ไปซื้อของในห้างฯ..จะกลับบ้านรถหายครับ....ฟ้องให้ใครรับผิดชดใช้ค่ารถ ได้บ้าง(ถ้ามีประกันภัยไว้ก็คงดี)...ลองคิดกันเล่นๆครับ..ห้างต้องรับผิดใช่ ไหม...แล้วเหตุผลที่ต้องรับผิดละครับ...แล้วถ้าไม่ใช่หายที่ห้างละ ครับ..เช่น จอดรถไว้หอพักแล้วรถหาย...เจ้าของหอพักต้องรับผิดชอบไหม...หรือจอดไว้ที่ สนามบิน..กลับมารถหาย......
ประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจครับ
- นำรถเข้าไปจอดในห้างฯ เป็นสัญญาฝากทรัพย์หรือเปล่า
คำตอบ ถ้าจะเป็นฝากทรัพย์จะต้องเป็นไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 657 “อันว่าฝากทรัพย์นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ฝากส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับฝากและ ผู้รับฝากตกลงว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตน แล้ว จะคืนให้”
ดูจากลักษณะทางปฏิบัติแล้ว...ไม่ใช่ฝากทรัพย์ เพราะยังไม่มีความชัดเจนโดยเฉพาะการส่งมอบทรัพย์สินเพราะลูกค้าหาที่จิดเอง เก็บกุญเจไว้เอง ห้างฯไม่ได้ตกลงจะเก็บรักษารถให้เพียงแค่ให้บริการที่จอดรถ ฟรีบ้างเก็บตังค์บ้างก็ไม่ใช่ประเด็นว่าจะเป็นฝากทรัพย์หรือไม่
2. บางห้างฯเก็บค่าจอดรถ บางที่ไม่เก็บ ผลต่างกันไหมครับ
คำตอบ การเก็บเงินไม่ใช่สาระสำคัญที่จะทำให้เป็นสัญญาฝากทรัพย์หรือไม่...แต่ถ้า ตกลงเป็นการฝากทรัพย์แล้วค่อยมาดูครับว่าฝากโดยมีค่าตอบแทนหรือไม่มีค่าตอบ แทน เพราะหน้าที่ของผู้รับฝากกรณีมีค่าตอบแทนจะต้องใช้ความระมัดระวังที่สูงกว่า รับฝากแบบไม่มีค่าตอบแทนครับ
3. เมื่อไม่ใช่ฝากทรัพย์แล้ว ห้างฯจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่
คำตอบ เมื่อไม่เป็นฝากทรัพย์ก็อาจเป็นสัญญาให้เช่าที่จอดรถ...ซึ่งผู้ให้เช่าไม่มี หน้าที่ต้องรับผิดในความเสียหายเพระรถหายเว้นแต่เป็นความผิดของผู้ให้เช่า ครับ...แต่ห้างฯอย่างพึงดีใจไปครับ...แม้ไมต้องรับผิดตามสัญญาแต่ห้างฯอาจ ต้องรับผิดในเหตุเพราะเป็นการกระทำละเมิด....ครับ
ป.พ.พ.มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
โปรดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5800/2553 (ฉบับย่อสั้น)"...แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส สาขามีนบุรี จะไม่มีวัตถุประสงค์ในการรับฝากรถของลูกค้าที่มาจอดเพื่อใช้บริการของห้าง จำเลยที่ 1 และไม่มีการเก็บค่าจอดรถก็ตาม แต่การก่อสร้างห้างจำเลยที่ 1 อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ซึ่งกำหนดให้ต้องมีที่จอดรถ 1 คัน ต่อพื้นที่ทุกๆ 20 ตารางเมตร และจำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ดูแลรักษาความปลอดภัยของห้าง โดยต้องตรวจบัตรเมื่อจะนำรถออกให้ตรงกับทะเบียนรถ จึงเป็นการจัดที่จอดรถให้แก่ลูกค้า …ฯ เมื่อปรากฏว่ารถที่สูญหายไปบัตรจอดรถยังอยู่ที่ผู้บริโภค การที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 พนักงานรักษาความปลอดภัยลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ไม่ระมัดระวังในการออกบัตรจอดรถและตรวจบัตรจอดรถโดยเคร่งครัดเป็นเหตุให้รถ ยนต์ของผู้บริโภคถูกลักไป จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้บริโภค ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และมาตรา 425 จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดดังกล่าว ทั้งจำเลยที่ 1 ว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 ดูแลรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 และลูกจ้าง ตลอดทั้งทรัพย์สินอื่นซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของจำเลยที่ 1 ในบริเวณห้างจำเลยที่ 1 ด้วย จำเลยที่ 2 ย่อมเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ที่ได้รับมอบหมายจึงต้องรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันกระทำละเมิดต่อผู้บริโภค จำเลยที่ 1 ในฐานะตัวการจึงต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่ตัวแทนได้กระทำไปใน กิจการที่ได้รับมอบหมายให้ทำแทนนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 427”
สรุป ห้างไม่รับผิดตามสัญญา.....แต่รับผิดเพราะละเมิดครับ...
แต่..สังเกต สิครับ...ปัจจุบันหลายๆห้างฯ ยกเลิกการเก็บบัตรเข้า-ออก ไม่มี รปภ. คอยดูแลทางเข้าออกแล้ว...ห้างฯคงคิดในใจว่าจัด รปภ. แจกบัตร เปลืองเงินค่าจ้างปีเป็นล้านบาท รถก็ติดทางเข้าออก แถมถูกนำไปเป็นข้อพิจารณากรณีรถหายด้วย...เลิกๆๆๆจ้างไปเลยดีกว่า... เอ้า...ถ้ารถหายอีกห้างฯยังจะต้องรับผิดอีกหรือไม่...รถใครรถมันละครับคราว นี้....
อุดม งามเมืองสกุล
21 ธ.ค. 54