ขอเกาะกระแสกับเขาด้วยคน...แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด เรื่อง Artist และไม่ขอยุ่งกับเรื่องครอบครัวของใครเขาครับ...แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ลิขสิทธิ์” ในเพลงระหว่างนักร้องในสังกัดของบริษัทเพลงครับ...
ผม คิดว่า...เรื่องยาเสพติด ก็ว่าไปตามกฎหมาย(ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545) เรื่องในครอบครัวก็ว่ากันไป(ขออย่างเดียวครับ...สงสารลูก)...แต่เรื่องที่จะ ต้องมีผลตามมาคือ...ปัญหาและผลกระทบต่อเนื่องจากการเลิกสัญญา..ระหว่างพี่ ส. กับ บริษัท ก. และรายการแฉแหลก...อันนี้คนไทยชอบๆ ยิ่งเป็นคนของประชาชนและเป็นบริษัทใหญ่ในวงการเพลงด้วยแล้ว...
วันนี้มีเรื่องที่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับเรื่อง “ลิขสิทธิ์เพลง” ครับ
ปัญหา คือ ส. กับ ก. เขาผูกพันตามกฎหมายในฐานะใดครับ...ระหว่างเป็น (1) ลูกจ้างกับนายจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือ (2) ผู้รับจ้างกับผู้ว่าจ้างตามสัญญาจ้างทำของ
ทำไมเหรอครับ...เพราะผลทางกฎหมายมันต่างกันครับ...ถ้า
(1) ถ้าเป็นสัญญาจ้างแรงงาน (ป.พ.พ.มาตรา 575 อันว่าจ้างแรงงานนั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงาน ให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลา ที่ทำงานให้) ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 9 “งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์ แห่งการจ้างแรงงานนั้น”
(2) ถ้าเป็นสัญญาจ้างทำของ (ป.พ.พ.มาตรา 587 อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับจ้างตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ว่าจ้างและผู้ว่าจ้างตกลงจะให้ สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น) ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 10 “งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น”
ฟัง จากข่าวและดูจากสภาพของการเป็นนักร้องในสังกันค่ายเพลง...ผมยังไม่สามารถ ระบุชัดว่าเป็นจ้างแรงงานหรือจ้างทำของ...แต่เข้าใจเอาว่าน่าจะเป็นสัญญา จ้างแรงงานมากกว่าเพราะมีข้อตกลงเรื่องการทำงาน อำนาจบังคับบัญชาสั่งการ มากกว่าการมุ่งความสำเร็จของงาน...แต่ไม่เป็นไรครับ...เพราะไม่ว่าจะเป็น สัญญาจ้างแรงงานหรือสัญญาจ้างทำของ หรืออาจเป็นสัญญาที่ไม่มีชื่อเรียกเฉพาะ...แต่กรณีนี้ผมเชื่อว่า...ต้องมีการทำข้อตกลงเป็นพิเศษไว้แล้วว่า...ลิขสิทธิ์ ในเพลงที่ ส.แต่งขึ้นจะตกเป็นของบริษัท ก. แต่ ส. จะมีสิทธินำไปใช้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องดูที่ข้อตกลงเป็นสำคัญครับ...เพราะกฎ หมายลิทธิ์กำหนดเพียงกรอบกว้างๆไว้เท่านั้น...กรณีนี้ต้องกลับไปใช้หลัก เรื่องสัญญาครับ...เดี๋ยวมาดูกันต่อครับ...ว่าจะมีประเด็นอะไรเพิ่มเติมอีก ครับ...ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนครับ
- กรณียกเลิกสัญญาจ้างแรงงานกันแล้ว...จะส่งผลอย่างไรต่อข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้เกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลง ?
- ผลของสัญญาระหว่าง ส. กับ บริษัท ก. อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 หรือไม่
- อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 หรือไม่
- ปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของนักแสดง(รวมนักร้องไว้ด้วย) ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 44 – 53
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ....
อุดม
21 ธ.ค. 54