ทำไมเมื่อเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่มักจะปิดเราไม่ให้รับรู้? ทั้งที่เราก็เป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง? ตอนนี้ฉันอยู่ปีสองแล้ว ฉันจะกลับบ้านเกือบทุกอาทิตย์เพราะบ้านของฉันก็ไม่ไกลจากที่เรียนเท่าไหร่นัก หลายๆครั้งที่ฉันต้องเผชิญกับปัญหาและความไม่สบายกายและใจ เวลาฉันได้กลับบ้านเหมือนฉันได้ยาเสริมกำลังให้ฉันสามารถต่อสู้ไปได้อีกหลายอาทิตย์ ฉันรู้เสมอว่าถ้าฉันกลับบ้านฉันจะไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ หรือทำการบ้าน เพราะฉันอยากจะใช้เวลาอยู่กับท่านนานๆ
วันหนึ่งมีเรื่องที่ทำให้ครอบครัวเราไม่เข้าใจกัน ฉันคิดมาก เกิดอาการไม่อยากกลับบ้านไปรับรู้ แต่ดูเหมือนสิ่งที่ฉันทำเป็นการเห็นแก่ตัวมาก เพราะฉันคือสิ่งเดียวที่ท่านมีความหวัง ถึงตอนนี้ฉันพยายามที่จะทำให้ท่านภูมิใจ ฉันบอกกับตัวเองว่าฉันจะต้องทำได้ จะดูแลท่านเอง อุปสรรคที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้เราทั้งครอบครัวกล้าเปิดใจคุยกันมากขึ้น ทำให้เรายอมรับฟังปัญหาของกันและกันมากขึ้น ฉันเชื่อเหลือเกินว่าถ้าครอบครัวเข้าใจกันและพร้อมฝ่าฟันปัญหาต่างๆไปด้วยกันไม่ว่าอุปสรรคใดก็มาทำลายความรักที่เรามีให้กันลงได้แน่นอน
ขอบคุณ ท่านอาจารย์ที่แนะนำให้เราได้พบกับ GOTOKNOW ซึ่งเป็นการเผยแผ่ความรู้ความรู้สึกในแบบที่มีสาระและทำให้ฉันได้แบ่งปันเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับกัลยาณมิตรทุกๆท่าน ขอบคุณค่ะ
พ่อแม่รักเรามาก
รากฐานมั่นไม่สั่นคลอนง่าย
รัก...คุ้มครองเสมอ
รัก จักเอาชนะทุกสิ่งอย่างค่ะ
พ่อพระในบ้าน ช่วยให้เราผ่านอุปสรรค
ส่งกำลังใจนะคะ :)
มีทฤษฎีการตัดสินใจ อันหนึ่ง ของ สตีเฟน โควี่ ว่า การตัดสินใจที่ดีควรยึดหลักการและเหตุผล เป็นศูนย์กลาง นั่นหมายถึงยึดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ไม่ได้ยึดความต้องการของตนเองนะครับ แต่พิจารณาใคร่ครวญด้วยตนเองด้วยเหตุและผลก่อนตัดสินใจ....อันนี้ก็คือ ยึดหลักกาลามสูตร 10 ของพระพุทธเจ้านั่นเอง ......ในกรณีของเรา..... หากจะนำมาปรับใช้ก็คือ... อย่ากลับบ้านเพราะ อยากจะเอาใจหรือทำให้แม่สบายใจ แต่.... จะกลับบ้านเพราะเราสมควรที่จะกลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้.... หากคิดแบบแรก หากท่านดูปิดบังอะไรไว้เมื่อเรากลับ เราอาจรับมาคิดมากแล้วพาลไม่กลับบ้าน แต่ถ้าคิดแบบหลัง ท่านจะคิดอะไรปิดบังอะไรก็เป็นวิสัยของท่าน จะยังไงเราก้สมควรกลับไปดูแลท่าน ....ดังนั้น ไม่ต้องคิดมาก ......ว่าไหมอาทิตยา