ข้อควรระวังในการเขียนบล็อกและการนำภาพมาลงประกอบการเขียนบล็อก

 

            สำหรับบันทึกนี้ ผู้เขียนขอเขียนไว้เผื่อเตือนเพื่อน ๆ ใน Gotoknow ทุกท่านที่ได้เขียนหรือนำภาพมาลงประกอบการเขียนในบล็อกแห่งนี้...เพราะนี่คือ...การโจรกรรมภาพที่เราได้นำมาลงในบล็อก...เมื่อสอง สามวันก่อน ผู้เขียนได้เข้าไปอ่านในบล็อกของ ดร.ขจิต ฝอยทอง เกี่ยวกับการโจรกรรมภาพทางวิชาการ...แล้วยังให้ข้อคิดเห็นว่า "ควรให้อภัย ถ้าเขาทำในครั้งแรก เขาอาจไม่ทราบกฎหมาย"...แต่ที่ไหนได้ เมื่อวานนี้วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ดร.ขจิต กลับกลายมาเกิดกับผู้เขียนอีกด้วย...แม้ว่า ในเจตนาของผู้เขียน ไม่ได้หวังผลอะไรจากการเขียนและนำภาพมาลง...แต่ต้องการเผยแพร่ให้ทราบ + ให้ชม สำหรับภาพ ตัวผู้เขียนคิดว่า ถ้าจะมีคนนำไปนั้น ก็น่าที่จะขออนุญาตก่อนจึงจะนำไปได้ เพราะผู้เขียนก็ไม่หวงอยู่แล้ว แต่ต้องการทราบวัตถุประสงค์ของผู้ที่จะนำไปก่อนว่าจะนำไปทำอะไร?...

                เพราะเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ ก็มีผู้มาขออนุญาตนำภาพของผู้เขียนไปลงในหนังสือนิตยสารเหมือนกัน อ่านได้ที่นี่...ผลที่ได้จากเขียนบทความใน Gotoknow แต่เขาขออนุญาต ผู้เขียนก็อนุญาตให้เขาไป สำหรับเว็บไซด์นี้ เขาไม่ขออนุญาต แล้วนำไปลงในเว็บของเขา + เขียนชื่อเว็บไซด์ลงในภาพของผู้เขียนอีก ทั้ง ๆ ที่มีชื่อของผู้เขียนฝังชื่อ + เว็บของ Gotoknow ไว้บนภาพ...ซึ่งเป็นการไม่ควร เพราะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเห็นได้ชัด...แต่เขาก็กล้าทำ...

                เมื่อวานตอนเช้า มีน้อง ๆ ในที่ทำงาน เขา FB กัน แล้วก็ Link เว็บนี้ ในตอนแรกผู้เขียนก็ว่าจะไม่เปิดดู แต่ไม่ทราบว่า นึกอะไรได้ ก็ขอ Click เข้าไปดูสักหน่อยเถอะ...พอเห็นเท่านั้นแหล่ะ ถึงกับอึ้งไปเลยค่ะว่า..."อ้าว!!! นี่มันภาพของเรานี่นา ใครนำมาลงล่ะ แต่พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นชื่อเว็บของเขานำมาลงในภาพของเราอีก...คราวนี้แหล่ะ เรียกว่า อารมณ์ขึ้นเลย เขาขออนุญาตผู้เขียนก็เปล่า!!!...แล้วเขายังนำมาลงอีก มันธุรกิจกันชัด ๆ..."ขโมยภาพกันซึ่ง ๆ หน้า"...แถมยังมีหน้านำเว็บมาลงไว้บนภาพอีกเหมือนกับเป็นเจ้าของภาพนั้นเสียเอง...

                ตอนแรกผู้เขียนได้ Copy เว็บของเขาไว้แล้วจะนำมาลงใน Gotoknow ให้ผู้อ่านดู แต่เขาลบภาพในเว็บไปแล้วค่ะ...แต่ก็ไม่พ้นความสามารถของผู้เขียนหรอกค่ะ ผู้เขียนคิดตั้งแต่แรกแล้วว่า เขาต้องลบทิ้งแน่ ๆ ผู้เขียนก็เลย Copy ภาพที่เขาได้ทำแล้วนำไปลงในเว็บนั้นไว้ เก็บไว้หลายภาพค่ะ แต่ผู้เขียนขอนำมาลงให้ดูเป็นตัวอย่างเพียง ๔ ภาพนะคะ...(ด้านล่าง)...เหตุที่เขาลบก็เพราะว่า ผู้เขียนเข้าไป comment ในภาพของเขาว่า "ขออนุญาตเจ้าของภาพหรือยัง?"...แล้วก็ใส่ชื่อของผู้เขียนไว้...เขาคงรู้ว่าผิด เขาจึงลบภาพออก...ความจริงเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาน่าจะ "ขอโทษ" ก็ได้ เพราะผู้เขียนก็ไม่ได้หวงอยู่แล้ว เพียงแต่ "ให้เกียรติผู้เขียนนิดหนึ่ง" เมื่อรู้ว่าตัวเองผิดไปแล้ว...แต่ในครั้งแรกที่จะทำ..."ก็ควรขออนุญาตเจ้าของภาพเขานิดหนึ่ง"...แต่นี่ไม่ได้ขออนุญาต...

             ผู้เขียนได้เคยเขียนเรื่องต่าง ๆ พร้อมกับนำภาพมาลงประกอบ อ่านได้ที่นี่...การรักษาคุณภาพชีวิต,ภาพบรรยากาศการรับพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (26 มีนาคม 2554),ภาพดอกทานตะวัน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ในวันที่ 28 มีนาคม 2554,ภาพบรรยากาศการรับพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม โดยภาพข้างล่างเป็นภาพที่นำมาจากเรื่องที่ผู้เขียนนำมาประกอบการเขียนเรื่องใน Gotoknow...และก็มีเรื่องที่ผู้เขียนได้อนุญาตให้เขานำภาพไปลงแล้วและเขาก็ได้นำภาพของผู้เขียนไปลงในนิตยสารฉบับหนึ่ง โดยผู้เขียนได้อนุญาตให้นำไปลงได้ อ่านได้ที่นี่...ผลที่ได้จากเขียนบทความใน Gotoknow

 

 

(ภาพนี้ผู้เขียนก็เป็นคนถ่ายเอง...แต่เขากลับนำเว็บไซด์เขามาลง

ไว้ด้านล่างภาพของผู้เขียน ในขณะที่ก็มีชื่อของผู้เขียนซึ่งเป็น

เจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ด้วย...เขาจะไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะผู้เขียน

ฝังชื่อไว้บนภาพ...ถ้าเขาจะแก้ไขก็มีวิธีเดียว คือ การใช้โปรแกรม

ตัดภาพ แต่ถ้าทำวิธีหลังแล้ว ภาพก็จะไม่สวย...)

              ตอนแรกที่รู้สึก...ก็เสียความรู้สึกเหมือนกัน และนี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง เช่นเดียวกับ ดร.ขจิต ที่โดนเช่นกัน เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเรื่อย ๆ คนเขียน,คนนำภาพมาลงก็จะรู้สึกท้อ + หมดกำลังใจที่จะเขียนหรือนำภาพดี ๆ มาเผยแพร่ เพราะถ้านำมาก็จะถูก "มือดี" ขโมยภาพไป แล้วแถมนำชื่อหรือเว็บของตนเองมาใส่ไว้อีกด้วย...

 

 

(ภาพนี้เป็นกล้องตัวเก่าที่ผู้เขียนถ่ายขณะที่ตนเองไปออกกำลังกาย

ในตอนเย็นหลังเลิกงานแล้ว)

               ผู้เขียนเลยต้องการเขียนเพื่อเป็น "ข้อควรระวัง" ไว้ด้วย สำหรับคนที่จะนำภาพของผู้อื่นเขาไป ถ้าเจ้าของเขาอนุญาตก็นำไปได้ แต่ถ้าเขาไม่อนุญาตก็อย่านำไป เพราะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ของเจ้าของเขา...อีกอย่างในอนาคตก็จะเป็นปัญหาเช่นกัน ยิ่งถ้าท่านใดไม่ได้ฝังชื่อลงบนภาพ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เขาจะถูกขโมยไปดื้อ ๆ...เพราะผู้เขียนคิดว่า ค่อนข้างยากเหมือนกันกับการแก้ปัญหาตรงนี้...ถ้าเราพบก่อนก็ดี แต่ถ้าเราเจ้าของภาพไม่พบล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น เขาก็ทึกทักว่าเป็นภาพของเขาไปโดยอัตโนมัติเลย..."มันน่าไหมล่ะ?" เจ้าของเขาหา เขาทำ เขาถ่ายมาแทบตาย..."ขโมยกันไปดื้อ ๆ "...

 

 

(ภาพนี้ ไม่มีใครถ่ายได้ ถ้าไม่ใช่คนในมหาวิทยาลัยเอง เพราะ

มุมนี้จะถ่ายได้ก็ต้องไปที่ห้องทำงานของผู้เขียนเอง...แล้วใครจะกล้า

เข้าไปในห้องทำงานของผู้เขียน ถ้าผู้เขียนไม่ได้อนุญาต...)

 

จุดประสงค์ที่เขียน ก็เพื่อเป็นข้อควรระวังกับการเขียนบทความ

วิชาการเมื่อนำมาจากแหล่งใดก็ควรนำแหล่งที่มาของเขามาไว้ด้วย

เพราะจะได้รู้ว่า ตัวเราไปนำของเขามาอ้างอิง...

ถ้าเป็นภาพก็ควรขออนุญาตจากเจ้าของภาพก่อน...

ซึ่งอาจถือว่า "เป็นจรรยาบรรณของการเขียนบทความหรือการ

เขียนบล็อก" เพราะในอนาคตยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ มันก็จะเกิดขึ้น

เรื่อย ๆ สำหรับคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน...

 

 

(ภาพที่ถูกเขา post เว็บไซด์ของเขาทับชื่อของผู้เขียน

น่าจะเป็นการตั้งจากโปรแกรม Watermaker Image

เพราะเป็นการตั้งชื่อเว็บไซด์ไว้ ณ จุดเดียวกัน และโปรแกมนี้

สามารถใส่ภาพได้คราวละมาก ๆ...และก็คงไม่ได้ตรวจสอบ)

 

ครั้งแรกก็ว่าจะลงเพียงแค่ ๔ ภาพ แต่ความจริงภาพที่ถูกลักไปนั้น

มีมากกว่า ๔ ก็เลยนำมาให้ดูกันค่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพนี้ ผู้เขียนไม่ได้เขียนไว้เป็นชื่อของผู้เขียน แต่ผู้เขียนจำได้

 เพราะเขียนไว้ในบล็อกของ Gotoknow ค่ะ และภาพของผู้เขียน

ก็จะตกแต่งแบบไม่เหมือนท่านใดด้วยค่ะมุมนี้ก็ถ่ายจากห้องที่ทำงาน

ของผู้เขียนเองค่ะ

 

 

มีประมาณ ๑๒ ภาพค่ะ ครั้งแรกบอก อาจารย์ขจิตไป ๑๕ ภาพ

เนื่องจากมี ๓ ภาพที่ผู้เขียน save ซ้ำกันค่ะ...

 สาเหตุที่ต้องนำเรื่องนี้มาเขียนเพราะ...

              ในช่วงหลังผู้เขียนนำภาพมาขึ้นในเว็บไซด์มาก "กลัว" เหมือนกัน กลัวในสิ่งที่ไม่คาดคิด ว่าถ้ามีท่านใดนำไปแล้วไม่ได้ขออนุญาต อาจนำไปทำในเชิงธุรกิจ หรือทางที่เสียหาย จะทำให้เกิดผลเสียต่อผู้เขียน...จึงต้องขอแจ้งเตือนกันก่อนว่า "ควรขออนุญาต" เจ้าของภาพเขาก่อน ก่อนที่จะนำไป เพื่อทราบวัตถุประสงค์ในการนำไปค่ะ...

                   และก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ถ้าเกิดกรณีลักภาพกันไปแบบนี้บ่อย ๆ ผู้อ่านที่เขาไม่มีเจตนาที่จะทำเหมือนกับผู้ที่ลักภาพไป เขาก็จะไม่ได้เห็นภาพที่สร้างสรรค์บนเว็บไซด์นี้อีก เนื่องจากเจ้าของภาพก็คงหมดกำลังใจที่จะหาภาพสวย ๆ ดี ๆ เพื่อนำมาขึ้นเว็บไซด์อีก...เพราะถ้านำมา "ลิขสิทธิ์" ที่ควรจะเป็นของเจ้าของภาพ ก็จะถูกผู้ที่ลักภาพไปนั้น ยึดครองเป็นลิขสิทธิ์เอง

                    การนำไป ถ้าไม่เพื่อการค้า หรือธุรกิจ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ในปัจจุบันจะเน้นกันเพื่อนำไปทางด้านการค้า ผลประโยชน์เสียมากกว่า โดยไม่ยอมลงทุน...ผิดกับเจ้าของภาพ ถ้าเขาเห็น เขาก็เก็บภาพ ถ่ายภาพ ด้วยน้ำพัก - น้ำแรงของเขาเองเพื่อนำมาให้คนอื่นได้ดูชม...