การสร้างสติ

 

สัมมาสติ  การมีสติรู้กายรู้ใจ รู้ว่าตัวเองกำลังคิด กำลังปรุงแต่ง  สติไม่ใช่เรื่องของการคิดเอา

 

“ตัวอยู่ไหน ใจอยู่นั่น” ทำกิจวัตรอะไรใจก็อยู่กับเรื่องนั้น โดยเฉพาะเวลากินข้าวควรกินอย่างมีสติ กินไปคุยไป ไม่รู้ตัว เคยมีนักวิจัยเคยทำวิจัยด้วยการทดลองสร้างชามชนิดพิเศษที่มีการเติมซุปในถ้วยที่กินอยู่ไม่ให้พร่องไป  อาสาสมัครที่มาก็มานั่งกินซุปโดยไม่รู้ว่าชามมีลักษณะพิเศษ จึงกินไปคุยไป ปรากฏว่ากินซุปเท่าไรก็ไม่ไม่หมดถ้วย จนผู้ทดลองต้องเลิก เพราะไม่มีใครสังเกตเลยว่าซุปถ้วยนี้กินเท่าไหร่ก็ไม่พร่อง

 

โครงการเคี้ยวข้าวให้ช้าลงเป็นโครงการที่เจ้าของเสนอขึ้นมาเอง  เมื่อจบโครงการเธอพบว่าเธอเพิ่งรู้รสชาติของอาหาร  ความสัมพันธ์กับลูกก็ดีขึ้น โรคหายใจไม่เต็มท้อง โรคปวดท้องที่เป็นอยู่ประจำก็หายไป  เธอฟังคนอื่น คำนึง และรับรู้ถึงความรู้สึกของคนอื่นได้มากขึ้น มีเวลามากขึ้น  แค่ทำชีวิตให้ช้าลงก็มีความสุข และโปร่งเบามากขึ้นแล้ว

 

 

“รู้กายเคลื่อนไหว รู้ใจคิดนึก”เมื่อเราคุยกับใครแล้วใจอยู่กับคนนั้น เราจะได้ฟังเขาอย่างจริงๆ และจะไวกับความรู้สึกของเขามากขึ้น

 

 

“ทำอะไรให้ช้าลง” จะตั้งสติได้ไว ทักท้วงความคิดได้ทัน ไม่รีบสรุป หรือด่วนตัดสินใคร

 

“ทำให้น้อยลง” ทุกวันนี้เราทำอะไรมากมายรวมทั้งการเสพ การเที่ยว หลายอย่างไม่สำคัญ อะไรบ้างที่สำคัญ อะไรบ้างที่ไม่สำคัญ ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่ไม่ด่วนและสำคัญมักจะถูกทิ้งไว้  คนในเมืองบอกว่าไม่มีเวลา ทั้งๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมาก คนชนบทมีเวลามาก ทั้งๆ ที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก

 

“ปลีกออกจากสิ่งยั่วยุ กระตุ้นผัสสะ ไกลออกไปจากข้อมูลข่าวสาร” คนยุคนี้หาเวลาอยู่นิ่งๆ สงบๆ ไม่ได้เลย ที่ต่างประเทศมีคนคิด freedom software เพื่อตัดออกจากสัญญาณต่างๆ ออกไป เพื่อการมีพื้นที่ๆ ปลอดจากข้อมูลข่าวสารแล้ว  คนเราจำเป็นมีช่วงเวลาที่อยู่กับตัวเอง โดยปลอดจากสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณต่างๆ เพราะสัญญาณเหล่านี้กระตุ้นจิตใจของเราอยู่ตลอดเวลา มีผลต่อสมาธิของคน 

 

นิตยสารนิวสวีค ลงบทความ ๓๑ วิธี เพิ่มสมาธิให้กับสมอง ข้อหนึ่งที่เสนอแนะไว้คือ เลิกใช้สมาร์ทโฟน เพราะเครื่องมือนี้ดึงความสนใจ ความจดจ่อไปจากเรา 

 

 

คิดบวกให้ทัน

 

ต้องทำแบบฝึกในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ รถติดมีข้อดีอะไรบ้าง หนูกับพ่อมีโอกาสคุยกันมากขึ้น  อยู่กับลมหายใจได้มากขึ้น  เพื่อนผิดนัด ของหาย ไม่สบาย ให้ประโยชน์อย่างไร

 

เวลาที่เรารู้ว่าเราซื้อของแพงกว่าคนอื่น เราทุกข์ทันทีเพราะเราคิดลบ และถูกฝึกมาให้คิดในเชิงเปรียบเทียบว่าเราได้น้อยกว่าคนอื่น ถึงแม้ว่าเรายังคงดชคดีกว่าคนอื่นที่เราก็ได้ของนั้นมาในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นอีกหลายคนแล้วก็ตาม

 

ทันทีที่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับเรา ความรู้สึกของเรามักพุ่งออกไปข้างนอก มักโทษคนอื่น  อยากชวนให้กลับมามองที่ตัวเองแล้วจะเกิดประโยชน์