...

2. ประวัติศาสตร์มลายูในสมัยเริ่มแรก (ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 6  ถึง  พ.ศ. 2054) ใน   พุทธศตวรรษที่  6 อาณาจักรฟูนันได้เกิดขึ้น เรื่องราวของอาณาจักรฟูนันส่วนใหญ่มาจากเอกสารจีน  ซึ่งกล่าวถึงราชฑูตจีน 2 คน  คือ  คังไถ่  และซูเยิง ได้เดินทางมา  อาณาจักรฟูนัน  อาณาจักรนี้ได้ครอบครองอินโดจีนอยู่ถึง  5  ศตวรรษ  ราชฑูตจีนทั้ง 2 คน ได้บันทึกเรื่องราวของขุนพลฟันมันได้โจมตีอาณาจักรใกล้เคียง ได้สถาปนาตนเป็นมหาราชแห่งฟูนันและขยายอาณาเขตออกไปอีก 5,000– 6,000  ลี้1 และก่อนที่อาณาจักรฟูนันจะล่มสลายในศตวรรษที่ 11ได้มีหลายอาณาจักรที่เกิดขึ้นในยุคนี้ได้แก่  ลังกาสุกะ  ตัมพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช)   เกดะห์ (ไทรบุรี)  ฉีตู  ตันตัน (ตั้งอยู่บริเวณตรังกานูในปัจจุบัน)  และโลเหย2 ( น่าจะตั้งอยู่ในพื้นที่ยะโฮร์บารู  และปาหังในปัจจุบัน )  และประมาณพุทธศตวรรษที่ 11–12 อาณาจักรฟูนันได้ล่มสลาย จากนั้นในพุทธศตวรรษที่ 13 อาณาจักรศรีวิชัยได้มีอำนาจขึ้นและอาณาจักรที่มี่อยู่เดิมก็ถูกผนวกเป็นอาณาจักรศรีวิชัยด้วย อาณาจักรศรีวิชัยได้ขยายอำนาจไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือถึงช่องแคบมะละกาและทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปยังช่องแคบซุนดา  สามารถควบคุมการค้าในแถบนั้นและได้ขยายอำนาจถึงแหลมมลายู  อำนาจของศรีวิชัยได้เสื่อมลงในราวพุทธศตวรรษที่  18  รัฐต่าง ๆ เริ่มเป็นอิสระจากศรีวิชัย  และในปี  พ.ศ.  1773  ศรีวิชัยก็เสื่อมอำนาจบนแหลมมลายูไปอีก  เนื่องด้วยพระเจ้าจันทรภานุเริ่มมีอำนาจมากขึ้น  มีศูนย์กลางอยู่ที่นครศรีธรรมราช  แต่แล้วอำนาจของนครศรีธรรมราชก็เสื่อมลงเมื่ออาณาจักรสุโขทัยมีอำนาจขึ้นทางตอนเหนือ   และอาณาจักรศรีวิชัยก็ล่มสลายลงในปี  พ.ศ.  1818  หลักจากที่ศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลงในตอนพุทธศตวรรษที่ 18 เกิดรัฐใหม่ขึ้นในแหลมมลายูอันได้แก่ รัฐปาหัง   รัฐตรังกานู และรัฐกลันตันขึ้นมา รัฐเหล่านี้ก็คงตกอยู่ในอำนาจอาณาจักรสุโขทัยหรือไม่ก็อาณาจักรฮินดูแห่งมัชปาหิตบนเกาะสุมาตรา เพราะทั้งสองอาณาจักรก็อ้างอำนาจเหนือดินแดน แถบนี้3

                  ครั้นถึงพุทธศตวรรษที่  20  เจ้าชายปรเมศวรจากปาเล็มบังเป็นผู้สืบเชื้อสายจากผู้ปกครองอาณาจักรศรีวิชัยได้เข้ามาขับไล่ผู้ปกครองจากทูมาสิคออกไป แต่ไม่นานก็ถูกอยุธยาขับไล่ เจ้าชายปรเมศวรกับบริวารได้หนีไปตามชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรมลายูและได้ตั้งถิ่นฐานที่หมู่บ้านของพวกโอรังลาอุต  จากนั้นเจ้าชายปรเมศวรก็เป็นปฐมกษัตริย์แห่งมะละกา (ครองราชย์ พ.ศ.  1943–1957)  พระองค์ได้เปลี่ยนมะละกาเป็นศูนย์กลางทางการค้าโดยรวบรวมเครื่องเทศจากโมลุกะ  โดยมีพ่อค้าจากอินเดียและโมลุกะมาค้าขาย  มะละกาจึงเป็นแหล่งศูนย์กลางการค้าที่รุ่งเรืองในสมัยต่อมา และเพื่อป้องกันการรุกรานของอยุธยามะละการจึงขอความคุ้มครองจากจีน ต่อมาในสมัยผู้ปกครองมะละกาองค์ที่ 8 สุลต่านมาห์มุด (พ.ศ. 2031 – 2054)  ได้ส่งกองทัพไปช่วยปาหังขับไล่กองทัพอยุธยาและนำกองทัพไปโจมตีกลันตันด้วยมีผลให้เกดะห์  กลันตัน  ยอมเข้ามาอยู่ใต้อำนาจมะละกา  ในสมัยของพระองค์ปี  พ.ศ.  2052  โปรตุเกสได้ขอทำการค้าด้วย4

แรกเริ่มนั้นสุลต่านมาห์มุดให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แต่ต่อมาชาวคุชราชยุยงให้เกลียดชังโปรตุเกส เนื่องจากชาวคุชราชทราบถึงความโหดร้ายของโปรตุเกสที่ทำกับอินเดีย  กองทัพจึงเข้าตีโปรตุเกส  ชาวโปรตุเกสบางส่วนถูกจับและบางส่วนก็หนีไปได้  ต่อมาปี พ.ศ. 2054  โปรตุเกสได้ยกกองทัพเรือมาโจมตีมะละกาด้วยกำลังที่น้อยกว่า แต่มีอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูง ทหารมีการฝึกปรือมาเป็นอย่างดี  เป็นผลให้มะละกาถูกโปรตุเกสยึดครองต่อมาเป็นเวลา  130  ปี5

                 สำหรับ ศาสนาฮินดูได้เข้ามาในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในราวพุทธศตวรรษที่  19 – 20 ต่อมากษัตริย์องค์ที่  3  ศรีมหารายา  โมฮาเมด  ชาห์  ได้ทรงหันมานับถือศาสนาอิสลามนิกายซูฟี  ซึ่งเป็นนิกายที่ต่างจากหลักศาสนาที่ปฏิบัติในตะวันออกกลาง โดยผู้สอนศาสนาจะประยุกต์ให้เข้ากับธรรมเนียมของท้องถิ่น  จึงสามารถเข้าได้กับรัฐใหม่ ๆ ที่มีวัฒนธรรมต่างกันครั้นเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์นั้นทรงมีพระโอรสสององค์  คือ  ศรีปรเมศวร  เทวะ  ชาห์  ซึ่งนับถือศาสนาฮินดู  เป็นผู้ครองราชย์องค์ต่อมาและครองราชย์ได้ปีกว่าก็ถูกปลงพระชนม์  ราชากัสซิมผู้น้องทรงนับถือศาสนาอิสลามได้เป็นผู้ครองราชย์ต่อมา  ทรงใช้พระนามว่า  สุลต่านมุดซัฟฟาร์  ชาห์  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา6

................................

อ้างอิงเชิงอรรถ

              [1] วิกิพีเดีย. ( มปป. ) . ศาสนาพุทธในประเทศมาเลเซีย. สืบค้นเมื่อ 4  พฤศจิกายน  2554 . จาก  http://th.wikipedia.org/wiki/ .

                2 Pual  Wheatly. ( 1961 ). The  Golden  Khersonese  P. 15

                3Pual  Wheatly. ( 1964 ).   Impressions  of  the  Malay  Peninsula  in  Ancient  Times.  P.  52

                4 สุภัทรดิศ  ดิศกุล.  (2535).  ประวัติศาสตร์เอเซียอาคเนย์ถึง พ.ศ.  2000 .  หน้า  55.

                5 แมรี่  เทิร์นบุญ. (2540).  ประวัติศาสตร์มาเลเซีย สิงค์โปร์  และบรูไน .  หน้า  50 – 62.

                 6 เอน. เจ. ไรอัน.  เล่มเดิม.  หน้า  22