นร.สาว - หนุ่มวิน ลพบุรีเก็บเงิน 3.7 ล้านคืนเจ้าของไร้คำขอบคุณ

 

ลพบุรี-นัก เรียนหญิงและหนุ่มวินขับรถจักยานยนต์ลพบุรีสร้าง ชื่อ เก็บกล่องเงินของบริษัทขนเงิน 3.7 ล้านบาท มอบผ่านที่ตำรวจ แต่ความดีกลับถูกมองข้ามไม่มีกระทั่งคำขอบคุณ

พ.ต.ท.สุริยะ ตุงคะเสน สาวัตรเวร สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งจากสายตรวจเมืองว่า มีนักศึกษาจากวิทยาลัยนาฎศิลป์ลพบุรีชื่อนางสาวสุฑาลินี แซ่ตัน อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปวช 3/2 วิทยาลัยนาฎศิลลพบุรี และคนขับรถจักยานยนต์รับจ้างวิน หน้าธนาคารกรุงเทพชื่อนายชะเอม สายตรา ได้นำกล่องบรรจุธนบัตรจำนวนมากมามอบให้กับดาบตำรวจชนินทร เยี่ยมชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 โดยไม่ทราบว่าในกล่องมีจำนวนเงินเท่าไหร่ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ให้นำกล่องเงินพร้อมด้วย นักศึกษาดังกล่าวไปที่ สภ.เมืองลพบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวัน พร้อมด้วยได้แจ้งไปยังบริษัท สยามแอดมินนิสเตอร์ จำกัด ว่ามีผู้เก็บกล่องดังกล่าวและมาแจ้งไว้ที่สารวัตรเวรแล้ว ต่อมาได้มีนายสุรชัย ภักดีบาง หัวหน้าศูนย์เงินสดเค็มโก้ลพบุรี ได้นำหลักฐานมาขอรับกล่องเก็บเงิน ตรวจสอบแล้วไม่มีทรัพย์สินสูญหาย

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=546971

 

อ่าน ข่าวนี้ เลยเกิดความคิดว่า...พลเมืองดีทั้งสองคนมีสิทธิใดๆตามกฎหมายบ้าง...น่าจะมี กฎหมายที่ส่งเสริมให้คนทำดีบ้างครับ...เพราะถ้าเก็บของของคนอื่นได้...แต่ ไม่คืนในอีกด้านหนึ่งยังเป็นความผิดอาญาเลยครับ...(ป.อาญา มาตรา 532)

มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียกึ่งหนึ่ง 

 

มีครับ...เจอแล้วในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1324 ครับ

มาตรา 1324 “ผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหาย อาจเรียกร้องเอารางวัลจากบุคคลผู้มีสิทธิจะรับทรัพย์สินนั้น เป็นจำนวนร้อยละ สิบแห่ง ค่าทรัพย์สินภายในราคาสามหมื่นบาทและถ้าราคาสูงกว่านั้นขึ้นไปให้คิดให้อีก ร้อยละห้าในจำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหายได้ส่งมอบทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ให้เสียเงินอีกร้อยละสองครึ่งแห่งค่าทรัพย์สินเป็นค่าธรรมเนียมแก่ทบวงการ นั้น ๆ เพิ่มขึ้นเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากรางวัลซึ่งให้แก่ผู้เก็บได้ แต่ค่าธรรมเนียมนี้ให้จำกัดไว้ไม่เกินหนึ่งพันบาท”

 

ดังนั้น นอกจากคำขอบคุณจากเจ้าของเงินดังกล่าวแล้ว พลเมืองดีทั้งสองยังมีสิทธิได้รับเงินรางวัลตามมาตรา 1324 อีกครับ...ลองคิดดูครับ  3.7 ล้านบาท

30,000 บาทแรก = 3,000 บาท

3,670,000 บาท = 183,500 บาท

รวมรางวัลที่ควรได้รับ 186,500 บาท

------------------------------------------------------------------

อุดม งามเมืองสกุล

5 ม.ค. 2555