
ค่ำคืนแห่งรอยยิ้ม หยาดน้ำค้าง
แย้มเย้ยความอ้างว้าง สายลมหนาว
ล่วงประหวั่นวันคืน อันขื่นคาว
ชวยชื่นฝันจากแดนดาว ประโลมดิน
ดื่มด่ำเถิด สหาย ท่ามสายลม
รสชาติทุกข์ขื่นขม อันไม่สิ้น
ความลำเค็ญมันอบอุ่น จนคุ้นชิน
น้ำตาที่ไหลริน มิต่างเมรัย
โลกรู้จักเราแล้วนี่ กวีไส้แห้ง
ผ่านบทคำปรุงแต่ง เขียนมอบให้
เพื่อบ่มเสี้ยวเศษงาม ความเข้าใจ
นิยามเห็นเป็นไป ธรรมดา
ซึ่งกว่าเธอที่รัก จะรู้ซึ้ง
แลเข้าถึงความหมาย ในค้นหา
ณ โพ้นไกลจักรวาล ใจผ่านพา
เพียงลืมตาสบลึก รู้สึกมัน
เถอะ สบตาฉันสิ อนาถา
จะบอกเล่ากาลเวลา ของความฝัน
โลกเราแลงมงาย คล้ายคล้ายกัน
ชีวิตต่างยืนยัน ทุกเงื่อนงำ
สรรพสิ่งใช่เพียงพลิก กระดิกนิ้ว
เปลี่ยนรันทดอดหิว ให้อิ่มหนำ
เฝ้าประโลมรักร้อย ผ่านถ้อยคำ
ดังทายท้าชะตากรรม มิจำนน
ตระหนักโลกคุ้นชิน ความสิ้นไร้
พร่ำกวียาไส้ โลกพล่ามบ่น
ซังกะตายชีวิต ลิขิตทน
แลทุกข์สุขปลอมปน ดังมารยา
ทั้งทั้งมันมีอะไร มากกว่านั้น
แม้ในรู้สึกเดียวกัน จะล้นบ่า
งามฝันโลกมอบฝาก หลากราคา
หากแต่บางเวลา เกินรู้เรียน
อยากจะเขียนอะไร มากกว่านี้
แต่คล้ายบรรดาคำที่มี ไม่พอเขียน
ในทุกทุกความรู้สึกที่ไหลเวียน
มันผ่านเผินเกินจะเพียร พร่ำบรรยาย
……………………
โดยคำ ลานเทวา