สวัสดีค่ะ คุณน้อย

เขาถึงบอกไงค่ะว่า อย่างเดียวกับคำว่า "กฎแห่งกรรม" ใครทำอย่างไรก้ได้รับผลเช่นนั้น...สำหรับผู้เขียนเอง ไม่ว่าที่จะนำภาพไป แต่ขอทราบที่มาที่ไป ต้นสายปลายเหตุที่จะนำภาพของเราไปค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะนำไปทำอะไร ถ้ารู้ ก็ยินให้อยู่แล้ว ถ้าไม่นำไปทำในทางที่เสียหาย แต่ขอให้ "บอกกล่าวกันให้ทราบ" หรือว่า "ขออนุญาต" เพราะจากที่เขียนมา ก็มีพี่ ๆ ที่เห็นว่าภาพน่าดู เขาก็ขออนุญาตนำไปเก็บไว้ดู ผู้เขียนก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาเลย ได้แต่อนุญาตเขาไปด้วยซ้ำ...แต่นี่มันเหมือนการลักไป แถมมีชื่อเราอีก แล้วก็ไปใส่ชื่อเว็บแบบหน้าตาเฉยอีกด้วย มันก็แค่ "เสียความรู้สึกเท่านั้นเองค่ะ

นี่ยังเป็นภาพที่ไม่ใช่ทางวิชาการนะคะ ถ้าเป็นภาพทางวิชาการ เจ้าของเขาจะไม่เดือดหรือค่ะ เพราะนั่นคือ "ผลงานของเขา เขามีสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของ ถ้าตามกฎหมาย" แต่คนไทยเราบางคนชอบก็ชอบมีนิสัยมักง่าย นึกอยากได้ของใครก็เอาไปเฉย ๆ ไม่ขออนุญาตเจ้าของภาพเขาก่อน ไม่ยอมลงทุนไปเก็บภาพเอง รอฉกฉวยตามเว็บไซด์ของผู้อื่น...ถ้าจะสบายกระมังค่ะ

ความจริงที่เขียน ต้องการให้เป็นเรื่องเตือนว่า คนเราควรให้เกียรติซึ่งกันและกันด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่เป็นการเคารพซึ่งสิทธิของกันและกัน เราเคารพคนอื่น ตัวเราก็ต้องการให้คนอื่นเคารพเราด้วยเช่นกัน

ถ้าพูดถึงลิขสิทธิ์ของแต่ละคน ถ้าเรามี เราก็ต้องหวงเป็นธรรมดา เพียงแต่ว่า ถ้ามีการเอื้อนเอ่ยกันก่อนละก็ บอกได้เลยว่า คนเราก็ไม่ใจไม้ไส้ระกำขนาดจะใจร้ายหรอกค่ะ "ขอให้บอก" "ขอให้ขออนุญาต" ก่อนก็เท่านั้นเองค่ะ

สำหรับผู้เขียนพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ ถ้าเขาไม่ขอ เพราะ "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร" ค่ะ...ขึ้นอยู่กับ "กฎแห่งกรรม" จริง ๆ ค่ะ ทำอย่างไรก็จะได้ผลเช่นนั้น...

ขอบคุณคุณน้อย ที่เข้ามาร่วมและเปลี่ยนประสบการณ์ค่ะ