สาส์นลับที่สาบสูญ (The Lost Symbol)

ที่มา : http://www.bookkalo.com

นิวนิยายสืบสวนสอบสวน ตื่นเต้น ผจญภัยของแดน บราวน์ ที่หลายคนรอคอย ซึ่งถือว่าเป็นภาคต่อของ “รหัสลับดาวินซี” และ “เทวากับซาตาน” ก็ว่าได้ เพราะตัวเอกของเรื่องยังคงเป็นนักสัญลักษณ์วิทยา “โรเบิร์ต แลงดอน”

เริ่มด้วยได้รับเชิญให้เดินทางไปบรรยายที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ณ อาคารแคปิตอล หรือรัฐสภา เมื่อไปถึงแลงดอนจึงรู้ว่าไม่มีงานบรรยาย แต่กลับพบเหตุการณ์ระทึกมากมาย เริ่มตั้งแต่พบมือชายคนหนึ่งที่ถูกตัดออก ตั้งอยู่ในรูปสัญลักษณ์ที่โด่งดังที่สุดในโลกของสมาคมลับ และเขารู้ว่ามือนั้น นิ้วข้างหนึ่งสวมแหวนประมุขของสมาคมลับที่โดงดังที่สุด มือนั้นคือมือของเพื่อนเขานั่นเอง เข้าต้องไปในโลกใต้ถนนของเมืองหลวงที่มีคงวามลับมากที่สุดในโลก เขาต้องช่วยเหลือคนสำคัญของเขา “ปีเตอร์ โซโลมอน” ซึ่งเป็นเพื่อนและผู้ที่แลงดอนเคารพเหมือนครูอาจารย์ให้ทันเวลา เขามามีทางเลือก เขาต้องสืบจากสัญลักษณ์หนึ่งไปสู่สัญลักษณ์หนึ่งเพื่อหาทางไปต่อเรื่อง ๆ เขาถูกจับตามองจากบุคคลลึกลับที่วางแผนไวทั้งหมด และเขาต้องบิดบังและเรื่องนี้ไว้เป็นความลับลบหนี ซีไอเอ หน่วยข่าวกรองที่ทรงประสิทธิภาพของอเมริกา

แน่นอนว่า ของที่เขาตามหานั้นมีความสำคัญมากเกี่ยวกับชาติ ของสิ่งนั้นอาจสร้างคุณประโยชน์อันมหาศาลหากไปอยู่ในมือที่ถูกต้อง และในขณะเดียวกันอาจสร้างภัยมหาศาลหากตกไปอยู่ในมือของศตรู

เป็นแนวทางของแดน บราวน์ไปแล้วที่เขาชอบเขียนเรื่องราวเข้าไปเกี่ยวข้องกับองค์กรลับระดับโลก องค์กรที่มีอิทธิพลในศาสนา เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ครั้งนี้เขาได้เขียนถึงองค์การที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก ที่มีสาขามากที่สุดในโลก สมาชิกมาที่สุดในโลก คนสำคัญในโลกเช่น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อดีตนายกประเทศต่าง นักวิทยาศาสตร์ คนสำคัญ ๆ ของประเทศก็ล้วนแต่เป็นสมาชิกขององค์การนี้ และที่สำคัญ ประมุขขององค์กรก็มีการเปิดเผยตัวสู่สาธารณชน การประชุมก็มีการประกาศลงหนังสือพิมพ์อย่างโจ่งแจ้ง และที่สำคัญที่สุด มันเป็นเรื่องจริง ในหนังสือเล่มนี้ของเขา ได้เล่าเรื่องราวขององค์กรนี้ไว้ค่อนข้างละเอียด ทำให้ทราบว่าองค์กรนี้ทำงานอะไร องค์กรที่กล่าวมาคือ “สมาคมลับฟรีเมสัน”

สาส์นลับที่สาบสูญ ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว ในเรื่องใช้เวลาเพียง สาม – สี่ชั่วโมง แต่การเล่าเรื่องเของเดนบราวน์นั้นมักจะเล่าเรื่องปัจจุบันสลับไปกับอดีต เล่มนี้ ย้อนไปย้อนมาจนรู้สึกอึดอัด บางครั้งบางบททำให้อยากอ่านข้ามๆ ไป (แต่ผทม่อ่านข้าม) ทำให้บางจุดอ่านแล้วดูน่าเบื่อ แต่นั้นก็จะทำให้เรื่องสมเหตุสมผลมากขึ้น ทำให้รู้ว่าเพราะอะไร เหตุใดคนนั้นจึงต้องทำในสิ่งที่เขาทำ

นอกจากนี้ ใน สาส์นลับที่สาบสูญ ค่อนค่างใส่เรื่องราวที่เป็นวิชาการมาก อาจจะมากกว่านิยายทุกเล่มของเขา ในเล่มนี้นอกจากจะเล่าเรื่องและวิเคราะห์สัญลักษณ์วิทยาอย่างสนุกสนานแล้ว เขายังพูดถึง “วิทยาศาสตร์จิต” ซึ่งใช้จำนวนหน้าในการอธิบายไว้อย่างยืดยาวด้วย แน่นอนเพราะว่า ศาสตร์นี้เป็นศาสตร์ใหม่ ผู้คนไม่ค่อยรู้จักมากนัก และก้ำกึ่งว่าควรจะเป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่ แดน บราวน์จึงทำหน้าที่บรรยายเกี่ยวกับศาสตร์นี้ให้ผู้อื่นเขาใจไปด้วย

การวิจารณ์สาส์นลับที่สาบสูญของผมนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุกคนเท่านั้น เพราะผมชอบกลวิธีการเขียน การเล่าเรื่องของ แดน บราวน์ อยู่เป็นทุน อีกทั้งผมยังเป็นนักประวัติศาสตร์สมัครเล่น นักประวัติศาสตร์ศิลปะสมัครเล่น สนใจศาสตร์สัญลักษณ์วิทยาจนถึงขนาดว่าจะทำเป็นวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทเลยทีเดียว ผมจึงอวยงามเล่มนี้อย่างเต็มตัว

ผมจึงฟันธงในแบบของผมว่า สาส์นลับที่สาบสูญ จะทำให้คุณรู้จักประวัติสาสตร์ โบราณสถาน ประวัติศาสตร์ศิลปะ และปฏิมาณวิทยาของงานศิลปกรรมต่าง ๆ ในวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้ที่เป็นแฟนแนวสืบสวนสอบสวน ผจญภัย ไขรหัสปริศนา การหักมุมหลายตลบ ก็ต้องรักสาส์นลับที่สาบสูญได้อย่างง่ายดาย

วาทิน ศานต์ สันติ

๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕