ด้วยเวลาที่จำกัดพอสมควร จึงใช้วิธีการตัดแปะ คือหาข้อมูลมาลงประกอบภาพบ้าง เพื่อให้ผู้ที่มาชมภาพนักเรียนในแต่ละวันได้สาระ เพราะบางทีภาพอาจไม่แตกต่างกัน ในแต่ละวัน แต่เรื่องที่มาประกอบเรื่องแตกต่างกันในทุกวัน จึงนำมาสาระจากแหล่งที่ผู้รู้เขียน บันทึกไว้ ซึ่งดีอยู่แล้วมาบอกต่อ เพื่อประโยชน์ต่อการเรียนรู้ที่ยิ่งขึ้นไปอีก
ซึ่งวันนี้ได้นำ "วิธีการอ่านที่เหมาะสม" เพราะสาระสำคัญของความรู้ หรือแหล่งของความรู้คือการอ่าน ซึ่งมีรายละเอียดและวิธีการคือ
วิธีการอ่านที่เหมาะสม
การอ่านมีหลายระดับและมีวิธีการต่างๆ ตามความมุ่งหมายของผู้อ่าน และประเภทของสื่อการอ่าน การอ่านเพื่อการศึกษา ค้นคว้าและเขียนรายงาน อาจใช้วิธีอ่านต่าง ๆ เช่น การอ่านสำรวจ การอ่านข้าม การอ่านผ่าน การอ่านจับประเด็น การอ่านสรุปความ และการอ่านวิเคราะห์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- อ่านคำนำ สาระสังเขป บทสรุป และการอ่านเนื้อหาเฉพาะตอนที่ตรงกับความต้องการ เป็นต้น
- การอ่านผ่าน เป็นการอ่านแบบกวาดสายตา (Scanning Reading) โดยผู้อ่านจะทำการกวาดสายตาอย่างรวดเร็วไปยังสิ่งที่เป็นเป้าหมายในข้อเขียน เช่น คำสำคัญ ตัวอักษร หรือ สัญลักษณ์ แล้วอ่านรายละเอียดเฉพาะที่เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการ เช่น การอ่านเพื่อค้นหาชื่อในพจนานุกรม และการอ่านแผนที่
- การอ่านจับประเด็น หมายถึง การอ่านเรื่องหรือข้อเขียนโดยทำความเข้าใจสาระสำคัญในขณะที่อ่าน มักใช้ในการอ่านข้อเขียนที่ไม่ยาวนัก เช่น บทความ การอ่านเร็วๆ หลายครั้งจะช่วยให้จับประเด็นได้ โดยการอ่านมีเทคนิคคือ ต้องสังเกตคำสำคัญ ประโยคสำคัญที่มีคำสำคัญ และทำการย่อสรุปบันทึกประโยคสำคัญไว้ เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
- การอ่านสรุปความ หมายถึง การอ่านโดยสามารถตีความหมายสิ่งที่อ่านได้ถูกต้องชัดเจนเข้าใจเรื่องอย่างดี สามารถแยกส่วนที่สำคัญหรือไม่สำคัญออกจากกัน รู้ว่าส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง หรือข้อคิดเห็น ส่วนใดเป็นความคิดหลัก ความคิดรอง การอ่านสรุป ความมีสองลักษณะคือ การสรุปแต่ละย่อหน้าหรือแต่ละตอน และสรุปจากทั้งเรื่อง หรือทั้งบท การอ่านสรุปความควรอย่างอย่างคร่าว ๆ ครั้งหนึ่งพอให้รู้เรื่อง แล้วอ่านละเอียดอีกครั้งเพื่อเข้าใจเรื่องอย่างดี หลักจากนั้นตั้งคำถามตนเองในเรื่องที่อ่านว่าเกี่ยวกับอะไร มีเรื่องราวอย่างไร แล้วเรียบเรียงเนื้อหาเป็นสำนวนภาษาของผู้สรุป
- การอ่านวิเคราะห์ การอ่านเพื่อค้นคว้าและเขียนรายงานโดยทั่วไปต้องมีการวิเคราะห์ความหมายของข้อความ ทั้งนี้เพราะผู้เขียนอาจใช้คำและสำนวนภาษาในลักษณะต่าง ๆ อาจเป็นภาษาโดยตรงมีความชัดเจนเข้าใจง่าย ภาษาโดยนัยที่ต้องทำความเข้าใจ และภาษาที่มีความหมายตามอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน ผู้อ่านที่มีความรู้เรื่องคำศัพท์และสำนวนภาษาดี มีประสบการณ์ ในการ อ่านมากและมีสมาธิในการอ่านดี ย่อมสามารถวิเคราะห์ได้ตรงความหมายที่ผู้เขียนต้องการสื่อ และสามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ดี
[ที่มา: http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=644506 และ http://lib.obec.go.th/portal/node/22]
ส่วนภาพด้านล่างก็เป็นภาพน้อง ๆ นักเรียนวัดกิ่งแก้วที่มาใช้ห้องสมุดประจำวัน ลองดูนะค่ะว่านักเรียน เขาอ่านหนังสืออย่างถูกวิธีไหม ?



.............
สิ่งที่มุ่งหวัง : ภาพที่นำเสนอจะสร้างแรงจูงใจ ให้เกิดความรักต่อการอ่านของผู้พบเห็น ซึ่งไม่เฉพาะเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดกิ่งแก้วเท่านั้น ภาพหนึ่งภาพ คงสื่อความหมายของการอ่านได้เป็นอย่างดี ที่น่าจะมีค่ากว่าคำบรรยายหลายร้อยพันว่า การอ่านควรมีลักษณะอย่างไร ?
.......
ภาพเพิ่มเติม http://www.facebook.com/media/set/?set=a.166594763445705.28679.100002855477027&type=1
.....
บันทึกเล่าเรื่องโดย ปิยะดา แพรดำ
ห้องสมุดโรงเรียนวัดกิ่งแก้ว สมุทรปราการ
.....