ภาคใต้ที่สูญเสียความสงบสุขไปมากอยู่ทุกวันนี้ มีผู้เกี่ยวข้องอยู่ด้วยกันสี่ฝ่าย ได้แก่ หนึ่ง..ฝ่ายที่เป็นผู้กระทำ สอง..ฝ่ายที่เป็นผู้ถูกกระทำ สาม..ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำ และ สี่..ฝ่ายที่อยู่รายรอบของสามฝ่ายแรก รวม ๆ แล้ว ก็ฝ่ายเดียวกัน คือ คนไทย ที่ถือบัตรประชาชนไทย ได้รับการเลี้ยงดู ฉีดวัคซีนตอนแรกเกิด ได้ไปโรงเรียน ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาล ได้รับการปกป้องคุ้มครองดูแลโดยรัฐธรรมนูญไทย กฎหมายไทย และภาษีของคนไทยทั้งประเทศที่ทุกคนที่รวมกันเป็น สี่ฝ่ายดังกล่าวแล้ว
ความสงบสุขจะกลับมาได้ ทั้งสี่ฝ่าย ต้องเข้าถึง/ เข้าใจ/ และพัฒนา หลักคิดของ ในหลวงที่ให้ไว้
ชีวิตที่อยู่ร่วมกันนี้คือละครโรงใหญ่
เมื่อไรที่จะรับบทเป็นผู้กระทำ ก่อนกระทำต้องเข้าถึงด้วยปัญญาของตัวเอง ที่มาจากการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ ร่ำเรียน และประสบการณ์ที่สะสมมาเพื่อการเข้าถึง หรือรู้จักและรู้จริงในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่จะไปกระทำ ด้วยการถามตัวเอง เช่น เขาเป็นใคร เขามีพ่อแม่พี่น้องลูกหลานที่รักใคร่เขาหรือไม่/ใช่ไหม กระทำต่อเขาแล้วช่วยให้เราได้สิ่งที่ต้องการ ในระยะสั้น หรือระยะยาว จะได้มาจริงหรือไม่ จะได้เมื่อไร ประกันได้อย่างไรว่าจะได้จริง ที่จะกระทำนั้นเป็นทางเลือกที่จะได้มาซึ่งความสงบสุขจริงหรือไม่ (ตรงนี้ผมชื่อว่าผู้กระทำต่างต้องการความสงบสุขให้แก่ภาคใต้จริง ๆ โดยเฉพาะความสงบสุขในอนาคต และคงไม่ใช่ความสุขในปัจจุบัน เพราะเพียงแต่คิดก็น่าจะทุกข์แล้ว ถ้าสุขก็ทบทวนก่อนทำอีกครั้ง) ถ้าได้แล้วจะมั่นใจว่าได้อย่างไรว่าจะรักษาไว้ได้ เรียกว่าต้องเข้าถึง และเข้าใจในหัวอกหัวใจของคนที่จะไปกระทำกับเขา และผู้เกี่ยวข้องกับคนเหล่านั้นจริง ๆ
ที่สำคัญกว่าการเข้าถึงและเข้าใจผู้อื่น ต้องเข้าใจตัวเองเสียก่อน ด้วย ลองถามตัวเองว่า ตัวเองเป็นใคร ต้องอะไรในชีวิต สิ่งที่จะกระทำนั้นจะเกิดประโยชน์และความสุขแก่ตัวเอง และครอบครัว พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาจนเติบโตได้จริงหรือไม่ เป็นความต้องการที่แท้จริงหรือไม่ มั่นใจอย่างไรว่าจะประสบความสำเร็จ ถ้าทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จจะเกิดอะไรขึ้นต่อตนเองและครอบครัว ถ้าไม่พยายามเข้าถึงเข้าใจตัวเอง จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองก็ต้องคิดเอง
เมื่อไรที่รับบทเป็นผู้ถูกกระทำ แน่นอนต้องเสียใจ โกรธ ชิงชัง เคียดแค้นและอยากแก้แค้น หรือ ไม่มีโอกาสดังกล่าวอีกต่อไป ต้องทิ้งให้ผู้ที่อยู่ข้างหลังรับผลกระทบไป เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเป็นผู้ถูกกระทำต้องถามตัวเองว่า ณ วันนี้ ตนเองได้เข้าถึงใคร ได้เข้าใจอะไรในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในภาคใต้ เข้าใจถูกต้องหรือไม่ มั่นใจอย่างไรว่าถูกต้อง เราได้ทำอะไรที่ได้ช่วยปกป้องไม่ให้เกิดขึ้น ได้มีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาความสงบสุขในภาคใต้มาบ้างหรือไม่
การช่วยให้เกิดความสงบสุขในภาคใต้ ทำได้หลายทาง เช่น เลือกตั้งคนดี ที่ต้องการให้เกิดความสงบสุข ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการสถานศึกษา นายก อบต. อบจ. หัวหน้ากลุ่มแม่บ้าน ผู้แทนราษฎร์ ฯลฯ หรือ หรือในกรณีที่เป็นผู้อำนาจ ตนเองได้แต่งตั้งคนดีที่ต้องการให้เกิดความสงบสุขขึ้นในภาคใต้ หรือ ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปทั้งชาวบ้านในพื้นที่ และต่างพื้นที่ได้อาสาไปทำงานในภาคใต้ด้วยเป้าหมายของการอยากเห็นความสงบสุขในภาคใต้ เป็นสำคัญ ตลอดจนปฏิบัติตนเป็นคนที่เข้าใจ เข้าถึงผู้ที่ไปกระทำกับคนอื่น และผู้รับผลจากการกระทำอย่างมีเหตุผล ไม่ลำเอียง ตั้งอยู่บนความถูกต้องและเป็นธรรม อย่างสม่ำเสมอ ไว้เป็นความภาคภูมิใจ ถ้าไม่ได้ทำอะไร หากเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง หรือคนที่เรารัก ก็ต้องทำใจ สุดยอดของทำใจก็คือไม่คิดที่จะแก้แค้นปล่อย หรือ จัดการไปตามระบบยุติธรรมของประเทศ
เมื่อรับบทเป็นผู้ที่มีผลกระทบ เช่น คนที่รัก บาดเจ็บ ล้มตาย ก็ต้องถามตัวเองอีก เราได้ทำอะไรไปบ้างที่จะช่วยให้เกิดความสงบสุขขึ้นในภาคใต้ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนับตั้งแต่เลือกตั้งคนดี แต่งตั้งคนดีให้ทำงานที่ภาคใต้ หรือ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นต้องเคยส่งใจ ระลึกนึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำ ให้ความเมตตาสงสารในความทุกข์ของผู้ที่ไปกระทำคนอื่น (ผมคิดว่าคนที่ไปกระทำคนอื่นก็คงทุกข์กันทุกคนถ้าจะสุข ก็ไม่น่าจะเรียกว่าสุข เป็นความสะใจที่ไม่สึกตัวว่าดีชั่วเสียมากกว่า) ถ้าได้ทำแล้วก็ต้องภูมิใจกับตัวเองว่าได้ทำแล้ว พยายามแล้ว หากเหตุร้ายเกิดขึ้น ก็ต้องทำใจ ทำใจที่สุดยอด ก็คือทำใจที่จะไม่คิดแก้แค้น ซึ่งเป็นเหตุของความไม่สงบอย่างยั่งยืน
เมื่อรับบทเป็นผู้คนรอบข้างของผู้กระทำ ผู้ถูกระทำ และผู้รับผลกระทบที่ใกล้ชิดกับผู้ถูกกระทำ ฝ่ายนี้เป็นฝ่ายที่อยู่ทั้งใกล้ และไกลผู้กระทำและถูกกระทำ ฝ่ายนี้เคยพับนกส่งไปสามจังหวัดภาคใต้ เพื่อต้องการเรียกร้องให้ความสงบสุขกลับมา เป็นฝ่ายใหญ่ ประกอบด้วย พ่อค้า แม่ค้า ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนยางพารา ประชาชน คนธรรมดา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนราษฎร สื่อสารมวลชน และทุก ๆ คนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ภาคใต้ ที่ต้องทำหน้าที่พลเมืองดี ยึดความถูกต้องและเป็นธรรม กันทุกฝ่าย ที่สำคัญคือต้องไม่นิ่งดูดาย และรู้ร้อนรู้หนาวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็ทำหน้าที่พลเมืองดีให้ถูกต้อง นับตั้งแต่ปฏิบัติตนเป็นคนดี เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อบรมสั่งสอนลูกหลานดี เลือกตั้งคนดี แต่งตั้งคนดีให้ทำงานที่ภาคใต้ คอยให้กำลังใจแก่คนดีที่กระทำใด ๆ ด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งที่เป็นผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ และผู้รับผลจากการถูกกระทำ พร้อม ๆ กับพยายามหาว่าอะไรผิด ไม่ใช่พยายามหาว่าใครผิด เพราะเมื่อไรที่หาว่าใครผิด ความโกรธ และเกลียดชังอาจเข้าครอบงำจนอาจเกิดการอคติ ที่จะนำไปสู่ความไม่ถูกต้อง และเป็นธรรมได้
การหาว่าใครผิดคงต้องอาศัยกระบวนการความยุติธรรมของประเทศ การสืบค้นหาว่าอะไรผิดช่วยให้เกิดปัญญา และอาจนำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง และเป็นธรรมได้
ฝ่ายนี้เป็นฝ่ายที่ต้องคิดมากกว่าฝ่ายอื่น เป็นฝ่ายที่ต้องถามตัวเองมาก ๆ เช่น อยากเห็นความสงบสุขในภาคใต้ไหม รู้จริงในสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคใต้ไหม ได้ทำอะไรบ้างไหม ที่จะช่วยให้คนภาคใต้ได้พักผ่อน ดูละคร ดูหนัง มะโนรา มะโย่ง ลิเกฮูลู เดินทางท่องเที่ยว ไปมาหาสู่ เพื่อแต่งงาน มาแกปูโล๊ะ เข้าสุนัต งานบวช ฯลฯ กันอย่างปกติสุขอย่างในอดีตกาลที่ผ่านมา (ทราบว่าปัจจุบันบางพื้นที่ก็ยังดำเนินชีวิตอย่างนี้อยู่) เช่น เลือกตั้งพรรคการเมืองที่ต้องการยุติปัญหาภาคใต้ ที่มีนโยบายแน่ชัด หรือ ไม่ขัดใจคนดีที่จะช่วยนำความสงสุขมาสู่ภาคใต้ หรือ จะทำอะไรก็ได้ ที่ต้องการให้ภาคใต้สงบสุข ในการเข้าถึงเข้าใจ และพัฒนา
มีเครื่องมือสำคัญที่ต้องใช้และส่งเสริมให้เกิดการใช้ ความเข้าใจในภาษาและวัฒนธรรม เป็นปัจจัยสำคัญ คนสามจังหวัดภาคใต้ใช้ภาษายาวีในชีวิตประจำวันจำนวนมาก ถามว่าคนภาคใต้ใช้ภาษายาวีเป็นทุกคนหรือเปล่า ถ้าไม่เป็น ก็ต้องพยายามให้เป็น หรือ ส่งเสริมให้เป็น วันนี้ทั่วประเทศพูดกันถึง English Speaking Year ภาคใต้ ก็น่าจะเป็น ยาวีสปีคกิ้งเยีย หรือ เดย์ หรือ วีค หรือทุก ๆ วันในโรงเรียนก็ว่ากันไป ภาคใต้ใช้ภาษาอารบิค ภาษาบาลีในการทำความเข้าใจ เรียนรู้เรื่องศาสนา ถามว่าทุกคนในสามจังหวัดภาคได้มีโอกาสสัมผัส หรือ เรียนรู้ภาษาเหล่านี้กันทุกคนไหม ถ้าไม่คนภาคใต้ และคนที่เกี่ยวข้องกับภาคใต้ก็ต้องคิดอ่านและทำ วัฒนธรรมพุทธมุสลิม คนสามจังหวัดภาคใต้มีโอกาสได้เรียนรู้กันทุกคนไหม ถ้ายังไม่ก็ต้องคิดอ่านและทำ ทำเพื่อให้สามารถเข้าถึง เข้าใจและพัฒนาตนเอง พัฒนาซึ่งกัน และพัฒนาคนอื่นได้ หากทำไม่ได้แล้วไซร้ความสงบสุขในภาคใต้จะกลับมาได้ด้วยวิธีการใดอีก