ต้นกำเนิดแรงบันดาลใจเขียนเรื่องนี้มาจากได้ดูภาพยนต์เรื่อง King speech (ขอบคุณ คุณตันติราพันธ์ ที่เขียนบทความนี้คะ)
ตัวเอกในเรื่องนี้ คือพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาของพระราชินีอลิซาเบ็ทที่สองของอังกฤษ ทรงมีปัญหาพูดติดอ่าง - stutter (หรือในหนัง ใช้คำว่า stammer)
.
ฉากหนึ่งที่สร้างความฉงนแก่ข้าพเจ้า
คือ เมื่อนักบำบัด ให้พระเจ้าจอร์จท่องบทกลอน พระองค์ท่องออกมาตะกุกตะกัก
แต่เมื่อใส่หูฟังเพลงโมสาร์ทไปด้วย ท่องไปด้วย ปรากฎว่าพระองค์ท่องได้ปะติดปะต่อดีขึ้นมาก
ในฐานะไม่ใช่นักบำบัด จึงไม่แน่ใจว่า ทางปฎิบัติจริงใช้วิธีนี้ได้ผลหรือไม่
.
การพูดติดอ่าง พูดตะกุกตะกัก พบได้เป็นธรรมชาติในกระบวนการเรียนภาษา
แต่ที่ผิดธรรมชาติ  เกิดจากการข้อบกพร่องของโครงสร้างทางสมอง
บ้างก็ว่า เป็นความขัดข้องของระบบการส่งต่อข้อมูลสมองสองข้าง
ความตะกุกตะกักนี้ถูกกระตุ้นให้แย่ลงด้วย ความเครียด,ไม่มั่นใจในตนเอง --  นึกถึงตอนเราหัดพูดภาษา'ปะกิด นะคะ
ยิ่งพูดติดอ่าง ก็ยิ่งเสียความมั่นใจ เป็นวงจรอุบาทว์ ไปเรื่อยๆ
การฟังเพลงโมสาร์ท อาจเป็นการเอา "noise" ภายนอกมากลบ "noise" ภายในใจก็ได้
.
การพูดติดอ่าง พูดตะกุกตะกัก ในคนที่เคยพูดปกติ
อาจเกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบแตกตัน หรือเนื้องอกในสมอง
เรียกว่า "Aphasia" หรือ "Neurogenic stutter"
แพทย์สามารถใช้เป็นตัวหนึ่งในการ ตรวจคัดกรองความผิดปกติทางระบบประสาท 
เท่าที่ทราบการรักษาขณะนี้  stammer และ aphasia บำบัดให้ดีขึ้นได้ แต่..ไม่หายขาด
.
คุณ David Down ซึ่งเป็น Aphasia จากเส้นเลือดในสมองแตกแต่เด็ก
กล่าวถึงการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยลักษณะนี้ว่า
"..Be patient..Give them time to speak - Do not finish sentence for them
 ..Be sensitive to noise..turning off the distracting sound
 ..Speak normally..Shouting does not help.."

.

###
หลังจาก สี่ปีผ่านไป
ก็ตัดสินใจบำบัดตัวเองจาก..
"Sociogenic" stutter (ศัพท์นี้ข้าพเจ้าตั้งเองค่ะ)
ความปั่นป่วน ระหว่าง ตัวตนที่แท้จริงกับความคาดหวังของผู้อื่น
ด้วยการสารภาพตรงๆ กับผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน
ว่าไม่มีความสามารถ "สอน" การเยี่ยมบ้าน
ทั้งนี้ ข้าพเจ้ามองว่า การเยี่ยมบ้านเป็นสิ่งดีงาม
และเป็นเครื่องมือที่ทรงคุณค่า
..หาก..เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย...
...
เหนือกว่า..เพื่อการเรียนการสอน..
...
ขออภัย หากทำให้บางคนผิดหวัง
แต่..ตัวข้าพเจ้าต้องยอมรับว่า
เกินจะบังคับตัวเองให้
พยายามสอน..ในสิ่งที่ตนไม่เห็น
พยายามเป็น..ในสิ่งที่ตนไม่ใช่
...
การอยู่ร่วมกับ  Sociogenic stutter

"..Be patient..Give them time to speak - Do not finish sentence for them
 ..Be sensitive to noise..turning off the distracting sound
 ..Speak normally..Shouting does not help.."

บุญรักษาทุกท่าน ให้มีสิทธืและมีเสียงดี ตลอดไปค่ะ :)

###

Update ภาพและบทความอธิบายเกี่ยวกับ Aphasia ที่น่าสนใจจาก

http://www.sciencedaily.com/releases/2011/11/111128171220.htm

สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพูด

สีเหลือง : เนื้อสมองส่วน Broca : หากส่วนนี้ถูกทำลาย มีผลให้ "ฟังเข้าใจ แต่พูดไม่ได้"

สีชมพู  : เนื้อสมองส่วย Wernicke : หากส่วนนี้ถูกทำลาย มีผลให้ "ฟังไม่เข้าใจ แต่พูดได้"

สีแดง : เส้นประสาทเชื่อม ส่วนบน : หากส่วนนี้ถูกทำลาย มีผลให้ "นึกคำออก แต่ปะติดปะต่อไม่ได้"  เช่น แทนที่จะ "พี่ของฉันเป็นแม่ค้าอยู่เชียงใหม่" -> "พี่ แม่ค้า เชียงใหม่"

สีน้ำเงิน : เส้นประสามเชื่อ ส่วนล่าง : หากส่วนนี้ถูกทำลาย มีผลให้ "นึกคำไม่ออก แต่ปะติดปะต่อได้"  เช่น อาจนึกภาพ คนนั่งขายของในตลาดได้ แต่บอกออกมาว่า "แม่ค้า" ไม่ได้

 เนื่องจากโดยมากสาเหตุเกิดจากเส้นเลือดสมองแตก หลายส่วนถูกกระทบมากบ้างน้อยบ้าง อาการจึงมักผสมในระดับต่างๆ กัน