แรกเริ่มเดิมทีนั้นตัวอย่างชั้นเรียนในแนวทางของ Open Approach นั้นมีเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ เมื่อทางช่วงชั้นที่ ๑ – ๒ และฝ่ายวิชาการคิดจะนำกระบวนการเรียนรู้นี้มาขยายผลสู่หน่วยวิชาภูมิปัญญาภาษาไทย ซึ่งมีธรรมชาติวิชาที่ต่างจากคณิตศาสตร์มาก การทดลองจึงเกิดขึ้น แม้ว่าธรรมชาติของวิชาคณิตศาสตร์จะมีความแตกต่างไปจากวิชาภาษาไทยมากก็ตาม
โครงสร้างของ Open Approach เป็นกระบวนการที่น่าจะนำไปใช้ได้กับทุกวิชา เพียงแต่แต่ละวิชาต้องหาวิธีการที่มีความเหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละวิชาให้พบ เพราะการที่ผู้เรียนจะใช้ภาษาได้อย่างสร้างสรรค์นั้น ย่อมต้องการฐานความรู้สะสมเดิม (met before) ทั้งจากการฟัง พูด อ่าน เขียน และคิด
การเปิดชั้นเรียน (Open Class) ของหน่วยวิชาภูมิปัญญาภาษาไทย เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อการสร้างกลุ่มเรียนรู้ของครูที่มีความเข้าใจในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในแนวทางผ่านการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทุกคนในกลุ่มต้องมาช่วยกันคิดแผนการเรียนรู้ สังเกตการณ์สอน และสะท้อนหลังสอน ๓ แผนการเรียนรู้ ที่ใช้เวลาประมาณ ๓ สัปดาห์ การมาช่วยกันทบทวนก่อนการเข้าชั้นเรียนแต่ละครั้ง เพื่อคิดหาวิธีการพานักเรียนไปสู่เป้าหมายที่ครูวางไว้ได้ด้วยตัวนักเรียนเอง และการหากิจกรรมมาต่อยอดฐานความรู้สะสมเดิมที่ผู้เรียนมีอยู่ในตัวผู้เรียน เพื่อนำการเรียนรู้ไปสู่เรื่องใหม่เป็นโจทย์ที่ท้าทายของกลุ่มครูที่มาร่วมเรียนรู้ด้วยกัน
ข้อค้นพบ
กิจกรรมการเปิดชั้นเรียนที่คุณครูร่วมกันคิดร่วมกันทำครั้งนี้ ทำให้ได้ค้นพบวิธีการเปิดโจทย์ที่มีความเหมาะสมกับการเรียนรู้ตามธรรมชาติของวิชาภูมิปัญญาภาษาไทยว่า ต้องใช้วิธีการเปิดโจทย์เล็กๆ รายทาง ตั้งแต่ในขั้นสร้างแรงบันดาลใจหรือสร้างภาวะพร้อมเรียน เพื่อกระตุ้นความคิดหรือดึงความสนใจจากนักเรียนก่อนด้วย จากนั้นจึงเปิดโจทย์ใหญ่ที่เป็นไปได้ในสองแนวทางด้วยกันคือ
- โจทย์ปลายปิด เป็นโจทย์ที่เหมาะสำหรับการค้นคว้าทดลองเล่นด้วยตนเองทำเพื่อเดินทางไปพบกับหลักการบางประการที่ซ่อนอยู่ในโจทย์นั้น ซึ่งลักษณะเด่นของการเรียนรู้ในหน่วยวิชาภูมิปัญญาภาษาไทยคือ การเลือกสรรบทเรียนที่มีความงามของเสียงและความหมายที่จะนำพาผู้เรียนเข้าสู่สมาธิ หรือมนต์ของคำ ทำให้บทเรียนสามารถดึงดูดผู้เรียนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่
เมื่อครูเลือกหยิบเอาสุนทรียรสทางภาษามาให้ซึมซับ ผู้เรียนจึงสัมผัสและเข้าถึงหัวใจของวิชาได้ง่าย จากนั้นจึงค่อยเปิดผู้เรียนออกสู่การทำโจทย์ในแนวสร้างสรรค์
- โจทย์ปลายเปิด เป็นโจทย์ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์ชิ้นงานขึ้นมาใหม่ด้วยวิธีที่หลากหลาย ตามเงื่อนไขที่ครูกำหนดไว้โดยไม่มีการตัดสินถูกผิด แต่จะเป็นการนำมาแลกเปลี่ยนมุมมองกันว่าวิธีการของใคร หรืองานชิ้นใดมีความน่าสนใจอย่างไร
หลังจากที่ค้นพบวิธีการเปิดโจทย์ย่อย และการเปิดโจทย์ใหญ่โดยใช้มนต์ ที่เป็นหัวใจของการเรียนรู้ของหน่วยภูมิปัญญาภาษาไทยแล้ว จึงได้นำวิธีการที่ค้นพบในการเปิดชั้นเรียนไปใช้กับห้องเรียนอื่นๆ ก็ปรากฏผลว่าประสบความสำเร็จในการจัดกระบวนการเรียนรู้เช่นเดียวกัน
ผลที่เกิดขึ้น
ผู้เรียนสามารถเข้าใจสิ่งที่เรียนรู้ได้ดี เกิดความต่อเนื่องในการเรียนรู้เนื่องจากมีการร้อยเรียงกระบวนการเรียนรู้ความรู้อย่างเป็นลำดับขั้น โจทย์ปลายเปิดที่ให้เป็นโจทย์ใหญ่ก็สร้างความท้าทายทำให้นักเรียนอยากเรียนรู้ และสามารถสร้างชิ้นงานที่มีคุณภาพมากขึ้น
ตัวผู้เรียนมีวิถีการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไปจากเดิม คือ พวกเขาเป็นเจ้าของการเรียนรู้ และมีความเป็นเจ้าของชั้นเรียนมากขึ้น เห็นได้จากที่ผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมนำเสนอข้อค้นพบ และ ร่วมแสดงความคิดเห็นจากมุมมองของตนเองอย่างทั่วถึง นักเรียนที่ไม่ค่อยกล้าเสนอความคิดเท่าใดก็เริ่มกล้าพูดมากขึ้น และลุกขึ้นตอบอย่างมั่นใจ เพราะทุกคนรู้สึกว่าเขากำลังพูดเรื่องเดียวกัน
นอกจากนั้นนักเรียนยังฟังกันเองมากขึ้น เมื่อมีคนพูดเพื่อนที่เหลือก็พยายามฟังเพื่อจะได้ติดตามกันถูกว่าห้องเรียนกำลังไปถึงไหน เมื่อห้องเรียนเริ่มเปลี่ยนแปลงครูก็เห็นแนวทางที่จะสร้างสรรค์กระบวนการได้คล่องแคล่วขึ้น และเห็นวิธีส่งเสริม ซ่อมเสริมนักเรียนชัดขึ้น แม้การเคลื่อนไปของเนื้อหาอาจช้าลง แต่ผู้เรียนทุกคนก็ได้เรียนรู้ไปด้วยกันในทุกขั้นตอนมากขึ้น และเกิดการเรียนรู้ที่ชัดเจนขึ้นด้วย
การค้นพบการจัดชั้นเรียนแบบ Open Approach ที่เหมาะสมกับหน่วยวิชาภูมิปัญญาภาษาไทย ช่วยให้เมื่อวางแผนกระบวนการเรียนรู้มีความแม่นยำขึ้น แต่การจะเดินไปถึงความสำเร็จที่ตั้งไว้ ผู้สอนต้องให้ความสำคัญกับการจัดลำดับขั้นตอนในการเรียนรู้ และการจัดจังหวะในการเรียนรู้ให้มีความพอเหมาะพอดี ไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป ซึ่งเพื่อนครูที่เข้าร่วมสังเกตการณ์จะเป็นผู้ที่สะท้อนประเด็นเหล่านี้ให้เจ้าของชั้นเรียนทราบได้ดีที่สุดทำให้ปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกละเลย เพราะมีการหยิบยกขึ้นพูดคุยมาเพื่อหาทางแก้ไข
ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม
ในประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าหากต้องมีการซ่อมเสริมเพราะกระบวนการเรียนรู้ที่จัดไปแล้วไม่สมบูรณ์ การสร้างกระบวนเรียนรู้ใหม่เพื่อพาผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายเดิมด้วยวิธีการใหม่ที่ละเอียดอ่อนกว่าเดิม เพื่อแก้ไขวัตถุประสงค์เดิมที่เคยพลาดไปให้บรรลุผลนั้น ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมเสมอ
คุณครูอ้อ - วนิดา สายทองอินทร์ บันทึก