...

โครงสร้างการปกครองรัฐบาลมาเลเซีย       

              พระราชาธิบดีหรือพระมหากษัตริย์  มาจากสุลต่านจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนการขึ้นครองราชย์สมัยละ 5  ปี จากสุลต่านและสุลต่านรัฐอื่น ๆ และราชาจากรัฐต่าง ๆ  ยกเว้นรัฐที่ไม่มีสุลต่านคือ มะละกา  ปีนัง ซาบาห์ และซาราวัค ปัจจุบันสุลต่านรัฐเกดะห์ทรงเป็นพระราชาธิบดีมีอำนาจหน้าที่ทรงเป็ผู้ปกครองประเทศโดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด แต่งตั้งหัวหน้า พรรคการเมือง แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของนายกรัฐมนตรี  เป็นผู้ลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายที่ฝ่ายนิติบัญญัติเสนอ  และเป็นผู้แต่งตั้งองค์กรราชา ประธานตุลาการ ตามข้อเสนอแนะของนายกรัฐมนตรี

                  องค์กรราชา  (Majlis  Raya)  มาจากบุคคล  4  กลุ่ม  คือ

                  1.  สุลต่าน  (Sultan)  จากรัฐกลันตัน  เกดะห์  ตรังกานู  ปะหัง  ยะโฮร์  และสลังงอร์

                  2.  ราชา (RaYa)  จากรัฐปะลิส

                  3.  ยัง  ดีเปอร์ตูอัน  เบอร์ซา  (Yang  Dipertuan  Besar)  จากรัฐเนกรี เซมบิลัน

                  4.  ยัง ดีเปอร์ตูอัน เนอเกอรี  (Yang  Dipertuan  Negari) จากรัฐมะละกา ปีนัง ซาบาห์ และซาราวัค

                  องค์กรราชามีอำนาจและหน้าที่คือ  แต่งตั้งและปลดราชาธิบดี  รองราชาธิบดีได้  อภิปรายแสดงความคิดเห็นประเด็นสำคัญทางการเมืองและเกี่ยวกับราชวงศ์ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกฎหมายก่อนที่พระราชาธิบดีทรงลงพระปรมาภิไธย รักษาผลประโยชน์ของศาสนาอิสลาม  รักษาผลประโยชน์ของคนมลายูและเชื้อชาติอื่น ๆ ด้วย

                  ประธานตรวจเงินแผ่นดิน  (Ketua  Audit  Nagara)  มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณในหน่วยงานของรัฐ  ตลอดถึงองค์กรอิสลาม  แล้วรายงานต่อพระราชาธิบดีแล้วส่งต่อไปยังรัฐสภา  ส่วนของรัฐบาลจะรายงานต่อสุลต่าน  แล้วต่อไปยังรัฐสภาของรัฐ

                  ฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วย  2  สภา  คือ  สภาผู้แทนราษฎร  ที่มาจากการเลือกตั้ง  จำนวน  219  คน  และสมาชิกวุฒิสภา  มาจากการสรรหาและได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาธิบดี  จำนวน  72  คน  ซึ่งเป็นตัวแทนจาก  13  รัฐ ๆ ละ  2  คน  เขตปกครองพิเศษ  3  เขต ๆ ละ  2  คน  และจาก ผู้ทรงคุณวุฒิที่ช่วยเหลือสังคมซึ่งมาจากตัวแทนของทุกสาขาอาชีพ

  ฝ่ายบริหาร (Badan  Eksekutiz) มาจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก สามารถจัดตั้งรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอนายกรัฐมนตรี ส่วนรองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี  นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  สมาชิกสภารัฐ  หรือวุฒิสมาชิก

                  ฝ่ายตุลากร  (Badan  Kehakiman)  ทำหน้าที่เสนอฝ่ายบริหารในการบริหารบ้านเมืองในกรอบของรัฐธรรมนูญ และพิพากษาฝ่ายบริหารบ้านเมืองตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตีความในรัฐธรรมนูญ  ตลอดจนรักษาความยุติธรรมในสังคมภายใต้กฎหมาย

                  กรรมาธิการ  (Surahanjaya)  เป็นองค์กรตรวจสอบระบบการปกครอง  และรักษาความยุติธรรมในวงการเมืองมี  4  ประเภทคือ  กรรมาธิการการเลือกตั้ง  กรรมาธิการบริหาร  กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน  และกรรมาธิการเฉพาะ

                  2.  การปกครองระดับรัฐ รัฐมีกฎหมายประจำรัฐ  แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายของส่วนกลางถ้าขัดต่อกฎหมายของส่วนกลางให้ถือเป็นโมฆะ อำนาจการบริหารระดับรัฐมีทั้งแยกกันบริหารและร่วมกับรัฐบาลกลาง  มาเลเซียมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละรัฐ

 

 

                  3.  การปกครองส่วนท้องถิ่น  การบริหารจะมาจากสมาชิกพรรคการเมือง รัฐบาลจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานต่าง ๆ ในรัฐ  โดยมีวาระ  3  ปี  การปกครองส่วนท้องถิ่นมี  3  แบบคือ

                  แบบที่  1  เทศบาลมหานคร  นำโดยนายกเทศมนตรี  (Datuk  Bandar)  ต้องมีประชากรมากกว่า  100,000  คน  รายได้มากกว่า  20  ล้านริงกิตต่อปี  มักจะเป็นศูนย์การปกครองเมืองหลวงของรัฐที่ยกฐานะเป็นเทศบาลมหานคร  เช่น  กัวลาลัมเปอร์  อีโปร์  โกตากินาบาลู และกูชิง  เป็นต้น

                  แบบที่   2   เทศบาล  ต้องมีประชากรมากกว่า 100,000  คน  รายได้มากกว่า 5  ล้านริงกิตต่อปี  มักจะเป็นเมืองที่อยู่ภายในรัฐ  เช่น  ยอร์ชทาวน์  นิลัง  และเซอบารังไปร  เป็นต้น

                  แบบที่  3  อำเภอ  นำโดยนายอำเภอ  มีประชากรน้อยกว่า  100,000  คน  มีรายได้น้อยกว่า  5  ล้านริงกิตต่อปี  ส่วนใหญ่จะอยู่นอกเมือง

  นอกจากนั้นแล้วยังมีการปกครองในระดับหมู่บ้านที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมาชิกพรรคการเมือง  โดยรัฐบาลจะเป็นผู้เลือก  บางหมู่บ้านไม่มีผู้ใหญ่บ้านเพราะคนในหมู่บ้านไม่สังกัดพรรคการเมือง  บางหมู่บ้านมีผู้ใหญ่บ้าน 2  คน จาก  2  พรรคการเมืองทั้งที่เป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะรัฐปะลิสไม่มีผู้ใหญ่บ้าน  แต่มีคณะกรรมการรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน

..........................