สปาร์กความคิดจากคุณน้อย และ คุณชาดา : เรื่องเล่า-narrative ที่เป็นการ "จับถูก" จริยวัตรที่ดีของผู้อื่น ได้ทั้งใจที่อ่อนน้อม และเสริมกำลังใจแบบ multiply

เมื่อสองวันก่อน ข้าพเจ้าได้รับบทเรียนอันวิเศษ..
เมื่อเชิญอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งมาช่วยดู powerpoint ภายในห้องวิจัย
ปรากฎว่า มีอาจารย์น้องใหม่กำลังนั่งทำงานอยู่คนหนึ่ง
ข้าพเจ้าไม่ได้คิดอะไร เปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค กล่าวนำเสนอ
แต่อาจารย์อาวุโสรั้งข้าพเจ้าไว้ และบอกว่า เราย้ายไปอีกห้องหนึ่งดีกว่า
"เกรงใจอาจารย์ (น้องใหม่) เขา"
...

เหตุการณ์ช็อตสั้นๆ นี้ ปราศจากคำสอนนี้
ทำให้ข้าพเจ้าเรียนรู้คำว่า "ความอ่อนน้อม"
ด้วยความละอายใจตนเองยิ่งนัก
บางท่านอาจมองเป็นความเกรงใจ ธรรมดา
แต่หากมองถึงบริบทว่า
อาจารย์อาวุโสท่านนี้ มีทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ ที่สูงส่ง
ยังไม่ลืม ที่จะให้เกียรติบุคคลที่อ่อนวัย อ่อนวุฒิกว่าข้าพเจ้าเสียอีก
...
ทำให้ข้าพเจ้านึกไปถึง ศาสตราจารย์ทางเวชสถิติท่านหนึ่ง
ที่ได้รับรางวัล "ผู้ประสบความสำเร็จสูงทางวิชาชีพ" จากหน่วยงาน
หลังจากเรียนจบคอร์สที่ท่านสอนแล้ว
จะมีอีเมล์ถึงผู้เข้าเรียน พร้อมข้อความ
"ขอบคุณที่ลงเรียน และช่วยให้ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของท่าน
หากมีสิ่งใดต้องการให้ปรับแก้ให้ดีขึ้น โปรดบอกผมด้วยนะครับ.."
.

ตัวอย่างเหล่านี้
ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อว่า ความอ่อนน้อม มิได้เป็นการแสดงความอ่อนแอ
ตรงกันข้าม กลับแสดงถึง ความมั่นใจในศักยภาพภายในตนอย่างยิ่ง
ข้าพเจ้ายังนึกไม่ออกว่า ภาวะที่ฝ่ายหนึ่งกล่าว "สั่งสอน"
เด็กจะเห็นภาพตัวอย่างของความอ่อนน้อม ได้อย่างไร
หรือว่า..
การละตัวตน- ให้เกียรติผู้อื่นแม้อ่อนวัย อ่อนวุฒิกว่า
ป็นสิ่งที่สอนได้ ต่อเมื่อ "ไม่" สอน
.

ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากสังคมว่า
แพทย์ โดยเฉพาะที่จบใหม่บางส่วน "กร่าง" กับผู้ป่วย กับเพื่อนร่วมงาน
ทำอย่างไรดี ?
ข้าพเจ้าคิดว่า ได้คำตอบแล้ว