...

การทบทวนวรรณกรรม/สารสนเทศ (information) และหน่วยงานที่นำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์

1.  คนกลุ่มดั้งเดิมในดินแดนมลายู  ดินแดนมลายูแต่เดิมเรียกว่าสะการามาเซ็น  ซึ่งแปลว่าทะเลเค็ม (สะการา แปลว่า ทะเล  มาเซ็น แปลว่า เค็ม รวมแล้วแปลว่า ทะเลเค็ม  เป็นภาษามลายู)  แรกที่เดียวมีชนพื้นเมืองเชื้อสายนีกรอยด์ (negoid) อาศัยอยู่1 ต่อมาประมาณ 2,500 ปีก่อนคริสต์กาลได้มีพวกโปรโต – มาเลย์ (Proto – Malays)  ซึ่งอาศัยอยู่ในมณฑลยูนนานทางใต้ของจีนได้เดินทางลงมาทางใต้  ในลักษณะของการอพยพที่ยืดยาวเป็นระยะ ๆ ทำให้พวกที่อาศัยอยู่เดิมต้องถอยร่นเข้าไปอยู่ตามป่าและภูเขา พวกโปรโต – มาเลย์ รู้จักการใช้โลหะและหินเป็นเครื่องมือ  มีวัฒนธรรมที่มีมาตรฐานสูงกว่าพวกที่มาอยู่ก่อน  คนเหล่านี้มีทั้งนักล่าสัตว์  ทำการประมง  และทำการเกษตร  ต่อมาเมื่อประมาณ  300  ปีก่อนคริสต์กาลพวกดิวเทอโร – มาเลย์ (Deutero – Malays)  ซึ่งมีเชื้อสายเดิมเป็นพวกมองโกลด์อันเป็นเชื้อสายเผ่าเดียวกันกับพวกรุ่นแรกจากยูนนาน  แต่พวกนี้มีความรู้เรื่องโลหะ  ใช้อาวุธและเครื่องมือที่ทำด้วยเหล็กและรู้จักใช้โลหะอื่น ๆ อีกด้วย  พวกมาเลย์รุ่นใหม่ได้พิชิตและขับไล่พวกโปรโต – มาเลย์ให้ถอยลึกเข้าในดินแดนตอนใน  ซึ่งปัจจุบันพวกนี้ส่วนใหญ่ยังคงอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของมาเลเซีย เรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกจากุน (Jakun) และพวกมาเลย์รุ่นใหม่ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่นี้จึงเป็นบรรพบุรุษของมาเลเซียในปัจจุบัน ซึ่งมิได้เป็นพวก   เร่ร่อน ดำเนินชีวิตอยู่ในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่เป็นส่วนสำคัญของสังคมมีผู้ใหญ่บ้านและผู้อาวุโส   ปกครอง  หมู่บ้านเหล่านี้โดยทั่วไปเลี้ยงตัวเองในเรื่องอาหาร  มีการนับถือภูตผีวิญญาณ  เชื่อว่าวิญญาณสิงสถิตอยู่ในทุกที่ทุกแห่ง วิญญาณเหล่านี้มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวัน และเชื่อว่าตนจะต้องทำให้วิญญาณเหล่านี้พอใจด้วยการบวงสรวงต่อวิญญาณเหล่านั้น2

  ดินแดนภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และบรรดาหมู่เกาะต่าง ๆ  ทางทิศใต้ของแหลมมลายู  ได้มีชาวอินเดียเดินทางไปค้าขายอยู่แล้วตั้งแต่ครั้งพุทธกาล  ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเกาะชวาเป็นจำนวนมาก  ได้ผสมผสานกับชาวพื้นเมืองจนกลายเป็นชวาเชื้อสายอินเดีย  ต่อมาชนกลุ่มนี้บางส่วนได้อพยพข้ามฟากจากเกาะชวามาสู่ดินแดนที่เรียกว่า  สะการามาเซ็น  นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีชนเผ่ามอญ  เขมร  และชนเผ่าไทก็ได้อพยพเข้าสู่ดินแดนแถบนี้ด้วย  จนกระทั้งประมาณปี  พ.ศ.  1024  แผ่นดินที่ชื่อว่า สะการามาเซ็นแต่เดิมก็สูญหายไป  โดยเรียกชื่อใหม่ว่ามลายูซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตมีความหมายว่า อพยพ  ตามชื่อการอพยพข้ามฟากของผู้คนที่มาจากเกาะชวา  หลังจากนั้นก็มีชนเผ่าอีกหลายกลุ่มได้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานในแผ่นดินมลายูเป็นระลอกต่อมาอีก เช่น จาม ตะนังซารี (ตะนาวศรี) มอญ รวมทั้งชนเผ่าไทด้วย เป็นต้น  และบรรดาชนเผ่าต่าง ๆ ที่ได้อพยพเข้ามาอยู่รวมกันในแหลมมลายูก็ได้มีการผสมระหว่างชาติพันธุ์อีกต่อหนึ่งจนเกิดเผ่าใหม่อีกชั้นหนึ่งว่า ชนชาติมลายู  ตามชื่อแผ่นดินที่ตั้งขึ้นในสมัยนั้น3 และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เชื่อกันว่าพระพุทธศาสนาได้แผ่สู่มาเลเซียตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 3 โดยนิกายเถรวาทซึ่งไม่แพร่หลายเท่าใดนัก ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 12 อิทธิพลของอาณาจักรศรีวิชัย จึงได้มีพุทธศาสนาแบบมหายาน แผ่ขยายมาถึงมาเลเซีย[4]



อ้างอิงเชิงอรรถ

 1 ธำรงศักดิ์  อายุวัฒนะ. ( 2517 ). ไทยในมาเลเซีย. หน้า 7.

 2  เอน. เจ. ไรอัน. ( 2521).   การสร้างชาติมาเลเซียและสิงค์โปร์.  แปลโดย  ม.ร.ว.ประกายทอง  สิริสุข. 

หน้า  4 – 7.

 3 ธำรงศักดิ์  อายุวัฒนะ.  เล่มเดิม.  หน้า  9.

  4 วิกิพีเดีย. ( มปป. ) . ศาสนาพุทธในประเทศมาเลเซีย. สืบค้นเมื่อ 4  พฤศจิกายน  2554 . จาก  http://th.wikipedia.org/wiki/ .

  5 Pual  Wheatly. ( 1961 ). The  Golden  Khersonese  P. 15

  6 Pual  Wheatly. ( 1964 ).   Impressions  of  the  Malay  Peninsula  in  Ancient  Times.  P.  52