หลังจากที่คุณครูใหญ่และคณะครูได้พูดคุยกับนางแล้วก็อนุญาตให้กลับไปเรียนที่ห้องตามปกติ

 

        วันรุ่งขึ้นนางทำให้คุณครูและเพื่อนๆ แปลกใจไม่น้อย จริงๆก็เป็นรุ่นน้องแต่ในเมื่อมาเรียนด้วยกัน ถือว่าทุกคนเป็นเพื่อนหมด

 

       ตามตารางเรียนนั้นคาบแรกของแต่ละวันจะเป็นภาษาอังกฤษนางจำได้ว่ามีทั้งหมด 30 บท คุณครูสอนถึงบทที่ 5 นางต้องเจองานหนักเพราะต้องกลับไปท่องศัพท์ย้อนหลัง  ท่องแบบไม่มีหลักเกณฑ์ อาศัยความจำอย่างเดียว และที่ทำให้คุณครูและเพื่อนๆแปลกใจก็คือ คุณครูนำสู่บทเรียนโดยการถามคำศัพท์บทที่แล้ว และนางก็ตอบได้ทุกคำ คุณครูที่สอนภาษาอังกฤษคือคุณครูสิทธิ์นั่นเอง  คุณครูยกนิ้วให้และหัวเราะอย่างอารมณ์ดีบอกว่า

 

        " บ่เสียแฮงที่ครูไปขุดมาจากตม "

 

       นางตั้งใจเรียนให้สมกับที่คุณครูตั้งความหวังไว้จะอ่านหนังสือตั้งแต่เลิกเรียน หลังจากปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวเสร็จก็อ่านต่ออีก อ่านไปเรื่อยๆเมื่อยก็พักบ้างนิดหน่อย

 

       สมัยนั้นที่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แสงวอมแวมจากตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เวลานางอ่านหนังสือแม่จะมานั่งใกล้ๆ ส่วนพี่ๆจะมานอนเล่นและคุยกันอยู่ข้างๆระยะหนึ่งก็จะแยกย้ายกันไปนอน

 

         เสียงผ้าขาวม้าที่แม่ใช้ไล่ยุงที่รบกวนลูกคือเสียงสวรรค์ที่ทำให้นางอบอุ่นยิ่งนัก แม่จะไล่ยุงให้จนกว่านางจะหลับ แล้วแม่ก็จะนอนอยู่ข้างๆ บ้านเราไม่มีมุ้ง ไม่มีผ้าห่ม ถ้าหน้าหนาวมาเยือนก็จะใช้ผ้าถุงเก่าๆที่แม่ใช้คลุมตัวไหมมาซ้อนกันหลายๆผืนมาห่มเพื่อช่วยบรรเทาความหนาว  

 

        ไม่ว่าร้อนหรือหนาวเราก็อยู่ได้ด้วยความรักของคนในครอบครัว แม่ไม่เคยดุลูก พี่ไม่เคยดุน้อง ทุกๆวันจึงเป็นวันแห่งความสุข สุขแบบพอเพียงตามประสาคนจน

 

       สิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจในตอนนี้คือการเรียนของนาง งานในบ้าน นอกบ้านพี่ๆทำหมด นางไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น แม้แต่เสื้อผ้าพี่ก็ซักให้

 

        หลังเลิกเรียนนางจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแม่และพี่ๆ ทุกคนจะเข้ามากอดด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรักพร้อมกับคำถามเดิมๆ

 

        " มื่อนี่เป็นจั่งใด๋ เฮียนยากบ่ เมือยบ่"

 

       แล้วพี่ก็จะตักน้ำมาให้ดื่มและนำกระเป๋าไปเก็บให้ จากนั้นก็จะยกกับข้าวมาให้รับประทาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นน้ำพริกกับผักต้ม เป็นอาหารกลางวันแต่รับประทานหลังเลิกเรียนเพราะนางไม่มีเงินติดตัวไปโรงเรียน ถ้าจะห่อข้าวไปก็ไม่รู้จะห่ออะไรเพราะไม่มีกับข้าว อาหารเช้าบางวันยังต้องอด กิจวัตรประจำวันจะเป็นอยู่แบบนี้

 

      แม้จะอยู่แบบอดๆอยากๆ แต่นางไม่เคยท้อถอย ไม่เคยคร่ำครวญกับโชคชะตา พยายามใช้เวลาทุกนาทีให้คุ้มค่าไม่ยอมให้เสียเปล่า ทุกๆวันนางจึงคร่ำเคร่งอยู่กับการท่องศัพท์ภาษาอังกฤษยิ่งอ่านก็ยิ่งกระหายใคร่รู้ว่าบทต่อไปจะมีอะไรบ้าง

 

        นางท่องศัพท์ด้วยความสนุกจนถึงบทสุดท้าย สามารถแปลได้และเขียนถูกต้องทุกคำทั้งๆที่คุณครูยังไม่สอน  และยังจำได้ไม่หมดด้วยซ้ำว่าที่ท่องไปน่ะพยัญชนะแต่ละตัวอ่านว่าอะไร จำแค่เขียนอย่างไร อ่านว่าอะไร แปลว่าอะไร แค่นั้นเอง  เวลาคุณครูถามนางก็จะตอบฉะฉานด้วยความมั่นใจ ด้วยเหตุนี้นางจึงได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในห้องให้เป็นหัวหน้าห้องในเวลาต่อมา เพราะทุกคนยอมรับในความสามารถแบบไม่มีเงื่อนไข จนกระทั่งเวลาสอบมาถึง ไม่น่าเชื่อว่า...