การมีส่วนร่วมในการร่วมกันจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ของชุมชนบ้านท่าขาม จังหวัดสตูล
ชุมชนบ้านท่าขามเป็นชุมชนที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย มีป่าไม้ภูเขา ป่าชายเลนและสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ประชาชนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากป่าบกและป่าชายเลนในการประกอบอาชีพ โดยการหาของป่าและพืชสมุนไพร การทำประมงพื้นบ้านโดยมีเรือประมงขนาดเล็ก ที่ใช้ทำมาหากินในลำคลองกับป่าชายเลนและมีที่ดินสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นที่ดินว่างเปล่า จึงทำให้คนในชุมชนไม่ค่อยที่จะมีเวลาดูแลทรัพยากรธรรมชาติภายในชุมชนมากนัก เพราะเนื่องจากไม่มีเวลาว่างจากการทำงานของคนในชุมชนเองและมีคนจากภายนอกเข้ามาบุกรุกพื้นที่ จึงทำให้พื้นที่สาธารณะประโยชน์ภายในชุมชนนั้นกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชนได้ ซึ่งทำให้คนภายในชุมชนบ้านท่าขาม ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ามากนัก
ปัญหาที่เกิดขึ้นของคนในชุมชนเป็นปัญหาของการใช้ประโยชน์จากป่าไม้เนื่องจากพื้นที่ป่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามกฎหมาย เริ่มมีการบุกรุกจากคนภายนอกหมู่บ้านที่มาลักลอบเก็บของป่า พันธุ์ไม้บางชนิด ล่าสัตว์หายาก ชุมชนขาดการดูแลทรัพยากรด้านป่าชายเลน มีการปิดอ่าว วางยาเบื่อสัตว์น้ำ บุกรุกป่าชายเลนลักลอบตัดไม้ขายทำบ่อกุ้ง ใช้เครื่องมือทำประมงที่ผิดกฎหมาย ใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับการจับสัตว์น้ำอวนตาถี่ ขาดการจัดการป่าชายเลน พันธุ์สัตว์น้ำลดลง ไม่มีที่เพาะพันธุ์และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ คนในชุมชนยังไม่เห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ยังไม่ค่อยมีกระบวนการดูแลและรักษา ไม่มีความรู้เรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเท่าที่ควร
ในกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม จะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนบ้านท่าขามเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจกำหนดความต้องการของตัวเอง ตัดสินใจใช้ทรัพยากรว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อให้เกิดกระบวนการและโครงสร้างที่ประชาชนในชนบทสามารถที่จะแสดงออกซึ่งความต้องการของตนโดยเน้นการให้อำนาจการตัดสินใจแก่ประชาชนในชนบท WHO/UNICEF(1978,pp.41-49)1ได้เสนอ กระบวนการมีส่วนร่วมไว้ 4 ขั้นตอน คือ 1)การวางแผนจัดดารทรัพยากรธรรมชาติ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหาจัดลำดับความสำคัญตั้งเป้าหมาย กำหนดการใช้ทรัพยากร กำหนดวิธีติดตามประเมินผลและปัญหาสำคัญคือ ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง 2)การดำเนินกิจกรรม ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ และบริหารการใช้ทรัพยากร มีความรับผิดชอบในการจัดสรรควบคุมทางการเงิน 3)การใช้ประโยชน์ โดยประชาชนต้องมีความสามารถในการนำเอากิจกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ 4)การได้รับประโยชน์ โดยประชาชนต้องได้รับการแจกจ่ายผลประโยชน์จากชุมชนในพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน จากกระบวนการศึกษานี้อาจกล่าวได้ว่าการให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตินั้นจะต้องใช้เทคนิค วิธีการ ข้อมูลข่าวสารและสื่อต่างๆเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนได้มาเข้าร่วมโดย การใช้สื่อบุคคลในการติดต่อสื่อสารโดยตรง จากการอาศัยตัวนำในการเปลี่ยนแปลง(Change Agent) เช่น การนัดประชุม การพบปะการติดต่อผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน ประธานองค์กรชุมชนนัดประชุมเดือนละ 2 ครั้งจากการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความสนับสนุนร่วมกันกับคนในชุมชน ที่เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบ และการใช้สื่อมวลชน(Mass Media) ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น เช่น วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว เสียงตามสาย
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชนบ้านท่าขามเป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ คือ เน้นการส่งเสริมให้ประชาชน องค์กร และหน่วยงานในระดับท้องถิ่นที่มีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดการและการกำหนดแบบแผนปฏิบัติในพื้นที่ร่วมกับส่วนกลางเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งกำหนดให้มีการลดและควบคุมปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเรื่องของสิทธิชุมชนซึ่งชุมชนบ้านท่าขามได้ใช้กฎหมายใน เรื่องสิทธิชุมชนโดย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 บัญญัติไว้ในส่วนที่ 12ว่าด้วยสิทธิชุมชนใน มาตรา 66 บัญญัติว่า บุคคลที่รวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ บำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน และมาตรา 67 บัญญัติว่า สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครองส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสมซึ่งชุมชนบ้านท่าขามใช้สิทธิดำเนินคดีเกี่ยวกับ สิทธิชุมชน มาจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนชาวบ้านมีการปกป้องสิทธิชุมชน กรณีที่ดินสาธารณประโยชน์15 ไร่ ที่ถูกนายทุนบุกรุกทำลาย ซึ่งที่ดินดังกล่าวชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน ชาวบ้านจึงมีการจัดตั้งกลุ่มรักบ้านท่าขามขึ้นมา เมื่อ พ.ศ 2551และได้มีการเรียกร้องต่อสู้ทางกฎหมาย จนได้ที่ดิน 15 ไร่ คืนมาหลังจากนั้นได้ช่วยกันสร้างที่ทำการองค์กรชุมชนรักบ้านท่าขามขึ้นมา ปัจจุบันชุมชนได้มีการวางแผนพื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าไม้และพันธุ์ไม้ที่ถูกทำลาย และได้มีการจัดกิจกรรมในการฟื้นฟูพื้นที่โดยการปลูกป่าไม้และพันธุ์ไม้ขึ้นมาทดแทน ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านทั้งป่าบกและป่าชายเลนจากนั้นชุมชนจึงได้เห็นความสำคัญ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนและจึงเกิดความคิดที่จะปกป้องทรัพยากรธรรมชาติที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชน มานพ เมฆประยูรทอง(2537:4)2โดยเสนอแนวคิด หลักการ และการดำเนินงานแบ่งออกเป็น4ส่วนคือ 1)การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน2)การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมให้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในเชิงอนุรักษ์มีประสิทธิภาพและมีใช้อย่างยั่งยืน 3)การให้ความสำคัญกับกลุ่มคนต่างๆที่เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้แก่ สตรี เด็ก และเยาวชน คนพื้นเมือง องค์กรเอกชน รัฐบาลท้องถิ่น 4)แนวทางและวิธีการต่างๆที่จะให้เกิดการปฏิบัติเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น คนในชุมชนทุกคนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ โดยการอนุรักษ์ป่า ฟื้นฟูป่า เสียสละส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมก่อให้เกิดความห่วงแหนซึ่งเป็นเกราะป้องกันอย่างดีและปลูกจิตสำนึกแก่ชาวบ้านทุกคนว่า ป่าคือชีวิต ป่าชุมชน ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งมากขึ้นคนในชุมชนควรมีการวางแผนพื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ มีการร่วมกันจัดกิจกรรมในการฟื้นฟูพื้นที่โดยการปลูกป่าไม้และพันธุ์ไม้ขึ้นมาทดแทน คนในชุมชนควรให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ภายในชุมชนและมีจิตสำนึกจึงเกิดความคิดที่จะปกป้องทรัพยากรซึ่งทำได้โดยการผ่านเวทีต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในชุมชน ทางองค์กรชุมชนรักบ้านท่าขามเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมีการวางแผนในการจัดสรรที่ดินสาธารณะประโยชน์ ซึ่งก็ได้มีการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นแหล่งฟื้นฟูพันธุ์ไม้ท้องถิ่น เพราะเนื่องจากการลักลอบบุกรุกพื้นที่ป่า จากบุคคลภายนอกจึงทำให้แหล่งพันธุ์ไม้ท้องถิ่นภายในหมู่บ้านเสื่อมโทรมลงไป การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจึงเป็นแนวทางการแก้ไขที่มีความสำคัญที่คนในชุมชนภายในชุมชนบ้านท่าขามต้องร่วมกันปกป้องฟื้นฟูและแก้ไขร่วมกันในอนาคตต่อไป โดยมีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีมีการผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรณีที่สำคัญของประเทศทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเสนอให้เป็นมรดกโลกด้านธรณีวิทยา
สรุป การมีส่วนร่วมของชุมชนนั้น เกิดจากจิตใจที่ต้องการเข้าร่วมในกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ของกลุ่มคนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตทางสังคม ซึ่งการเร้าให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมนั้น จะต้องมีความเข้าใจในวิธีการดำเนินชีวิต ค่านิยม ประเพณี ทัศนคติของบุคคล เพื่อให้เกิดความสมัครใจมีจิตสำนึกในการเข้าร่วมกิจกรรมการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบและที่สำคัญคือเน้นการส่งเสริมให้ประชาชน องค์กร และหน่วยงานในระดับท้องถิ่นที่มีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดการและการกำหนดแผนปฏิบัติในพื้นที่ร่วมกันและสร้างความสัมพันธ์ภายในชุมชนมากขึ้นเพื่อเป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่ทำให้คนในชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันในการดูแลทรัพยากรอย่างยั่งยืนถ้าหากคนในชุมชนให้ความสนใจและร่วมมือช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานในการดำเนินชีวิตมิให้เสื่อมโทรมหรือหมดสิ้นอย่างยั่งยืนในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
การมีส่วนร่วมกับการร่วมกันจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน คนในพื้นที่ต้องรู้จักรักหวงแหน ต้องใช้สิทธิตามรธน ม.66 และ 67 ในเรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งทรัพยากรในหลายพื้นที่คนภายนอกมาแย่งชิงกอบโกย โดยคนในพื้นที่ไม่จัดการ
การมีส่วนร่วมในการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนของชุมชนบ้านท่าขามควรจัดการและจัดสรรพื้นที่ให้เกิประโยช์สูงสุดให้มากกว่านี้
หากคนในชุมชนมีส่วนร่วมและมีความรู้สึกหวงแหนทรัพยากรในชุมชนก็จะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเกิดความยั่งยืน
เป็นบทความที่ดีครับ...ถ้าชุมชนมีการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนทำให้คนรุ่นหลังก็ได้ใช้ทรัพยากรที่คนรุ่นก่อนๆอนุรักษ์ไว้ให้ครับ
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นที่ทุกคนได้เสนอแนะ ติชมมาน่ะค่ะ
การจัดการด้านทรัพยากรของชุมชนให้เกิดความยั่งยืนจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเป็นหลัก
เป็นกำลังใจให้ครับ กับการพัฒนาชุมชน
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจกับการพัฒนาชุมชนให้ค่ะ
การจัดการด้านทรัพยากรจำเป็นที่จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเป็นหลักสำคัญของการพัฒนา