การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดี ต้องมีทั้งการพูด และ การฟัง

     ไปกรุงเทพฯ กลับมาแล้วครับ  ไปเป็นคณะทำงานมา ๒  คณะ  เป็นเวลา ๑๐  วัน   ทั้งสองคณะ  ผมไม่รู้จักใครเลยครับ   ถือเป็นเรื่องที่ดี  ในการปรับตัวและเปลี่ยนมุมมองของตัวเอง


      จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง (ไม่ใช่ทั้งหมดจะเป็นอย่างนั้น)   ผมพบว่า ในการทำงานร่วมกัน  หรือ ทำงานเป็นกลุ่ม  มักจะมีแต่การพูดกันครับ  พูดกันมาก  แต่จะมีการฟังกันน้อย  ผมว่าไม่ได้เป็นบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เลยครับ  เพราะมีแต่การพูด แต่ไม่มีการฟัง


     ผมเอง เมื่อเห็นคนพูดกันหลายคน  ส่วนใหญ่ผมก็จะเป็นฝ่ายฟังมากกว่าครับ  ไม่ค่อยได้พูดอะไรออกไป   เพราะพูดไป ก็คงไม่ค่อยมีใครฟัง  และ อีกอย่าง งานที่ได้รับมอบหมาย  ก็ไม่ได้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไร  ไม่ต้องแสดงความคิดเห็นออกไป  ก็ไม่ได้ทำให้งานเสียหาย ผมก็นั่งฟังอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ๕๕๕

    ทีนี้  มาพูดถึงเรื่องการสนทนานอกรอบกันบ้าง   สนทนาอย่างไม่เป็นทางการนี่แหละครับ   ผมพบว่า  การสนทนาที่ไม่เป็นทางการที่ดีที่สุด คือ การคุยกันสองคนครับ  ผมคุยกับใครก็ได้สักคน  ผมจะได้ข้อมูลมามากมาย   แต่ถ้ามีบุคคลที่สามเข้ามา  เรื่องที่คุยมันเปลี่ยนไปเลยครับ  เพราะบุคคลที่สาม  มักจะไม่ฟัง  ไม่ฟังไม่ว่า  กลับเล่าเรื่องของตัวเองขึ้นมาแข่ง  แซงเรื่องเดิมไปเลย  ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ต้องการฟังเรื่องของคนที่สาม  ผมสนใจเรื่องของคนที่สอง


     เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เป็นเรื่องที่เกิดจากบุคลากรทางการศึกษาทั้งนั้นครับ  เท่าที่ผมพบมา พบว่า  ยังขาดมารยาทในการพูด และ มารยาทในการฟัง


    นั่นคือ  จะพูดเรื่องใหม่ ต้องฟังเรื่องเก่าให้จบเสียก่อน  หรือ ถ้าเขายังสนทนาเรื่องเก่ายังไม่จบ  ถ้าจะสนทนาด้วย  ก็ต้องสนทนาในเรื่องเก่า  ไม่ใช่ไปขึ้นเรื่องใหม่ของตัวเอง


     ผมจึงชอบปลีกตัวไปคุยกับคนอื่นทีละคนครับ   เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้คุ้มค่ามากกว่า  พูดคุยกันเกิน ๒ คน ขั้นไป