การทรมานต้นไม้
วันนี้เราตื่นตัวกันมากกับประเด็น “การทรมานสัตว์” ซึ่งจริงๆแล้ว มีรากฐานมาจากการชี้นำของฝรั่ง ทั้งที่สังคมไทยเรานั้นเมตตาสัตว์มากกว่าฝรั่ง ร้อยเท่าก็ว่าได้ เช่นเราปล่อยให้หมาแมวมีอิสระในการดำรงชีวิตในสังคมได้ ด้วยการเดินเพ่นพ่าน แม้เข้ามาเกาขี้เรื้อนในร้านอาหาร ส่งจุลินทรีย์ปลิวว่อน จนลอยมาเข้าลงในอาหารเรา เราก็ยังยอม ไม่ว่าอะไร “ไม่เป็นไร”
ส่วนในประเทศฝรั่งที่เรานิยมกันว่าศิวิไลซ์นั้น ถ้าหมาแมวเดินเพ่นพ่านริมถนน เป็นโดนจับไปประหารชีวิตหมดในอาคารที่เรียกกันโก้หรูว่า Humane society
แต่ที่ทั้งไทยและหรั่งต่างโหดร้ายพอกัน คือ การทรมานพืช
เริ่มตั้งแต่การใส่สารพิษ ฉีดยา ให้ปุ๋ย กันหลากหลาย โดยไม่เคยถามความสมัครใจพืชบ้างเลยว่า ชอบไหม ..มีการเซ็นรับรองจากพ่อแม่บ้างไหม ในกรณี พืชอ่อนวัย??
พอพืชโตขึ้นมาหน่อยก็ตัดแต่งกิ่ง โดยไม่คิดบ้างหรือ เขาอาจเจ็บปวดสาหัส ส่วนหญ้าก็ต้องมีการฉีด “ยาฆ่าหญ้า” เอากันให้ตายให้หมด แบบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ..ก็ไม่เห็นมี “นักอนุรักษ์” ที่ไหนออกโรงมาปกป้องสิทธิวัชพืชขั้นพี้นฐานกันบ้างเลย
ที่โหดจัดก็ทำการตัดแต่งทรงพุ่ม รวมไปถึงการ “ดัด” ให้เป็นรูปต่างๆ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย พวกวัดวาอารามนี่แหละ ตัวดีนักเทียว ...ไม่คิดว่าพวกพืชเขาจะเจ็บปวด เมื่อย บ้างหรือไร หรือว่าเพียงเพราะพวกเขาบ่นไม่เป็น หรือ ลงคะแนนเสียงไม่ได้ หรือว่าไม่มีเงินบริจาค
เท่านั้นยังไม่พอ บางคนอ้างว่ารัก”ษ์”ธรรมชาติ มีธรรมะในใจ ดังนั้น ต้องกิน “พืช” เท่านั้น อ้างว่ากินสัตว์เป็นสิ่งโหดร้ายไปโน่น ..แหม แบบนี้ถ้าผมเป็นพืชผมคงไม่ให้อภัย ... เห็นเราเป็นอะไร ถึงได้มากินเราแต่เพียงถ่ายเดียว เห็นว่าเราเดินขบวนไม่เป็นหรือไร หรือว่าเราออกเสียงร้องโหยหวยด้วยความเจ็บปวดไม่เข้าหูพวกคุณ
ถ้ารักษ์ธรรมชาติมากๆ ขอโทษ โปรดกินอาหารแต่พออยู่ได้ไหม อย่ากินเกิน เพื่อความอร่อยลิ้น จนอ้วนกันเต็มบ้านเต็มเมืองแบบนี้ได้ไหม
...คนถางทาง (๒๖ มกราคม ๒๕๕๕)
***การกินดีอยู่ดีก็ดีอยู่ แต่ไม่สู้การกินอยู่แต่พอดี ***