เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :
กลุ่มเยาวชน "แม่ตาด...เราทำได้"
สมาชิกกลุ่มรุ่นจิ๋ว
(๑)
“อาจารย์ค่ะ! ทำไมกลุ่มเยาวชนบ้านแม่ตาด ถึงตั้งชื่อกลุ่มว่า “MT We Can Do” ละค่ะ? แล้วใครเป็นคนตั้งชื่อให้?”
นักศึกษาคนหนึ่งถามผมขึ้นมา เมื่อคราวที่นักศึกษาภาควิชานิเทศศาสตร์บูรณาการ คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เดินทางมาลงพื้นที่เพื่อศึกษาชุมชนที่บ้านแม่ตาดเมื่อหลายวันก่อน โดย “กลุ่มเยาวชนแม่ตาด....เราทำได้” เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการศึกษาเรียนรู้ดังกล่าวด้วย
ผมตอบเธอไปตามความจริงว่า “ที่เด็กๆ เขาตั้งชื่อกลุ่มอย่างนี้ ก็เพื่อให้เป็นความแปลกใหม่ มองดูทันสมัย และมั่นใจว่าหากพวกเขาคิดจะทำสิ่งใดแล้ว ทุกอย่างย่อมจะประสบความสำเร็จและทำได้อย่างแน่นอน โดยเด็กๆ ได้ช่วยกันตั้งชื่อกลุ่มขึ้นมาเองนะครับ ช่วยกันคิด และช่วยกันตั้งชื่อขึ้นมาเอง”
“จะรบกวนไหมค่ะ? ถ้าหากพวกหนูจะขอให้อาจารย์ช่วยเล่าความเป็นมาของกลุ่มเยาวชนบ้านแม่ตาดให้พวกหนูได้ฟัง จะได้นำไปเป็นข้อมูลสำหรับเขียนงานส่งอาจารย์ผู้สอนค่ะ” นักศึกษาอีกคนถามผมด้วยความสนใจ
“ไม่รบกวนหรอกครับ รู้สึกยินดีมากๆ เลยด้วยซ้ำไปที่มีคนสนใจเรื่องนี้ เอาล่ะ! ตั้งใจฟังน่ะ! จะเล่าให้ฟังโดยย่อๆ” ผมบอก
“เล่าเลยค่ะๆ หนูอยากฟังแล้ว” พวกเธอกล่าวขึ้นพร้อมกัน ด้วยความสนใจ
จากนั้น ผมก็ได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาของกลุ่มเยาวชนบ้านแม่ตาด ที่ชื่อว่า “กลุ่มเยาวชนแม่ตาด....เราทำได้(MT We Can Do)” ให้นักศึกษาทั้งหมดได้ฟังพอสังเขป
(๒)
ผมเริ่มต้นเล่าให้นักศึกษาฟังว่า..... ในอดีตที่ผ่านมา ชาวบ้านแม่ตาดทุกครอบครัวต่างก็รู้จักและคุ้นเคยกันหมด เพราะบ้านแม่ตาดเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างญาติพี่น้อง ส่วนเด็กและเยาวชนก็รู้จัก สนิทสนมกัน เล่นสนุกสนาน และทำกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำ ทำให้เด็กและเยาวชนในสมัยก่อน มีเพื่อนเล่นเยอะ และไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หมู่บ้านแม่ตาดพลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย จากหมู่บ้านที่เคยมีความรักผูกพันกัน รู้จักกันอย่างทั่วถึง และช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันตลอดเวลา ได้กลายเป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านต่างคนต่างอยู่ ขาดการติดต่อกัน และไม่ค่อยเอาใจใส่ต่อกันมากนัก
ในส่วนของเด็กและเยาวชนในหมู่บ้านเองนั้น แม้จะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยรู้จักกัน ขาดการทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ค่อยเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างอยู่ เหมือนคนแปลกหน้า จนทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกัน และทำให้หมู่บ้านขาดความน่าอยู่
ด้วยเหตุนี้ คณะสงฆ์วัดแม่ตาด คณะกรรมการฝ่ายปกครอง และชาวบ้านแม่ตาด จึงมีแนวคิดที่จะจัด “โครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน” ขึ้น โดยจะมีการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเอาใจใส่ต่อการเรียน สนใจในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา มีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ
โดยเริ่มต้นจากการรับสมัครเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยเรียน อายุรหว่าง 10 – 18 ปี เข้าร่วมโครงการอบรมเยาวชนที่วัดแม่ตาด ในเดือนเมษายน 2554 ซึ่งมีเด็กและเยาวชนสมัครเข้าร่วมโครงการอบรม ทั้งหมด 32 คน โดยมีวิทยากรมาร่วมให้ความรู้ในหลายสาขา ทั้งพระสงฆ์ ตำรวจ ครู และแพทย์
ในการจัดอบรมครั้งนี้ เด็กและเยาวชนของบ้านแม่ตาด ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มเยาวชนขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มเยาวชนแม่ตาด....เราทำได้” (MT We Can Do) เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาหมู่บ้านให้มีความน่าอยู่มากยิ่งๆ ขึ้น พร้อมทั้งมีการเลือกตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการของกลุ่มด้วย จำนวน 10 คน
จากนั้น เด็กๆ และเยาวชนของบ้านแม่ตาดกลุ่มนี้ ก็ได้ช่วยกันทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การปลูกป่า การช่วยเหลืองานในหมู่บ้าน ไปทำกิจกรรมร่วมกังองค์กรต่างๆ การเก็บขยะขายเพื่อนำรายได้เข้ากลุ่ม(ทุกเดือน) ไปทัศนศึกษา จัดประชุมสมาชิกกลุ่ม รวมกลุ่มเล่นกีฬา ทำเสื้อทีม และจัดรายการวิทยุ เป็นต้น
ผลจากการก่อตั้งกลุ่มเยาวชนบ้านแม่ตาดขึ้นมา ทำให้เด็กและเยาวชนในหมู่บ้านแม่ตาดเกิดความรักสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สำนึกรักบ้านเกิดตลอดเวลา มีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สนใจการเรียนมากขึ้น เคารพเชื่อฟังผู้หลักผู้ใหญ่ มีภูมิคุ้มกันและมองเห็นพิษภัยของยาเสพติดหรืออบายมุขต่างๆ
(๓)
“ในฐานะที่อาจารย์เป็นคนต้นคิดและเป็นที่ปรึกษาของเยาวชนกลุ่มนี้ อาจารย์คาดหวังอะไรจากพวกเขาบ้าง?” นักศึกษาบางคนถามขึ้น
“ไม่ได้คาดหวังอะไรหรอกครับ แค่เพียงอยากเห็นเขารวมตัวกันขึ้น เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เด็กๆ ในหมู่บ้านจะได้รู้จักและสนิทสนมกัน รู้สึกอบอุ่น ไม่อยากให้ต่างคนต่างอยู่ มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน บ้านแม่ตาดจะได้มีความน่าอยู่ มากขึ้น” ผมบอกเธอ
อีกคนหนึ่งถามผมต่อว่า “แล้วผู้ปกครองเขามองอย่างไรบ้าง? เขาสนับสนุนไหม?”
ผมบอกเธอไปว่า “ตอนแรกหลายคนก็สงสัยว่ารูปแบบการทำงานจะเป็นอย่างไรบ้าง? จะทำได้จริงเหรอ? เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีทำเรื่องนี้มาก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วผู้ปกครองทุกคนพร้อมจะให้การสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าที่ผ่านมานั้นไม่มีใครคิดที่จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง พอผมจุดประกายเรื่องนี้ขึ้นมา ผู้ปกครองก็เลยให้การสนับสนุนอย่างดี เวลาทำกิจกรรมอะไรขึ้นมา เขาก็จะมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะเขาเห็นแล้วว่าทำจริงและได้ผลจริง เลยทำให้กิจกรรมทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีทุกประการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก”
“แล้วเด็กๆ เขารู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“ก็อย่างที่เห็นแหละครับ ทุกคนต่างก็รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่ม มีความสุขและสนุกสนานทุกคนเลย มีอะไรก็ช่วยกันตลอด ทั้งเด็กเล็กและเด็กใหญ่ ไปไหนก็ไปด้วยกัน หิวก็หิวด้วยกัน อิ่มก็อิ่มด้วยกันอย่างที่เห็น” ผมบอก พร้อมทั้งชี้ให้นักศึกษาดูรอบๆ ตัวของเขา ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยเด็กๆ ที่กำลังหัวเราะและหยอกล้อกันเล่นด้วยความสนุกสนาน
“ในอนาคตจะทำอะไรต่อไปค่ะ?”
ผมยิ้มและบอกไปว่า “แผนงานในอนาคตที่จะทำเพิ่มมีอยู่หลายเรื่องด้วยกัน แต่เรื่องที่อยากจะทำมากที่สุด ก็คือ จัดหาทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในหมู่บ้านทุกๆ ปี โดยจะทำกันอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งก็คงจะทำแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปนะครับ เดินอย่างช้าๆ หากแต่มีความมั่นคง”
“ถามจริงๆ นะค่ะ! อาจารย์มีความสุขไหมค่ะ ที่ได้ทำงานแบบนี้?” ใครคนหนึ่งถามขึ้น
“มีสิครับ มีความสุขมากๆ เลยทีเดียว”
“เพราะอะไรค่ะ?”
“อืม! บอกไม่ถูกเหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเรามีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดอยากจะทำก็ได้น่ะ อีกทั้งยังทำให้มีโอกาสได้อยู่กับเด็กๆ เกือบตลอดเวลาด้วย ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้ย้อนอดีตกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง อะไรทำนองนั้น คิคิคิ”
ผมบอกเธอไปอย่างนั้น ทำให้ทุกคนพากันขำและหัวเราะอย่างอารมณ์ดีไปตามๆ กัน
หลังจากพูดคุยกับนักศึกษาเสร็จแล้ว จากนั้นผมก็นำนักศึกษาเที่ยวชมภายในหมู่บ้าน ซึ่งมีหลายอย่างที่น่าสนใจ โดยมีเด็กและเยาวชนของบ้านแม่ตาดติดตามไปด้วย จนกระทั่งนักศึกษาเก็บข้อมูลต่างๆ เสร็จ แล้วก็พากันอำลากลับไปที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่พวกเธอกำลังศึกษาอยู่
ส่วนผมกับเด็กๆ ก็ไม่ได้ไหน หากแต่ยังอยู่ที่หมู่บ้านบ้านแม่ตาดเช่นเดิม
ทุกวันนี้ เด็กๆ ทุกคน ต่างก็กำลังรอ.....รอคอยว่า เมื่อไหร่น๊า พี่ๆ ถึงจะเดินทางมาเยี่ยมพวกเขาอีกครั้ง
นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้กำลังพูดคุยกับน้องๆ
พี่ๆ ไปไหน...พวกหนูก็จะตามไปโตย คิคิคิ
นักศึกษาและเด็กๆ กำลังดูคุณยายทำพิธีแกว่งข้าว
ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก
พระวิทยากรกำลังอบรมวิธีการทำสมาธิให้กับเด็กๆ ตอนจัดอบรมที่วัดแม่ตาด
สาธุ! ขอให้เรียนเก่งๆ นะเจ้าค่ะ
พระอาจารย์กำลังพาเด็กๆ นั่งสมาธิใต้ต้นไม้
ตำรวจกำลังให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยและพิษภัยของยาเสพติด
ทีมแพทย์อาสา(นำโดย นพ.ธงชัย อุดคำ) ก็มาร่วมให้ความรู้ด้วย
จะฟังใครพูดดีเนี่ย.....มีคุณหมอตั้ง 5 คนแน่ะ คิคิคิ
หมอเบิร์ด กับคุณหมอฝาแฝด(หมอปิ่นและหมอป่าน)
น้องๆ กำลังเล่นเกมส์กับพี่หมอ
พะอาจารย์กำลังบรรยายธรรมให้เด็กๆ ฟัง
เมื่อคราวไปทัศนศึกษาที่วัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม)
ฟังไป จดไป
ฟังไป หัวเราะไป
พระอาจารย์กำลังแบ่งกลุ่มเพื่อนำเที่ยวชมบริเวณวัด
พระอาจารย์และเด็กๆ กำลังเดินแอ่วในป่าหลังวัด
พระอาจารย์กำลังอธิบายประวัติของเจดีย์โบราณให้เด็กๆ ฟัง
บริเวณหน้ารูปปั้นของหลวงพ่อปัญญานันทะ ภิกขุ
ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกหน้าอุโมงค์อันเป็นสัญลักษณ์และที่มาของชื่อวัด
เด็กๆ พากันให้อาหารปลาที่อยู่ในสระน้ำของวัด
รับพรจากพระอาจารย์ ก่อนจะกราบลากลับบ้าน
เยาวชนชายกำลังปั่นรถจักรยานพ่วงท้ายไปเก็บขยะภายในหมู่บ้าน
เตรียมจะทำการคัดแยกขยะ
เยาวชนทั้งชาย-หญิงกำลังช่วยกันคัดแยกขยะเพื่อนำไปขายนำเงินเข้ากลุ่ม
เข้าร่วมอบรมในโครงการ "ครอบครัวร่วมใจต้านภัยยาเสพติด"
เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 กำลังให้ความรู้กับเยาวชน
ช่วยกันทำ work shop
ประธานกลุ่มเยาวชนกำลังนำเสนอต่อที่ประชุม
สิ่งที่เยาวชนช่วยกันคิดและเขียนขึ้นมา
เด็กๆ กำลังช่วยกันปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า
ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
ต้นไม้ต้นเดียว แต่ช่วยกันปลูกตั้งหลายคน
ประธานกลุ่มกับคู่หูกำลังขนกล้าไม้ไปให้น้องๆ ช่วยกันปลูก
ไชโย่ ไชโย่ ไชโย่
นี่คือเสื้อทีม....ที่ได้มาจากการเก็บขยะขาย แล้วจัดทำขึ้น
ช่วยกันบรรจุหมายเลขลงในหลอด
เยาวชนช่วยกันจัด "มัจฉาการกุศล" ในงานบอลเพื่อหารายได้เข้าวัดแม่ตาด
สามหนุ่ม....สามมุม....แต่สองไมค์
ยิ้มอย่างเบิกบานและมีความสุขใจ
เพลง "White Dove"
ร้องโดย "Scorpions"
สวัสดีค่ะคุณอักขณิช
เป็นโครงการที่ดีมากค่ะ ชื่นชมคนต้นคิด ผู้เกี่ยวข้องและเด็กๆค่ะ
ริเริ่ม สร้างสรรค์ จูงมือไปด้วยกัน สานฝัน สร้างความดีค่ะ
สวัสดีครับ คุณพี่ถาวร
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจ
-เด็กและเยาวชนได้ชื่อว่าเป็นอนาคตของชาตินะครับ เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้า ถ้าหากพวกเขาได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากผู้ใหญ่อย่างดี มีความอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา และได้รับการส่งเสริมไปในแนวทางที่ถูกต้อง
-ตอนแรกก็เป็นการลองผิดลองถูกนะครับ แต่พอทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ก็เลยมีคนให้การสนับสนุนตลอดเวลา อยู่กับเด็กๆ ก็สนุกสนานมากๆ เลยครับ ช่วยลดช่องว่างระว่างวัยได้เยอะเลยทีเดียว 555
เด็กเอ๋ยเด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ
คือทายาทแห่งความหวังในวันหน้า
จงหมั่นเพียรฝึกฝนเรียนวิชา
ทั้งจรรยาศีลธรรมน้อมนำตน
นงนาท สนธิสุวรรณ
๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
,kมาชม มาเชียร์ กลุ่เยาวชนรุ่นจิ๋ว จิ๋วแต่แจ๋ว ขอบคุณนะคะ
สวัสดีครับ คุณ Poo
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจ
-หากองค์กรของคุณปูมีงบประมาณเยอะ ก็อย่าลืมแบ่งปันมาให้เด็กๆ บ้านแม่ตาดบ้างนะครับ คิคิคิ
สวัสดีครับ คุณนงนาท สนธิสุวรรณ
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและนำบทกลอนดีๆ มาฝาก
-เด็กๆ เป็นดอกไม้แห่งอนาคตนะครับ หากผู้ใหญ่ช่วยกันดูแลและเอาใจใส่ดีๆ เมื่อเขาเติบใหญ่ขึ้นมา เขาก็จะเป็นคนดีของสังคมและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าต่อไปนะครับ
สวัสดีค่ะมาให้กำลังใจของวัยใสที่มีไฟ พลังของแผ่นดินนะคะ เยี่ยมค่ะ
สวัสดีครับ คุณครู Rinda
-ขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจ
-ขอให้มีความสุขและสนุกกับการทำงานตลอดเวลานะครับ
มาชื่นชม-ยินดีและให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับ คุณสามสัก
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจ
-ช่วยๆ กันหน่อยนะครับ คนละไม้คนละมือ เพื่อให้สังคมไทยเราสวยงามและน่าอยู่มากยิ่งๆ ขึ้น
สาธุๆๆ
ขอบคุณที่มีกิจกรรมดีๆบันทึกดีๆมาให้ร่วมอนุโมทนาค่ะ
สวัสดีครับ คุณ ตะวัน♣เบิกฟ้า
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ
-ขอให้มีความสุข สนุกกับการทำงาน และเบิกบานใจในทุกๆ ช่วงเวลาของชีวิตนะครับ
...สวัสดี.ค่ะ..คุณอักขณิช..ยายธีเรียน..ถามว่า..จะไปเยี่ยมขอเรียนรู้..ความเป็นอยู่..สังคมไทย..(กลับเมืองไทยคราวนี้..ช่วงมีนา..จะได้ไหมเอ่ย...)...ยายธีค่ะ
สวัสดีครับ คุณยายธี
-หากคุณยายธีจะมาแอ่วที่เชียงใหม่จริงๆ
ผมก็จะรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเลยนะครับ
จะรับหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยวเองครับ
-หากจะมาจริงๆ ก็ขอให้คุณยายธีได้โปรดแจ้งมาให้ผมทราบล่วงหน้าด้วยนะครับ จะได้เตรียมตัวต้อนรับครับ