มะม่วง
มะม่วงจัดว่าเป็นผลไม้เก่าแก่ชนิดหนึ่งของโลก พูดได้ว่าในสมัยพุทธกาลก็มีคนรู้จักใช้ประโยชน์กันแล้ว ความเก๋าเก่าแก่นี้ยังกระจายอยู่นอกเหนือชมพูทวีป จึงพบเห็นคนจึงพบเห็นคนพื้นเมืองตามท้องถิ่นต่างๆ ของโลกที่รู้จักและมีพรรณพืชมะม่วงอยู่
ที่สำคัญ
ชาวบ้านพื้นถิ่นเหล่านี้เป็นที่สะสมองค์ความรู้ในการใช้มะม่วงเป็นทั้งยาและอาหาร บ้านเมืองของเราจากเหนือจรดใต้ก็นับว่าเรามีความร่ำรวยพันธุ์มะม่วงอย่างมากและยังมีความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารและรับประทานมะม่วงอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่ออกมาเป็นผลเราก็กินมะม่วงสด หรือแต่งเปรี้ยวเป็นยำต่างๆ มะม่วงน้ำปลาหวานพูดแล้วก็น้ำลายสอเชียว นอกจากนี้ยอดอ่อนมะม่วงยังใช้เป็นผักแกล้มกับอาหารจำพวกลาบและยำส่วนใบแก่ของมะม่วงใช้เป็นสีย้อมผ้าให้สีเหลือง ในขณะที่เนื้อไม้ของมะม่วงยังใช้ทำเป็นเครื่องเรือนเครื่องใช้ การรับประทานมะม่วงเป็นผลไม้นั้น มองในแง่อาหารก็ถือว่าเป็นหมู่อาหารจำพวกผักผลไม้แต่มะม่วงในมุมของชาวบ้านทั่วโลกไม่ได้มองว่า มะม่วงเป็นอาหารหมู่หนึ่งเท่านั้นเช่น ชาวอินเดีย เชื่อว่าการรับประทานมะม่วงจะช่วยในการขับถ่าย ช่วยขับปัสสาวะ(ซึ่งหมายถึงการช่วยขับพิษได้ด้วย) ช่วยกระตุ้นกำหนัด ช่วยทำให้สดชื่น เช่นเดียวกับชาวเซเนกัล เชื่อว่าการรับประทานมะม่วงจะทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวา ชาวปานามารับประทานมะม่วงสุกเป็นยาช่วยระบาย รสชาติเปรี้ยวของมะม่วงยังมักจะนำไปจับคู่กับสาวๆ ก็ต้องบอกว่ามะม่วงเหมาะกับสาวๆ จริงๆ เพราะมะม่วงใช้เป็นเครื่องสำอางได้ดีคุณสมบัติไม่แพ้เครื่องสำอางราคาแพงๆ วิธีใช้ คือนำมะม่วงสุกพอกหน้าไว้เท่านั้นหรือบางที่ก็นำไปปั่นให้เหลวเพื่อทาหน้าก็ได้ เพราะอะไรมะม่วงพันธุ์พืชโบราณเช่นนี้จึงบำรุงผิวได้ ?คำตอบคือ มะม่วงมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระจากการที่มีวิตามินซีอยู่สูง ซึ่งมีมากกว่ามะนาวถึง 3 เท่า และยังมีคุณสมบัติ reducing glucids ซึ่งจะทำให้ผิวหน้าเรียบลื่นนุ่มชุ่มชื้น ยังช่วยกำจัดเซลที่ตายแล้วจึงช่วยทำให้ผิวหน้าสดใส ในมะม่วงยังมีสารจำพวกน้ำตาลร่วมกับพวกอมิโนแอซิด ที่จะช่วยคงความชุ่มชื้นไว้ที่ชั้นของผิวหนัง วิตามินเอและซีในมะม่วงยังช่วยกำจัดเซลที่ตายแล้วและทำให้ผิวหน้าคงสภาพความอ่อนเยาว์ ลบรอยเหี่ยวย่นได้ดี
ในด้านยารักษาโรค
ชนพื้นเมืองของประเทศต่างๆ มีการใช้ส่วนอื่นๆ ของมะม่วงเป็นยาสมุนไพร คือ ใบมะม่วงใช้ต้มกินเป็นยาลดความดันโลหิต ใช้เคี้ยวใบสดๆรักษาโรคทางเหงือกและฟัน น้ำคั้นสดรักษาอาการอักเสบ ใช้ต้มกินรักษาโรคหลอดลมอักเสบ รักษาเบาหวาน ปวดฟัน แก้บิด แก้หอบหืด ใช้ต้มน้ำล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อและทำให้แผลหายเร็ว เปลือกต้นมะม่วง ใช้ต้มรักษาอาการท้องร่วง แก้บิด แก้ปวดฟัน รักษาโรคตับ รักษาเบาหวาน รักษาริดสีดวงทวาร แก้แผลในปาก อมบ้วนปากแก้ปัญหาทางเหงือกและฟัน ป้องกันฟันผุ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะการที่คนพื้นเมืองเหล่านั้นใช้ประโยชน์ของมะม่วงอย่างหลากหลาย สะท้อนความเป็นผลไม้เก่าแก่พันธุ์หนึ่งของโลกได้เป็นอย่างดี และเป็นที่น่าสนใจคือมีการศึกษาวิจัยตามการใช้ของคนพื้นเมืองเหล่านั้นพบว่าทั้งใบและเปลือกมะม่วงมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ ทั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในแผลและในช่องปาก น้ำต้มจากใบมะม่วงแสดงฤทธิ์ลดน้ำตาลในกระต่ายทดลอง น้ำต้มจากเปลือกมะม่วงแสดงฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ เป็นต้นแต่การศึกษาวิจัยก็ยังไม่กว้างขวางครอบคลุมนัก ยังรอนักวิชาการเดินตามค้นหาความลับของผลไม้โบราณต้นนี้ต่อไป แต่เราคงไม่ต้องหยุดกินหยุดใช้เพื่อรอผลการศึกษาเหล่านี้ เพราะมะม่วงเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าเป็นทั้งยา อาหาร เครื่องใช้ได้อย่างครบครัน
ที่มา http://www.oknation.net/blog/sukanda/2010/10/31/entry-1
ที่บ้านก็ปลูกไว้หลายต้นและหลายพันธ์
ตอนนี้เริ่มออกดอกอีกแล้วค่ะ