จากการที่ผมต้องเป็นครูอยู่หน้าโรงเรียนทุกวัน เพราะผมเป็นครูผู้ชายที่บางครั้งต้องยืนจัดระเบียบรถที่มาส่งนักเรียนของผู้ปกครอง หรือจากรถรับส่งนักเรียนของโรงเรียน และจัดระเบียบการจราจรหน้าโรงเรียนในบ้างครั้ง ทำให้ได้มีโอกาสและสัมผัสกับเด็กๆ ในตอนเช้าหน้าโรงเรียน
เมื่อเทอมต้น ได้ยินและสัมผัสกับเด็กนักเรียนที่หน้าโรงเรียน จนถึงเทอมปลาย จากการมองด้วยสายตาพบว่า เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 หลายคนมีการพัฒนาในการมาเรียนที่ดีขึ้น เพราะในช่วงเทอมต้น ตอนเปิดเทอมใหม่ๆ 2-3 สัปดาห์แรก มีแต่เสียงร้องไห้ ไม่อยากมาโรงเรียนของนักเรียน ชั้นอนุบาล 1 แต่พอเทอมปลายดีขึ้นมาก เด็กแต่ล่ะคนที่เคยร้องไห้ โยเย อาละวาด บองคนร้องไห้ จนอาเจียนก็มี เด็กทุกคนเหล่านี้ ผมได้ดูและสังเกตพฤติกรรมต่างๆ มาตลอด และจากการสังเกต และพยายามนำมาเชื่อมโยง กับความรู้ที่ได้อ่าน เพื่อต้องการดูว่าเป็นไปอย่างที่มีอาจารย์หลายคน เขียนลงในหนังสือหลายเล่ม หรือไม่ ผมปรากฏว่าเป็นจริงตามที่เคยได้อ่านมา แม้จะไม่ตรงทุกข้อ แต่ด้วยองค์รวมต่างๆ ตามที่ตามองเห็น ผ่านการสังเกตต่างๆ จึงอ้างพูดได้ว่าตรงตามทฤษฎีจากที่เคยอ่านมา
เด็กวัย2-3ขวบ ยังอยู่ในวัยที่ยึดติดพ่อแม่เป็นสรณะ อยู่ในแวดล้อมของคนในบ้านที่คุ้นเคยเลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เกิด อยู่ดีๆ วันหนึ่งต้องส่งไปอยู่โรงเรียนสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ใช่บ้านตังเองแถมคนดูแลคือครูเป็นใครก็ไม่รู้ไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยรู้จักเด็กก็อาจเกิดความกลัวตกใจและกังวลใจยังเล้กอยู่จะพูดอธิบายแสดงความรู้สึกยังไม่เป็นเลยต้องแสดงออกด้วยการร้องไห้
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาปรับตัว บางคนปรับตัวช้า บางคนก็เร็ว แต่โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 1-3 สัปดาห์ เด็กๆ ก็จะเข้าสู้ภาวะปกติ ซึ้งเป็นจริงตามนั้น พอถึงเทอมปลายไม่มีเด็กคนไหนร้องไห้เวลามาโรงเรียนตอนเช้าเลย