บทบาทพระสงฆ์ชาวมาเลเซียเชื้อสายไทในรัฐทางตอนเหนือของประเทศ
มาเลเซีย
( The Role of Malaysian Monks -Tai Descendent in The Northern States of Malaysia )
ความสำคัญและที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย
ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่ผ่านไปแล้วนั้น ได้ให้ความสำคัญในเรื่องศิลปวัฒนธรรม รวมถึงปรัชญาศาสนาของบุคคลในท้องถิ่นมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการศึกษา ยกย่อง เชิดชู ผู้ที่ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาไว้ด้วย ดังที่กล่าวถึงพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 7 มีความมุ่งหมายในการจัดกระบวนการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิหน้าที่ เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล ดังนั้นแนวทางการจัดการศึกษาที่กล่าวถึงในมาตรา 23 ว่าการจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม เน้นความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม
การดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ ล้วนมีความเชื่อทางศาสนาเป็นรากฐานการดำรงชีวิต อย่างกลุ่มคนในรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซียที่มีชายแดนติดกับภาคใต้ของประเทศไทยนั้นมีอยู่ประมาณ 80,000 คน มีสัญชาติมาเลเซีย มีความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาไทยและยังนับถือพระพุทธศาสนา โดยเรียกตนเองว่า โอรังสยาม ( Orang Siam ) ถือว่าเป็น คนสยามหรือคนไทย และยังมีกลุ่มคนเรียกตนเองว่า คนสาม – สาม ( Sam – Sam ) คือคนสยามที่นับถือศาสนาอิสลามอยู่จำนวนหนึ่งด้วย
...คนสยามหรือคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธอาศัยอยู่ในรัฐตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยอาศัยอยู่ในรัฐเกดะห์ประมาณ 30,000 คน รัฐกลันตัน 25,000 คน รัฐเประ 5,000 คน รัฐปะลิส 4,000 คน และรัฐตรังกานู 500 คน รัฐเหล่านี้ส่วนใหญ่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นระยะทางประมาณ 647 กิโลเมตร...คำนวณ นวลสนอง. (2546 : 212).ด้วยคนสยามในมาเลเซียส่วนมากมีบรรพบุรุษเป็นชาวไทยภาคใต้ที่เดินทางไปตั้งถิ่นฐานหลายร้อยปีมาแล้ว
...ดังตัวอย่างในยุคของหลวงพ่อทวดวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ในสมัยอยุธยาก็ได้มีการกล่าวถึงการสร้างวัดและการเผยแพร่พุทธศาสนาในบริเวณไทรบุรีและเประ ...อนันต์ คณานุรักษ์. ( 2535: 3 ). และในสมัยที่เกิดสงครามระหว่างไทรบุรีกับไทยก็มีการเคลื่อนผู้คนเข้าไปตั้งถิ่นฐานในไทรบุรีด้วย ( สัมภาษณ์ประดิษฐ์ มั่นธรรม ) สืบทอดมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ก็ยังมีกลุ่มคนในภาคใต้จำนวนหนึ่งหนีการเก็บค่ารัชนูปการและหลบหนีคดีความจากฝั่งสยามเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณบ้านควนมูสัง รัฐปะลิสสืบต่อมาเป็นบรรพบุรุษคนสยามในปัจจุบัน ( สัมภาษณ์ รื่น เพชรรัตน์ )
เมื่อกลุ่มคนไทได้ตั้งถิ่นฐานมั่นคงแล้ว ได้สืบทอดความเป็นวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนไทยทางภาคใต้มีความเป็นอัตลักษณ์โดยยึดมั่นในหลักพุทธธรรม นิยมส่งบุตรหลานให้บรรพชาและอุปสมบทในพระพุทธศาสนา พร้อมกับการประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนาสอดคล้องกับคำนวณ นวลสนอง. (2546 : 162 ) ที่เสนอว่า...นอกจากนี้ยังถือปฏิบัติตามประเพณีนิยมของคนไทย เช่น ประเพณีการบวช ประเพณีแต่งงาน ประเพณีวันสารท ประเพณีงานศพ ประเพณีการสวดบ้าน เป็นต้น วัฒนธรรมและประเพณีเหล่านี้เป็นอัตลักษณ์ของความเป็นไทยที่ชาวสยามในมาเลเซียได้ยึดมั่นไว้อย่างเหนียวแน่น...
สำหรับการตั้งบ้านเรือนของคนมาเลเซียเชื้อสายไทในมาเลเซียนั้น ส่วนมากตั้งอยู่ในรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซียได้แก่ รัฐปะลิส เกดะห์ เประ กลันตัน และตรังกานู มีเขตแดนติดกับจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ จังหวัดสตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาส ผู้คนทั้งสองฝั่งล้วนมีความสัมพันธ์กันทางเครือญาติ ก่อนปี พ.ศ. 2452 รัฐตอนเหนือของมาเลเซียเหล่านี้เคยเป็นเมืองอยู่ในการปกครองของราชอาณาจักรสยามจนมาถึงปี พ. ศ. 2452 เป็นต้นมา รัฐเหล่านี้ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ แต่ความเป็นสายสัมพันธ์ทางเครือญาติของคนทั้งสองประเทศก็ยังดำเนินต่อไป
โดยเฉพาะกลุ่มบุคคล / องค์กรที่มีความสัมพันธ์อย่างมั่นคงที่สุดในทุกวันนี้ก็คือ กลุ่มพระสงฆ์ชาวมาเลเซียเชื้อสายไทในรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซียกับคณะสงฆ์ไทย
ด้วยเหตุผลดังกล่าวมา คณะผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาถึงบทบาทพระสงฆ์ชาวสยามในรัฐตอนเหนือของมาเลเซีย เพื่อได้ทราบถึงความเชื่อมโยงระหว่างคณะสงฆ์ทั้งสองฝั่งรวมไปถึงบทบาทภาระหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคล / องค์กร / เพื่อดำรงอัตลักษณ์วิถีวัฒนธรรมแห่งพระพุทธศาสนาให้เกิดประโยชน์สันติสุขต่อชาวโลกสืบต่อไป
............................................
บรรณานุกรม
1คำนวณ นวลสนอง. (2546). การศึกษาพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมของชนชาติไทในรัฐตอนเหนือของมาเลเซีย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ .
2อนันต์ คณานุรักษ์ . (2535) . ประวัติหลวงพ่อทวด ฯ วัดช้างให้ ตำบลป่าไร่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี . พิมพ์ครั้งที่ 6 . ยะลา : โรงพิมพ์ 5 แยกการพิมพ์ .หน้า 3