เวทีเสวนา
การปฏิรูปการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ : PBL
โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม
จากเวทีครูเพื่อศิษย์ครั้งแรก พบว่าเราเป็นเพียงหึ่งห้อยในเวที เป็นการออกมาพบกับโลกกว้าง คิดถึงโรงเรียนทันที นี้โรงเรียนเราจะรู้ไหมหนอที่อื่นเขาไปไกล ที่อื่นคิดนอกกรอบกันแล้วโรงเรียนเรายังยึดติดรูปแบบเก่าๆ เดิมๆ อยู่ ยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียน เข้าช้าออกเร็ว แล้วบ่นว่าสอนไม่จบเนื้อหาเลย อยากให้ครูที่โรงเรียนมาอยู่ในเหตุการณ์ ทึ่งในกระบวนการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดเวทีเสวนามาก ครูบ้านนอกคนหนึ่งได้เปิดโลกทรรศ์แล้ว
เมื่อกลับถึงโรงเรียนได้แต่รายงานผู้บริหารและเล่าเรื่อง ที่ตัวเองไปประสบมา ให้เพื่อครูฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูในระดับ ม.3 ซึ่งข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าระดับ(โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมแบ่งการดูแล การปกครองนักเรียนเป็นระดับชั้น แต่ละระดับชั้นมีครูหัวหน้าระดับและรองหัวหน้าอีก 2 คน ในระดับ ม.3 มีครูทั้งหมด 16 คน) เราคุยกันจะทำอย่างไรในการพัฒนาเด็กของเรา มีครูวิรัตน์เสนอว่าเราควรพัฒนาคุณธรรมก่อน (ถามว่าครูทุกคนเห็นด้วยไหม ก็ตอบได้ว่า ไม่) ในช่วงขณะนี้พวกเราจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ซึ่งครั้งแรกเราบูรณาการ 5 รายวิชา (ผลจากการเข้าร่วมกับโครงการ LLEN ทำให้ครูอื่นๆ เห็นความสำคัญ) ปีนี้เราพัฒนาเป็นทั้งหมด คือ 8 รายวิชา ถามว่าแน่ใจไหมว่าการบูรณาการสามารถพัฒนาทักษะเด็กได้ ข้าพเจ้าตอบทันทีว่าแน่ใจ ผลตกที่เด็กแน่นอน ข้าพเจ้าพูดได้เต็มปากเป็นครั้งแรกหลังจากที่ลงคลุกกับเด็กในการเรียนรู้บูรณาการด้วยโครงงาน ว่า “เด็กจะเป็นอย่างไร อยู่ที่ครูปั้นแต่ง” ส่วนครูเป็น สิ่งที่เราต้องพัฒนา เพราะผลจากการประเมิน ของเรา เด็กมีการพัฒนา โดยเฉพาะเด็กอ่อนพัฒนาได้มาก เด็กเก่งไม่ต้องพูดถึง แต่ปัญหาอยู่ที่ครู คือครูขาดความมั่นใจ ครูยังยึดติดระบบ ที่สำคัญคือ ครูพร่องความเป็นครูนิดหนึ่ง คือขาดความตระหนัก จากการประเมินแบบQM เราน่าจะเติมตัวนี้ได้
เมื่อกลับจากครูเพื่อศิษย์ครั้งที่ 2 ข้าพเจ้าพบแล้วว่าเรามาถูกทาง โดยเฉพาะเราพบต้นแบบแล้วที่โรงเรียนลำปลายมาศ ข้าพเจ้านำเสนอเพื่อนร่วมงานว่าทักษะที่ต้องการให้เกิดกับเด็กในศตวรรษที่21 ไม่ใช่แค่การเรียนรู้บนฐานปัญหา (โครงงาน) เท่านั้น lesson study ก็ใช่ อื่นๆ อีกมากมาย (โดยเฉพาะบุคลผลงาน ครูเพื่อศิษย์ ครูธนิตย์ สุวรรณเจริญ ท่านมีเทคนิคสอนเด็กเยี่ยมมาก ข้าพเจ้าได้นำเทคนิคการนำเสนองานเป็นกลุ่ม แต่แทนที่จะเสนอหน้าชั้นเรียน กลับเป็นเสนอในกลุ่มด้วยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ของท่านบางอย่างมาไช้ พบว่าใช้ในระดับ ม.3 ไม่ได้ผลเท่าที่ควร นักเรียนครูธนิต ม.ปลาย ต้องปรับทันที เปลี่ยนเป็น นำเสนอในรูปของmind mapping แทนและได้ผล)
ข้าพเจ้าในฐานะหัวหน้าระดับ เพื่อให้ครูเกิดความตระหนักและเข้าใจในทิศทางเดียวกัน ได้ทำเรื่องขอศึกษาดูงานที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาทันที โชคดีที่เรามีพันธ์มิตรที่ดีคือ มหาวิทยาลัยมหาสารคามโดยเฉพาะ อาจารย์ ดร.ฤทธิ์ไกร ไชยงาม ท่านประสานทันทีเหมือนกัน ถือได้ว่าท่านเป็นคุณอำนวยในการพัฒนางานโรงเรียนของเราอย่างเต็มตัว ความคาดหวังของข้าพเจ้าคือ ขอเพียงให้ครูได้รู้ได้เห็น ว่าเขาทำจริงๆและได้ผล แล้ว แค่ 50 ก็ได้ผล ถือว่าเกินเป้า
ผลด้านปริมาณจากการตั้งเป้าหมายและการศึกษาดูงาน พบว่าครูในระดับร่วมศึกษาดูงานเกินเป้าหมาย จากการทำBAR,AAR พบว่าได้ตามเป้าประสงค์ ครูถึงบางอ้อทุกท่าน แต่ละท่าน จะต่างกัน ส่วนตัวของข้าพเจ้าพบแล้วคำตอบทุกอย่างที่ค้างคาใจ
เขาวัดผลประเมินผลอย่างไร
การดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร
การจัดวิชาบูรณาการอย่างไร
3ช ชง เชื่อม ใช้ อย่างไร
เกินความคาดหวังเอาไว้ ครูเริ่มเข้าใจการใช้วินัยเชิงบวก การจัดบรรยากาศที่อบอุ่น การให้ความรักเป็นฐานการเรียนรู้ เส้นทางสมาธิ วิถีชีวิต และที่สำคัญคือการกล้าที่จะเดินตามอุดมการณ์ของท่าน ผอ.วิเชียร ไชยบังนั้นเอง
มีครูหลายต่างระดับหลายท่านเดินมาคุยกับข้าพเจ้าว่า ทำไมไม่เริ่มฝึกและปลูกฝังตั้งแต่ ม.1 แสดงว่า การเผยแพร่ ได้ผล ข้าพเจ้าได้แต่ยิ้ม (แบบนางงาม เพราะมีความสุขมาก) ถึง ณ. เวลานั้นคงแล้วแต่ผู้บริหาร เราจะพัฒนาจุดนี้เป็นจุดประกาย(สร้างบรรยากาศ ,การชง) ให้ระดับอื่นเห็นก่อน
ในส่วนของเด็ก เราเริ่มฝึกสมาธิที่การเดิน ระยะแรกเราให้เด็กเดินแบบรถไฟ มีข้อตกลงว่าห้ามเหยียบเท้ากัน เป็นเวลา 1 อาทิตย์ เด็กโวยวายมากเลย แต่ก็ทำตาม เมื่อถามความรู้สึก เด็กบอกว่ามีวินัยดีไม่แตกแถว อาทิตย์ต่อมา ให้นักเรียนแต่ละคนเดินนับก้าว ตั้งแต่แถวหน้าเสาธง ถึงอาคารเรียน มีข้อตกลงว่านับทุกขาขวา ห้ามนับหลง ถ้านับหลงกลับมานับใหม่ ณ.ขณะนี้กำลังรอดูผล
ส่วนของครูเราจัดเวทีเสวนา การปฏิรูปการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ : PBLยอมรับว่าหนักใจมากช่วงแรกเรากำหนด 21 มกราคม ได้ติดต่อวิทยากรเรียบร้อย เนื่องจากธรรมชาติของคนเราย่อมไม่อยากให้ใครเด่นกว่า จึงตัดปัญหานี้ไปด้วยการเชิญวิทยากรภายนอก แต่ด้วยเหตุสุดวิสัย สมศ. เข้าประเมินรอบ3 ในวันที่ 23 พวกเราเลย เลื่อนการจัดเวที ออกไปอีก วิทยากรมาไม่ได้ คิดหนักเลย แต่สบายใจเมื่อเรามีพันธ์มิตรที่ดี ดร.ฤทธิ์ไกร ไชยงาม และทีมครูllen ของเรา ยื่นมือช่วยเต็มที่ มีการร่วมประชุมซักซ้อมความเข้าใจกลุ่มย่อยครูที่ไปดูงานที่ลำปลายมาศ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงเพื่อครู
จากการตั้งความคาดหวังของครูแต่ละท่านที่ร่วมเปิดเวที ส่วนของผู้จัด ในด้านคุณภาพต้องการให้ครูรู้และเข้าใจทักษะสำหรับศตวรรษที่21 วิธีการทำให้เกิดทักษะเหล่านั้น คาดหวังว่าครูจะเข้าใจกระบวนการจิตตปัญญา ในด้านปริมาณถ้าครูร่วม 50 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า เท่ากับ100 ในส่วนของครูหลายท่านล้วนมีความหวังว่าอยากได้แนวทางเทคนิคในการสอนเด็ก ต้องการพัฒนาตนเอง ต้องการทักษะการสื่อสารกับผู้อื่น ต้องการนำสิ่งใหม่ๆมาพัฒนาเด็ก ต้องการทักษะความเป็นมนุษย์ ต้องการทักษะการคิด อยากได้ระบบการสอนที่ทำให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น อยากได้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ครูและนักเรียนเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข
เวทีเสวนาพวกเราเดินด้วยกระบวนการจิตปัญญา ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจ ทักษะสำหรับศตวรรษที่21 ด้วยการสะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ของโลก ของประเทศ ของสังคม ของชุมชน ของครอบครัว และเด็ก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางบวกและลบ
จากนั้นตั้งโจทย์ที่ท้าทาย ให้ครูร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วยเข้ากลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน พร้อมคำว่าว่า เด็กไทยต้องการทักษะอะไรบ้างเพื่อการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และท่านจะจัดระบบการเรียนรู้อย่างไรเพื่อให้เกิดทักษะเหล่านั้น จากนั้นครูแยกย้ายตามกลุ่มเพื่อดึงศักยภาพของครู ตามอิสระ โดยมีพวกเราแทรกเข้าไปทุกกลุ่ม
จากนั้นจัดกิจกรรมผ่อนคลายก่อนนำเสนอผลงาน ตัวแทนครูนำเสนองานอย่างมีความสุข วิทยกร (ดร.ฤทธิ์ไกร ไชยงาม) เป็นทั้งตัวชง ตัวเชื่อมองค์ความรู้ที่ยอดเยี่ยม ครูทุกท่าน ถึงบางอ้อ
พักเที่ยง สังเกตครูจับกลุ่มคุยกันอย่างมีความสุข
ภาคบ่ายเริ่มกิจกรรม brain Gym ด้วยครูกุ้ง พบว่าครูชอบมาก บางท่านบอกว่ากลับไปเป็นเด็กอีก
จากนั้นเริ่มกิจกรรมเล่าเรื่องประทับใจเกี่ยวกับการสอน การดูแลเด็กนักเรียนเพื่อให้ครูตระหนักในคุณค่าของตนเองและดึงPBLที่มีอยู่ในตัวครูออกมา ด้วยกิจกรรม 1,2,3
คนที่ 1 เล่าเรื่อง คนที่ 2 จดเรื่องเล่า คนที่ 3 ซักถามเหตุการณ์ที่ไม่เข้าใจ
คนที่ 2 เล่าเรื่อง คนที่ 3 จดเรื่องเล่า คนที่ 1 ซักถามเหตุการณ์ที่ไม่เข้าใจ
คนที่ 3 เล่าเรื่อง คนที่ 1 จดเรื่องเล่า คนที่ 2 ซักถามเหตุการณ์ที่ไม่เข้าใจ
ให้เวลาคนละ 10 นาที ครูร้อง วู้ เลย ทำไมนานจัง แต่พอเริ่มจริงๆ เวลา 10 นาทีไม่พอ
สุมกลุ่มออกมาเล่าเรื่องของเพื่อน
จากการจับกลุ่มเล่าเรื่องที่ประทับใจในการเกี่ยวกับการสอน การดูแลเด็กนักเรียน(ดึงPBL ในตัวครู)พบว่าคุณครูธัญพรใช้การให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ ชมเด็กในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ คุณครูลัดดาวัลย์ ใช้การเคาะโต๊ะประกอบจังหวะในการสอนทำนองเสนาะ คุณครูยุพี ใช้คำพังเพยสั้นๆ กับชีวิตประจำวัน คุณครูทองปาน สอนวิชาการงาน อาชีพ ประทับใจการสอนโครงการเกษตรภายใต้การนิเทศ (ชกท.) ที่ส่งเสริมให้นักเรียนทำโครงการที่บ้านแล้วครูติดตามนิเทศ แนะนำการคืนถิ่นของภูมิรู้ต่างๆ คุณครูหนิงใช้การจำตารางธาตุด้วยทำนองสารภัญญะ คุณครูบุศราภรณ์ ชาวทอง หัวหน้าระดับ ม.6 ยึดหลักการพูดจริง ทำจริง อย่างใกล้ชิดสม่ำเสมอ ทำตัวเป็นแบบอย่าง แก่นักเรียน กับครูมีการประชุม วางแผนกันเป็นระยะ ครูสุธาสินี ให้ความสำคัญกับการจัดจัดบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียน ให้ความเป็นกันเองกับเด็ก เด็กทุกคนยิ่งเด็กหนีเรียนจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ คุณครูวันชัยใช้กิจกรรมการสอนแบบปฎิบัติจริง คุณครูอ๋อยใช้ระบบเพิ่อนช่วยเพื่อนในการจัดการเรียนการสอนเพราะในห้องที่ปรึกษาท่านมีนักเรียนที่เขียนไม่ได้ คุณครูสุนิสาเน้นการสอนแบบลงมือปฎิบัติจริง การทำงานป็นทีม แล้วนำผลงานนำเสนอหน้าชั้นเรียน ในรายวิชาฟิสิกส์ คุณครูประดับใช้การแก้ปัญหา การเรียนด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยกำหนดหัวข้อเป็นขอบเขตให้ศึกษาในแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน คุณครูอัมพรใช้ระบบดูแลนักเรียน ที่จะลาออกจากการเรียนเนื่องจากจะไปดูแลแม่ ที่ถูกรถชน คุณครูได้ติดตามและช่วยเหลือจน เด็กจบ ม.6 และได้เข้าเรียนพยาบาล มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณครูภานุพันธ์ ให้อิสระความคิด ให้นักเรียนค้นหาเอง ครูคอยแนะนำ ในการสอนวิชาสร้างเวปเพจ พบว่านักเรียนวิธีการใหม่ๆ มาเล่าสู่ครูฟัง จนสามารถนำนักเรียนไปสู่เวทีแข่งขันระดับประเทศ และได้เหรียญทองระดับประเทศ ในงานศิลปหัตกรรมนักเรียนได้ ครุครูจันทร์เพ็ญ ประทับใจระบบครูพ่อ ครูแม่ ได้ดูแลนักเรียนเกเร(หมาน้อย,ไก่)ที่ไม่มีใครรับเป็นลูก(ครู 1 คน ต่อนักเรียน 25 คน) ปัจจุบันพบว่าเด็กพวกนั้นได้ทำงานมีร้านเป็นของตัวเอง รับราชการแต่ยังเฝ้ามาดูแล แวะเวียน มาหา ครูเป็นประจำ ครูหน่อง ใช้การถามแทนการสอบข้อเขียนในรายเด็กที่เขียนไม่ได้ พบว่านักเรียนเข้าใจและตอบได้ ครูคำพันใช้เทคนิคการถอดคำประพันธ์ ด้วยวาดภาพตามคำประพันธ์ ส่วนครูเพ็ญศรี ใน ณ. เทอมนี้ได้แก้ปัญหาเด็กที่เขียนหนังสือไม่ออก(ไม่แน่ใจ แต่ถามเพื่อนครูหลายคนบอกว่าใช่) ตั้งสองคน คือนพรัตน์กับจุฑามาศ สังเกตได้จากให้ส่งงานไม่เคย สอบเขียนส่งกระดาษเปล่า แต่สังเกตได้ว่า เขาเข้ามาเขียน fb โต้ตอบกับครู กับเพื่อนได้ ปีใหม่เล่นดนตรีให้เพื่อนฟังด้วย แก้ปัญหาโดย ตอนเที่ยงมานั่งพิมพ์งานที่ห้องครู แล้วส่งงานทางเมล นักเรียนไม่หนี และส่งงานครูได้ เลยไม่แน่ใจว่า เขาเขียนไม่ออกจริงไหม
ท้ายสุดให้ครูแสดงความประทับใจในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ สั้นๆ ดังนี้
- ประทับใจในเทคนิคการร้องสารภัญญะของครูหนิง,การตีกรอบแนวความคิด,ชอบบรรยากาศ อาหารอร่อย,การเสียสละเวลาของครู,ข้อคิดจากครูทองปานในการกลับคืน,การศัทธาในตัวเด็ก,การตั้งใจของครู เวลาเสวนาน้อยไป, บทบาทของครูในฐานะเพื่อน,เทคนิคการสอนของครูแต่ละคน,การร่วมมือของสมาชิกLLEN,การมองเด็กในแง่บวก,การให้วิธีการในการแสวงหาความรู้ต่อเด็ก,การเปิดใจในการทำงาน,ความทุ่มเทของวิทยากรและครู,อยากได้รูปแบบการสอนคณิตศาสตร์,การดูแลเด็ดกลุ่มกลาง,ทำอย่างไรจะกระบวนการนำสู่หลักสูตรได้,ความร่วมมือของสมาชิก,การเปิดใจรับฟังความคิดเห็น,ประทับใจชื่นชมในตัววิทยากร,เข้าใจในทักษะPBL,การเสริมแรง,ประทับใจเพื่อนร่วมเวทีเสวนา
ปิดเวทีเสวนาท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข
สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นตาม หรือเกินที่หวัง คือ ครูเข้าใจและพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันครูที่ไม่เคยร่วมกิจกรรมใดๆเลย อยู่ร่วมครบกิจกรรมท่านบอกว่าไม่คิดว่าจะมีกิจกรรมดีๆเช่นนี้
อุปสรรคอะไร ที่ยังก้าวไม่ผ่าน คือ ครูยังมีความวิตกกังวลและยึดติดรูปแบบ เกี่ยวกับการวัดผลประเมินผล ตราบใดที่ยังมีการเอา ผล O-net มาใช้ และครูยังใช้อินเตอร์เนตในการสื่อสาร ค้นคว้าน้อย
อื่นๆ ที่อยากบอก การอยู่กับเด็กมีความสุข
ขอบคุณเวทีครูเพื่อศิษย์ที่ให้โอกาสได้เห็นโลกกว้าง
ชมกิจกรรมของเราที่
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.378323228848579.102725.100000127142492&type=3
ขอบคุณ ค่ะ อ.ธนิต
ต้องขอบคุณ อ.ต๋อย และทีมครู llen ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง
ขอบคุณ อ.ขจิต ที่แวะมาเยี่ยม ค่ะ
ได้แบบอย่างการดึงผู้ปกครองที่ลำปลายมาศ เทอมนี้วางแผนจะสร้างพื้นที่ปลอดภัย ของผู้ปกครองดู อ.ขจิต ชี้แนะรูปแบบสิค่ะ