จากแบกเป้เที่ยว ต้องออกแบบการท่องเที่ยวใหม่โดยการขับรถเที่ยว ทั้งที่ไม่ใช่รถตัวเอง ไม่เคยร่วมทริป และไม่ใช่บ้านเรา...อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

    เมื่อปี 2549 ฉันเคยคว้ากระเป๋ากับเพื่อนคู่หูเดินทางไปหลวงพระบางด้วยการวางแผนด้วยตัวเอง นัยหนึ่งคือการแบกเป้เที่ยว ซึ่งวิถีนี้ทำให้การท่องเที่ยวเต็มไปด้วยเสน่ห์ ครั้งนั้นโลกใหม่ของฉันทำให้หัวใจของฉันพองโต และเมื่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 เปิด ก็มีไอเดียว่าจะเดินทางผ่านลาวไปเวียดนาม เพื่อจะให้หัวใจพองโตอีกสักครั้ง แต่ยังไม่มีเพื่อนร่วมทางสักที  งานนี้ไม่เอาเยอะขอเพิ่ม 1-2 คนพอ เพราะมันจะกลายเป็นคณะทัวร์ไป และยังต้องการผู้ชายสักคนหนึ่งไว้ปกป้องผู้หญิงตัวน้อยๆ อย่างฉัน ก็เพราะเหตุนี้เอง ทำให้แผนนี้ถูกเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด แหมผู้ชายในชีวิตฉันหน่ะค่ะ หายากยิ่งกว่าอะไร ขนาดคนมาขายน้ำตามบ้าน ยังไม่อยากมาขายเลย55+

     ฝันของฉันยังอยากจะออกเดินทางและกำหนดแผนการท่องเที่ยวด้วยตนเอง หลังจากทริปหลวงพระบาง เราก็เคยไปตระเวนกทม. กระบี่ นครพนม แต่หัวใจยังพองไม่ได้ที่ ต้องไปแบบ Internationa ดิ         

  

                                                  แบกเป้ไปหลวงพระบาง...

  หลายคนคิดว่าชอบทำตัวเองให้ลำบากทำไม ดูเหมือนการท่องเที่ยวแบบประหยัดเห็นว่าน่าจะเมีแต่วัยรุ่นที่ไม่ค่อยมีเงินชอบไปประมาณนั้น ทำให้หลายคนไม่ค่อยชอบการท่องเที่ยวแบบนี้ จริงๆ แล้วจะใช้จ่ายถูกแพง เป็นแค่วิธีการและขึ้นอยู่กับความพอใจและ lifestyle ไปแบบ Backpacker ฟาดกาแฟแก้วละ 120 ก็คงไม่เป็นไรมั้ง ...งานนี้เราสนใจกระบวนการมากกว่า กระบวนการที่นำมาถึงความทรงจำที่เป็นมากกว่ารูปถ่าย

    สำหรับการแบกเป้เที่ยว อาจจะมีความลำบากประการเดียวคือ ความไม่รู้ ดังนั้นจึงมักเห็นว่าการท่องเที่ยวแบบนี้ต้องเป็นคู่หู หรือ คอเดียวกัน หรือ พร้อมจะเป็นคอเดียวกัน ที่พร้อมจะเดินทางไปด้วยกันและทำในเรื่องที่เราไม่รู้ร่วมกัน แต่มนต์เสน่ห์ที่พบได้ คือ การเรียนรู้และซึมซับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทาง เพื่อนระหว่างทาง และสิ่งที่ผ่านเข้ามา

    เส้นทางสายหมา เป็นชื่อที่ฉันใช้เรียกฝันของฉันในการเดินทางผ่านลาว ไปเวียดนาม ซึ่งในช่วงปี 2554-55 เส้นทางสายหมาที่เป็นขบวนการค้าหมาข้ามชาติจากไทยไปสู่ผู้บริโภคในเมืองเวียดนามฮือฮาขึ้นมา เมื่อฉันนำมาเรียกขานชื่อแทนชื่อทริปจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ง่าย

 

เมื่อครั้งไปโฮจิมินท์กับทัวร์ แต่ได้แค่รูป แต่ไม่ได้ความรู้สึก

    ฝันของฉันเพียงแค่ขับรถไปทิ้งไว้มุกดาหาร ไปลาวกับเวียดนามใช้รถประจำทาง รถเหมา หรือรถสำหรับนักท่องเที่ยว เพียงเท่านั้นจริงๆ กรอบใหญ่คือระยะเวลากี่วันเท่านั้นเอง แถมเงื่อนไขอีกนี๊ดว่า อยากไปตอนปลายฝนต้นหนาว เม็ดฝนที่โปรายปรายผ่านหน้าต่างและหมอกบางๆ ตอนเช้า น่าจะทำให้โลกของการนั่งรถสวยขึ้นมาแบบหาที่ไหนไม่ได้ จะซื้อทัวร์ระเหว่างวันหรือไม่ ก็ว่ากันไป ฝันนี้ถูกแพร่ภาพไปหลายครั้งคราว แต่ยังไม่มีใครซื้อ

    เช่นกัน ณ วันนี้ ฝันของฉันยังไม่มีใครซื้อ แต่เมื่อไม่กี่วันมานี่เอง เพื่อนคนนึงบอก ป๊ะไปกัน อยากไปพอดี ขับรถไปกันเองเน๊อะ...เพื่อนของฉันคงคิดว่า จะยากอะไร เพราะขับรถไปสุดประเทศมาแล้ว...แต่เฮ้ยเดี๋ยว...นี่มันขับข้ามประเทศ ตั้ง 2 ประเทศเชียว...ถ้าเอ็งเชื่อมั่นในตัวเอง ฉันก็เชื่อด้วย

    ฮูเล้ ฝันของฉันได้ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ แต่เพื่อนเราคงไม่ได้พูดเพราะความเมาหรอกนะ...และการขับรถไปนี่นี่คือสิ่งที่เหนือความคาดหมาย... เนื่องจากด้วยตัวฉันเองไม่มีศักยภาพที่จะขับรถไป แถมเพื่อนๆ ที่รายล้อมก็ไม่สามารถ แต่หลังจากที่เออออ ห่อหมกได้สักพัก  เพื่อนดันหันกลับมาถามว่า ... ไปเวียดนามไปทำอะไรกันเหรอ...

     ช่างเถอะ จะเลี้ยวไปโฮจิมินห์ หรือ จะเลี้ยวไปเว้ ดานัง ก็ว่ากัน บางทีครั้งนี้คือการไปนั่งรถเล่นแค่นั้น เพียงแต่ครั้งนี่มีเพื่อนนั่งไปด้วย ไม่เหงาใจเหมือนทริป Lonely Planet@นครพนม แบบว่าคราวนั้นเห็นอะไรสวยๆ งามๆ ก็ไม่รู้จะบอกเล่าให้ใครฟัง เพราะกล้องที่ให้ว่าแน่ บางทีถ่ายภาพมาก็ไม่เหมือนสิ่งที่ตาเห็นซะทีเดียว

                                  น่าเสียดายที่โฮจิมินท์ครั้งนี้ เป็นโฮจิมินท์ที่ถูก lock เวลา

การแบ่งปันฝัน เป็นเรื่องที่ควรขอบคุณ เพราะมันทำให้ฝันเดิมๆ ของเรา อาจจะยาวไกลขึ้น มีแง่มุมและสีสันที่เพิ่มขึ้น มีตัวละครที่เพิ่มขึ้น (แต่บางที่ฝันนั้นก็อาจจะพับไป และเหลือเพียงฝันของตรู...เพราะไปๆ มาๆ ธีมของฝันดันผิดเพี้ยนไป...อิอิ...ด้วยมีคนร่างบทความฝันกันหลายคน) ฝันของคนบางคนที่แบ่งปันมา อาจจะทำให้เรารู้ว่า เราอาจมีส่วนร่วมในฝันนั้น หรือ แค่เม้าท์มอย แต่แท้จริงแล้วเราไม่เหมาะจะมีส่วนร่วมกับฝันนั้น ทำหน้าที่เป็นเพียง Commentator ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

    แค่ได้ขายฝันและมีคนแบ่งปัน แค่ การรับฟังและเข้าใจ ก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีแล้ว

    ภาพในฝันของเส้นทางสายหมา ณ วันนี้ จึงอาจจะเป็นภาพของการพักรถที่ร้านเล็กๆ ในหมู่บ้าน กินกาแฟและการพูดคุย ภาพของความวุ่นวายใจเมื่อหาปั๊มน้ำมันไม่เจอ ภาพของคนตื่นเช้าตื่นสายที่ต่างคนต่างใช้ชีวิต โดยไม่ต้อง Base -on กันและกัน ทะเลาะกันเรื่องหาที่นอน หลงทางแบบไม่รู้เรื่อง หรือแม้อาจจะถูกจับก็อาจจะเกิดขึ้นได้

    ดังนั้นเป็นไปได้มาก ว่า เมื่อถึงเป้าหมายบางทีเราอาจจะหันมาถามกันว่า แล้วตรูมาทำแป๊ะอะไรที่นี่...และคำตอบก็มีว่า มาทำอะไรไม่รู้ ก็มาแล้วนี่ ...และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเล่าที่จะมาพร้อมเสียงหัวเราะ เมื่อเราเล่าต่อๆ กันไป

    ความฝันของใครของมัน แต่สามารถแบ่งปันกันได้ กับเส้นทางสายหมา ณ เมษานี้ จะฝันสลายมั๊ยเนียะ (ใครที่ทำให้คนอื่นฝันสลาย มักจะเป็นบาป...........อิอิ) .