จริยธรรมองค์กรกับการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติ

โดย  ทวิช จิตรสมบูรณ์ (อดีต) รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ม...  Email: [email protected]

(บทความประกอบการบรรยายรับเชิญจากเครือข่ายอุดมศึกษาไทย เมื่อ พศ. ๒๕๔๕)

 

ความเป็นมา

รัฐธรรมนูญ และ พระราชบัญญัติการศึกษา ได้บัญญัติประเด็น “ความรู้คู่คุณธรรม” ไว้ถึง 3 มาตรา โดยมีหลักการว่า “รัฐจักต้องให้การศึกษาแก่ประชาชนโดยยึดหลักการของการให้ความรู้คู่คุณธรรม” เมื่อนำสู่การปฏิบัติจริงก็มักจะมีคำว่า “จริยธรรม” พ่วงเข้ามาด้วย กลายเป็นวลีว่า “จริยธรรมและคุณธรรม”

                เมื่อนโยบายนี้ลงสู่สถานศึกษาก็มักเน้นกันที่ “วิธีการผลิตบัณฑิตในอุดมคติ”  แนวปฏิบัติที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันแบ่งออกเป็น 3 แนว คือ 1) การจัดวิชาจริยธรรมคุณธรรมบรรจุในหลักสูตรเพื่อสอนนักศึกษาโดยตรง, 2)การสอดแทรกประเด็นจริยธรรมคุณธรรมในการเรียนการสอนปกติ และ 3) การจัดกิจกรรมนศ. ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วย แต่ก็เห็นว่ายังไม่สมบูรณ์พร้อมนัก ควรทำให้กว้างได้กว่านี้ โดยเฉพาะการทำให้เกิดจริยธรรมนั้นปราชญ์หลายท่านทางด้านนี้ให้ความเห็นว่าการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีได้ผลมากกว่าการสอน ซึ่งจากประสบการณ์ของเราก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น

 

บทบาทและความสำคัญของจริยธรรมองค์กร

มหาวิทยาลัย(ในฐานะองค์กร)ที่มีจริยธรรมดีงามเป็นสิ่งที่พึงประสงค์ในตัวเองอยู่แล้ว  แต่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีต่อบุคลกรทุกระดับ รวมถึงนักศึกษาอีกด้วย ควรนับเป็นรูปแบบการสอนจริยธรรมที่สำคัญมาก แต่กลับไม่ใคร่เห็น ม/ส ใดให้ความสำคัญนัก 

 

นอกจากเป็นแบบอย่างแล้ว การมีจริยธรรมองค์กรยังเป็นการสร้าง”บรรยากาศทางจริยธรรม”ด้วย

 

ในการเรียนการสอนนั้น ถ้ามีบรรยากาศทางวิชาการดี นักศึกษาก็จะสนใจเรียนโดยอัตโนมัติ  ในการสอนจริยธรรมก็เช่นเดียวกัน หากมี ”บรรยากาศทางจริยธรรม” ที่ดีก็น่าจะชักนำให้นักศึกษาสนใจและ”ซึมซับ”จริยธรรมได้โดยอัตโนมัติ

 

เช่น เมื่อไปอยู่ในแวดวงผู้มีมารยาทงามก็จะพลอยมีมารยาทงามไปด้วย... ตรงกันข้ามหากไปอยู่ในหมู่โจรก็จะพลอยมีกิริยามารยาทแบบโจรไปด้วย  เช่นเดียวกัน การเข้าไปในวัดที่สงบจะพลอยทำให้เราพลอยสงบและเห็นข้อดีของความสงบไปด้วย  แต่หากสอนความสงบในชั้นเรียนอันยุ่งเหยิงก็คงไม่เห็นความสำคัญของความสงบมากเท่าที่ควร

 

แนวทางหนึ่งในการสร้างจริยธรรมองค์กร คือ การจัดให้มี ข้อกำหนดจริยธรรมองค์กร”  ซึ่งเป็นการประกาศจุดยืนว่า ม/ส ให้ความสำคัญต่อจิรยธรรมตั้งแต่ในระดับสูงสุดลงมา เพราะหากม/สจะเน้นแต่ให้ นศ.ของตนสนใจจริยธรรมโดยที่ตนเอง (ในฐานะองค์กร) ก็ไม่สนใจจริยธรรมองค์กรเสียแล้ว ก็อาจจะดูน่าสมเพชพอสมควร เปรียบดังคำพังเพย “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง”  หรือ  “เมื่อหัวไม่ส่ายท้ายก็ไม่กระดิก”  ดังนั้นหากหัว(องค์กร)ไม่ส่ายท้าย(ครู และ นศ.)ก็คงไม่กระดิก(สักเท่าใดนัก)

 

ข้อกำหนดจริยธรรมองค์กร

ข้อกำหนดจริยธรรมองค์กร (Code of Ethics หรือ Code of Conducts) อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับมหาวิทยาลัยไทย แต่ในต่างประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่จะมีข้อกำหนดฯในทุกระดับหน่วยงานและในทุกภารกิจ และมักจัดให้มีหน่วยงานที่รับการร้องทุกข์จากการละเมิดจริยธรรม ที่มักเรียกว่า Ombudsman Office (หรือชื่ออื่นที่คล้ายกันนี้) ตัวอย่างข้อกำหนดจริยธรมมองค์กรในม/ส ต่างประเทศ คือ

-ระดับมหาวิทยาลัย  (การไม่มีอคติ/ลำเอียง)

-การจัดซื้อจัดจ้าง (มักเน้นการขัดผลประโยชน์  (Conflict of Interests)

-การวิจัย

-การออกหนังสือพิมพ์ของม.และนักศึกษา  

-นักศึกษา (การสอบ การทำโครงงาน กิจกรรมนอกหลักสูตร การตีพิมพ์  การทำวิทยานิพนธ์)

-การให้ข้อมูลกับหน่วยงานอื่น (แม้แต่ประวัติการทำงาน)

-การใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

-ฯลฯ

 

ตัวอย่างกรณีศึกษาจริยธรรมองค์กรของม/สในประเทศไทย

(ไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด แต่ยกขึ้นให้พิจารณากันน่ะครับ)

-การรับบริจาคจากบุคคล ห้างร้าน ที่ประกอบอาชีพอันไม่พึงประสงค์ (เหล้า บุหรี่ ….)

-การรับของขวัญ (หรือของแถม)  จากผู้มีผลประโยชน์ (บริษัทขายครุภัณฑ์ ผู้รับเหมา)

-เก็บค่าหน่วยกิตถูกๆ แล้ว”แอบ”เก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ อีกมากมาย (กว่าค่าหน่วยกิตเสียอีก)

(ในตปท.ส่วนใหญ่มีแต่ค่าหน่วยกิตอย่างเดียว และค่าประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นไปโดยสมัครใจ)

-การหารายได้รูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะที่ล่อแหลม เช่น ผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอ, ให้เช่าที่ดิน

-การใช้เงินทำวิจัยที่ไม่คุ้มค่าต่อสังคม

-การวิจัยที่ล่อแหลม เช่น เหล้า บุหรี่ โคลนนิง (อาจต้องขีดเส้นที่พอดีว่าอยู่ตรงไหน)

-ความเท่าเทียมระหว่างเพศ (เช่น อาจารย์ที่เป็นสามีภรรยากัน หากลูกป่วยต้องให้อ.ชายเป็นผู้เบิก”เท่านั้น”)

-การสร้างอาคารที่หรูหราเกินควร (อาจเป็นตย.ที่ไม่ดีแก่นศ. ทำให้นิยมความหรูหรา ฟุ่มเฟือย)

-ฯลฯ

เกณฑ์มาตรฐานจริยธรรมในประเด็นเหล่านี้อยู่ตรงไหน ย่อมขึ้นอยู่กับ ม/ส นั้นๆ ที่จะต้องกำหนดเอง เพื่อประกาศจุดยืนด้านจริยธรรมขององค์กร

 

.....โปรดติดตามอ่านต่อในตอนต่อไป   

 

...คนถางทาง (๒๖ มกราคม ๒๕๕๕)