นเงินส่วนของเรา แต่ไม่อยากให้เขาเข้ามาก้าวก่าย เหมือนที่เขาไม่อยากให้เราไปก้าวก่ายเงินของเขาเช่นกัน เวลาไปซื้อของที่โลตัสหัวหิน แฟนเราก็จะเป็นประเภทซื้อเพื่อแต่ตัวเองไม่นึกถึงใคร ไม่เผื่อวันพรุ่งนี้ แต่พอเราพูดเขาก็พยายามปรับ แต่มันก็ไม่ได้เต็มร้อยเปอร์เซ็น จนในที่สุดเรา ได้วีซ่ามาที่ฝรั่งเศส เราก็ไปค้างคอนโดของครอบครัวอุปถัมป์ก่อนบิน แฟนเราก็ไปด้วย เป็นการเจอกันรอบที่สองระหว่างเขากับครอบครัวเรา
พอเราบินมาที่ปารีส ช่วงนั้นอะไรก็ต้องปรับไหนจะ Cultureshock ไหนจะภาษาและตารางทำงาน คือมันเริ่มต้นหลายๆเรื่อง ระหว่างนั้นคือก็ยังคุยทาง internet กับแฟนที่เมืองไทยอยู่เพราะเขามีสัญญาจ้างอีกหกเดือนที่เมืองไทย ระหว่างที่คุยก็เงาะแงะ เราเสียเวลาไปมากระหว่างนั้นในการวางแผนชีวิตที่นี่ เพราะแฟนเราเป็นประเภทคล้อยตามบ้าง หัวแข็งในเรื่องไม่เป็นเรื่องบ้าง จะเลิกก็กึกๆกักๆ เพราะเราเชื่อว่าคนเราเวลามีครอบครัวมันจะสามารถเปลี่ยนข้อเสียของเขาได้ แต่ไม่เลยครับ เป็นยังไงก็ยังงั้นไม่มีเปลี่ยนไปมากมายเท่าไหร่ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตอยู่คนละที่ด้วย ความไว้ใจมันเหมือนเส้นด้าย โดยเฉพาะสาวๆที่เมืองไทย ที่มีความชอบในของนำเข้าจากต่างประเทศ หารู้ไม่ว่าของบางอย่างก็เป็นของมีตำหนิจากต้นกำเนิด
ตัวเราเชื่อในเรื่องการทดลองใช้ชีวิตก่อน ตัดสินใจแต่ง แต่ก็ไม่ได้มักง่ายลองแล้วลองอีก เราไม่เคยมีแฟนเป็นคนไทย มีแฟนแบบนักเรียนก็ตอนสมัยที่มิวนิค จีบกันแบบหยอดๆ ตอนนั้นเป็นโอแพร์ด้วย เวลาไปกินข้าวดูหนังไม่ต้องพูดถึง แทบไม่มี และผู้ชายที่เจอส่วนใหญ่ก็เป็นประเภทไม่มีเงิน เป็นนักเรียนเหมือนกัน อยู่ด้วยกันพากันอดตายเปล่าๆ จะหาเศรษฐีก็ไม่แนะนำ ที่นี่มีทั้งจริงมีทั้งเก้ เพราะกฎหมายที่เยอรมันค่อนข้างเคร่งเรื่องทำงาน และที่มิวนิคก็ทำให้มาเจอพี่ๆคนไทยที่ผ่านการใช้ชีวิตกับคนต่างชาติมาโชคโชน แฮปปี้เอนดิ้งก็มี ที่เศร้าถึงขนาดหันเหไปทำอาชีพที่สังคมบ้านเราไม่ยอมรับก็มี แต่ต้องเชิดหน้าไว้ บางคนก็ไม่กล้าเล่าให้ที่บ้านที่เมืองไทยฟังก็มี แล้วก็พยายามอดทนหาเงินส่งเสียไปให้ที่บ้านปรนเปรอกับความมีหน้ามีตาของ สังคมตัวเองโดยที่ไม่รู้ว่าลูกสาวน้องสาวต้องมาลำบากแค่ไหนที่เมืองนอก บางครอบครัวหนัก ถึงขนาดเอาชื่อลูกหรือน้องสาวไปอ้างว่าอยู่เมืองนอกมีเงินมีทอง เพื่อไปยืมเงินคนอื่นๆ เป็นพัน จนถึงล้านก็มี พอไม่มีจวนตัวก็เพิ่งวิ่งมาบอกให้คนที่อยู่ทางเมืองนอกช่วยหาเงินคืนก็มี ซึ่งบางคนมีครอบครัวที่ดีๆ ถึงขนาดทำให้ครอบครัวเขาแตกเพราะเรื่องเงินไปก็มี เพราะผู้ชายที่นี่ผลักให้ผู้หญิงต้องพี่งตนเอง เขาไม่มีวัฒนธรรมที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัวเขา เขาผลักให้คนชนทุกคนทำงาน ที่นี่ณ.ตอนนี้ คนจะปลดเกษียณมีเงินใช้แบบไม่ต้องทำงานก็อยู่ที่ 65-67 ปีในกฏหมายปัจจุบัน ยกเว้นคนพิการก็ได้รับข้อยกเว้นไป ขนาดบางคนมีลูก ครอบครัวผู้ชายยังไม่มาเหลียวแล มาช่วยเหลือก็มี ดังนั้นคิดดีๆ ถ้าจะแต่งงาน ถ้าหาได้ดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็คิดหนักไปทั้งชีวิต แก้ไขอะไรก็ลำบาก ยิ่งถ้าเราไม่ได้มีเงินเป็นฐานเดิมมาอยู่แล้ว แล้วเดี๋ยวนี้ผู้ชายที่นี่ก็ไม่โง่ ไม่ใช้แค่ที่เยอรมัน ที่ฝรั่งเศสก็มี เวลาฟ้องหย่าบางที่ขึ้นศาลผู้หญิงบ้านเราแพ้คดีความไม่ได้ค่าเลี้ยงดูชดเชย เลยก็มี ที่หนักคือถ้ามีลูกกันด้วย ถ้าผู้ชายชนะคดี เราต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้เขาอีกต่างหาก เหมือนกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่เจอทีเยอรมัน แกมีร้านอาหาร มีลูกติดมา แล้วมามีลูกกับคนเยอรมัน พอหย่ากับสามี สามีไม่เอาลูกติด เอาแค่ลูกตัวเอง พอได้ลูกไปพี่เขาก็ต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดู ไหนจะลูกตัวเองอีก ถึงขนาดต้องขายร้านอาหารที่ตัวเองสร้างมากับมือ อย่าคิดว่าของนอกมันดีไปหมด
ยิ่งถ้าภาษาเราไม่ได้เรียนมาแบบต่อเนื่อง มานั่งทำกระดาษทำเอกสารต่างๆเราต้องมาจ้างเขาแปล มันยิ่งหนักเข้าไปให้ จงอย่าภูมิใจว่าฉันเก่ง ฉันแน่ที่ได้สามี เป็นคนต่างชาติ แถมมีสิทธิ์ถือวีซ่าอยู่ที่เมืองนอก เพราะ สวรรค์กับนรกในใจใกล้กันแค่นิดเดียว มีคนร่วมทางเดินก็อย่าทิ้งจุดหมายของตัวเองเพื่อคนอีกคนที่เราไม่สามารถรู้ ได้ว่าจะฝากชีวิตไปกับเขาได้นานแค่ไหน อย่าเห็นค่านิยมกระเป๋าแบรนดังๆ เพราะอาจจะเป็นกระเป๋าใบสุดท้ายถืออย่างภูมิใจ แต่ใบต่อไปอาจมีทั้งน้ำตาและความทรงจำที่ช้ำใจ จนไม่กล้าพูดกับใครแบบตรงๆไปเลยก็ได้
ส่วนตัวเราที่แยกกับแฟนเพราะแฟนกลับมา ตั้งต้นใหม่ที่เยอรมัน เราก็ยังอยู่ที่ปารีส แต่ระหว่างนี้คือแฟนก็ยังเป็นเหมือนเดิมคือ ยังไม่มีจุดยืนเช่นเดิม เราคือคนที่เป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายในการไปหาเขามากกว่า เขาติดลบในบัญชี รวมถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวเขามันตะขิดตะขวงใจ มันไม่สามัคคีกันเลย
บอกตรงๆสาวๆที่คิดจะมีแฟนดีๆสักคน กรุณาเข้าให้ถึงรากการเลี้ยงดูของฝ่ายชาย รวมถึงเขาก็ต้องเข้าให้ถึงรากของเราเช่นกัน พยายามหาจุดที่เราสามารถยอมกันได้ แล้วคุยกันให้เข้าใจ ส่วนตัวเรา ถ้าเรามีจะมีครอบครัว เราจะพยายามตัดปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเรา ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหนก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวให้ชีวิตคู่ พยายามตัดปัจจัยส่งเงินให้ที่บ้าน สำหรับคนที่ถูกที่บ้านกดดัน ขู่ ตำหนิ หรือด่าเลยก็มี เพื่อให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ก็ต้องแยกตัวออกจากความตึงเครียด เพื่อให้เรามีเงินเก็บหนึ่งก้อนเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ถ้าเรายิ่งให้ พอเขาได้ เขาก็จะทำอีกเหมือนเดิม คนเราทุกคนต้องการ การยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กที่เรียนจบมาใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์ ช่วงที่เรียนที่เมืองไทยก็ยังมีเพื่อน มีคนนิยมชมชอบและสังคมต่างๆนานา แค่ที่นี่ คำว่าสังคมคือการมีความแข็งแรงทางความคิด ในการออกไปเผชิญกับโลกภายนอก เราต้องคุมตัวเองได้ และดูแลตัวเองเป็น เพื่อนชวนเที่ยวถ้าทุกวันก็ไม่ไหว สุภาษิตที่ว่า เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายากยังใช้ได้อยู่
แล้วสำหรับคนที่ติด Social network แยกความสัมพันส่วนตัวในเพสตัวเองซะ แล้วตั้งค่าให้เป็นส่วนตัว เพราะเพื่อนตัวดี ที่เห็นพฤติกรรมในแง่บวกของเรา หรือแง่ลบก็ตามจะเข้ามาโพสโจมตีเราแบบไม่ตั้งตัว เพราะบางทีคนบางคนมักจะไม่ชอบเห็นใครดีกว่าในขนาดที่ตัวเองแย่ๆ คนประเภทนี้ก็จะไปโพสโจมตีเขาในเพสของคนอื่นๆ ซึ่งไม่ยอมระบายในส่วนที่เป็นเนื้อที่ของตนเอง อยากดังในเนื้อที่ของคนอื่นๆว่างั้น เราก็เพิ่งเจอมาหมาดๆเช่นกัน หรืออาจจะทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการก็ตาม
เราโดนตั้งแต่มาโชว์ เรื่องการใช้ภาษาในเพส การมีครอบครัวและก้าวก่ายเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือประเภทมีเรื่องและปัญหาส่วนตัว ถึงขนาดขัดใจมาหาว่าเราบ้าก็มี ซึ่งเราบอกได้คำเดียวว่าอย่าเอามาใส่ใจ เพราะมันรกสมองในการทำเรื่องที่สร้างสรรค์อื่นๆเพื่อส่วนรวม อีกอย่างคนเราให้ดูที่การกระทำและผลด้านบวก ให้มากกว่าการมองในด้านลบ เพราะยิ่งเรามองด้านลบ มันยิ่งทำให้เราเกิดโทสะ และสามารถทำอะไรที่ขาดความยับยั้งช่างใจไปเลยก็ได้ ที่สำคัญระวังเพื่อนแอบแฝง มาฉกคนข้างกายทางSocial Network กว่าจะรู้ตัวก็สายไปซะแล้ว
ให้กำลังใจคนเขียนได้ที่
ที่มา: วีซ่าจะขาดแล้ว ไม่อยากกลับบ้านทำไงดี แต่งงานเลยดีไหม
อ่
สำหรับหญิงไทยที่คิดจะมีคนรักเป็นคนต่างชาติ
ถ้าอะไรหลาย ๆ ไม่เข้มแข็ง หรือแข็งแกร่งพอ
โอ้ว...สาหัส
โอแพร์ คืออะไรครับ...สงสัยมาก???
#1 By Ruj Rattanapahu on 2012-02-10 09:44
#
#3 By KdpuFWCsGhIy (176.8.88.41) on 2012-02-11 11:02
#4 By Travel in Paris style Au-Pair on 2012-02-12 06:37
สอง ฮ่าๆๆ
#5 By BigBang on 2012-02-12 14:39
#
ขอบคุณ คนไกลบ้าน ที่นำเรื่องไกลตัวมาให้เรียนรู้ และความรู้ใหม่ ในอาชีพที่ไม่เคยได้ฟัง คือ โอแพร์ ในต่างแดน
นรก สวรรค์ โชคดี เคราะร้าย ก็อยู่ไม่ห่างกัน แต่ขอให้คนที่มีฝัน ไปแดนไกล มีโชค เหมือน แม่วาด เมียบียอน
บัง
แม่วาด เมียบียอน หรืออะไรครับ ขยายความรู้ให้ฟังหน่อยครับ
แม่วาด เมียบียอน หรืออะไรครับ ขยายความรู้ให้ฟังหน่อยครับ
แม่วาด คือนักเขียนดังท่านหนึ่งค่ะ
เอ ตอนนี้ยังนึกชื่อจริงไม่ออก
หากตามความจำเดิม จำได้ว่า แม่วาดมีคนรักและแต่งงานกับชาวเยอรมัน หรือสวิส หรือเปล่า(แฮ่มต้องค้นประวัติค่ะ ในพันทิปน่าจะมี เพราะแม่วาดมีแฟนคลับอยู่ที่นั่น)
แม่วาดแต่งงานและอยู่กับสามี อย่างมีความสุข เขียนนิยายมาดังในไทย เรื่องหรือเล่มที่ดังแรก ๆ ก็คือ "แม่วาดเมียบียอร์น"
ลองค้นและอ่านดูนะคะ แม่วาดเขียนเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องการใช้ชีวิตต่างแดนและ เรื่องนินทาสามี กัดเจ็บ ๆ แสบ ๆ สนุกดีค่ะ
อ้อ..ครับ เป็นนิยายการใช้ชีวิตในต่างแดนของแม่วาด ที่เขียนเล่าพิมพ์ออกขายเคยอ่านเมื่อหลายปีแล้ว
ฉากชีวิตการไปใช้ชีวิตคู่ในต่างแดน ต้องต่อสู้กับหลายสิ่งทั้งทัศนคติ ชีวิตประจำวันและภัยหิมะ.....โดยที่ไม่มีทุนทางชีวิต
แต่คนไทย มีทุนทางชีวิต ในเมืองไทย ไม่ต้องเรียน ก็มีทุนเดิมเป็นภูมิคุ้มกัน
น้องหมอ
ขอเรียกอย่างนี้ก็แล้วกัน
เพราะรู้จักกันมานานกว่าคนอื่นทั้งหมด คนอื่นก่อนหน้านั้นหลบไปปลีกวิเวก
กันเกือบจะหมดแล้ว หาคนกันเองที่รู้จักเหลือไม่กี่คน
พี่ต้องตามเวลาที่ขาดหาย เพราะจากเมืองไทยมานานแสนนานเกือบสามสิบห้าปีแล้ว
บางอย่างก็ไม่เคยได้ยิน เช่น ชิล ชิล
ลูกสาวที่เคยไปอยู่เมืองไทยมาหนึ่งปี ต้องมาอธิบายให้
คำบางคำ จะสะกดคำไม่ถูกเลย บันทึกแรกๆใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเขียนเสร็จ
เรียนน้อง คนบ้านไกล
- อยากให้ สาวๆๆอ่านกันม๊ากๆๆจัง....ได้ประโยชน์
- คิดจะไปขุดทอง....หรือ....ไปหาโชค....ไม่ง่ายนะคะ....ดีไม่ดี.....โดนย้อนกลับมากกว่าเดิม....ทั้งเจ็บ....ทั้งปวด.....ทรมารนะคะ
- บทเรียน....นอกห้องเรียน....ที่ราคาแพง....แลกด้วยชีวิต
เคยอ่าน แม่วาด เมียบียอน เธอโชคดี ว่าไป การแต่งงาน ก็เหมือนซื้อ ล็อตเตอรี่ นะคะ
คิดเพียงว่า คนดี ก็คงจะคู่ควร คนดีๆ เหมือนอินทรีย์ จะมองหา บินตามพวกใกล้เคียงๆ กัน ขอบคุณค่ะ