อยากเฝ้าแม่แต่เราต้องเฝ้าห้อง แว่วฟ้าร้องค่อยค่อยกลางฝอยฝน ............
ห้องกว้างอันว่างเปล่า
มองฟ้าไกลในห้องกว้างอันว่างเปล่า
ไม่มีดาวดวงใดให้มองหา
ริมหน้าต่างห่างไกลสุดสายตา
แหงนมองฟ้ามืดดำกลางค่ำคืน
มีแสงไฟลางลางระหว่างตึก
เสพรู้สึกนึกหนาวในคราวตื่น
ชีวิตเหมือนเพื่อนดาวไม่ยาวยืน
มีชังชื่นตื่นหลับแล้วลับลง
ในห้องกว้างว่างเปล่ามาเฝ้าแม่
ได้เพียงแลแม่หลับใหลในความหลง
ยามแม่ตื่นลืมตามหน้างุนงง
เพราะยังคงอยู่ในไอซียู (ICU)
เพราะโรคร้ายรุมล้อมย่อมเร่งรีบ
เข้าผาตัดหัวใจตีบรีบต่อสู้
สงครามเย็น “เป็น-ตาย” ใช่ศัตรู
แค่เป็นคู่คนละข้างต่างวันวัย
เรื่องของแม่ครั้งก่อนสะท้อนภาพ
ยังซึมซาบกลับเยือนเหมือนภาพใหม่
เป็นต้นแบบชีวิตนำจิตใจ
บันทึกไว้ในวันอันวังเวง
อยากเฝ้าแม่แต่เราต้องเฝ้าห้อง
แว่วฟ้าร้องค่อยค่อยกลางฝอยฝน
ดวงใจหวั่นรันทดอย่างอดทน
มารผจญคราวนี้อีกกี่วัน
โสภณ เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
สวัสดีครับ...ครูใหญ่ที่เคารพ
ผมแอบสะเทือนใจกับบทกวีของครู
เพราะเหมือนเรื่องราวของผมห้าหกปีก่อน
ครูแต่งได้โดนใจผมมากครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ที่แวะเวียนมาเยือนกันเสมอ
สวัสดีค่ะ อจ.โสภณ มาติดตามหาความรู้ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
แสดงว่าวันนี้ไม่ได้เข้าในระบบหรือครับ
ส่งกำลังใจมาให้อาจารย์ค่ะ
ขอให้คุณแม่หายเร็วๆ นะคะ
ขอให้อาการคุณแม่ดีขึ้นตามลำดับนะครับ
ขอบคุณสำหรับเมตตาจิตที่ฝากให้คุณแม่
ด้วยนะครับ
แม่เป็นต้นแบบของชีวิตของทุกคน
แม่เป็นพรหมของลูก
แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก
จึงขอขอบคุณที่แวะมาแสดงเมตตาจิต
นะครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ด้วยดอกไม้สวยงามจากดอยตุง
บทนี้ เคยผ่านตาที่ ok nation
อ่านอีกหนยังยลเห็นภาพความเศร้า
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
และติดตามถามข่าวเสมอ
จริงดั่งว่าครับ ผมนำไปวางไว้
ณ ที่แห่งนั้นด้วย เพื่อความหลากหลาย
ต่างเวที เพื่อเป็นทางเลือก
ทำกรรมอันใดไว้ หนักหนา
กรรมที่ทำตามมา ไม่เว้น เทียวนอ
นินทาเพื่อนจึงพา พังพ่าย
เพราะปากลิ้นไม่เร้น รุกร้อนรมไฟ
การนำภาพขึ้นแสดงยากกว่าเก่า
ใครทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด
ช่วยแจ้งด้วยครับ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง