วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปีสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่ กับสิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ชีวิตดำเนินไปได้อย่างเป็นสุข การที่เราได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง ก็มีผลทำให้ใจเราแช่มชื่นได้ดีทีเดียว คนเรานั้นเมื่อมีความสุข ก็คิดอะไรได้ปลอดโปร่งโล่งสบาย หายเหนื่อยขึ้นมาได้ ทันทีทันใด
หนึ่งปีที่ผ่านไปแล้ว สามร้อยหกสิบห้าวัน ที่ผ่านมานี้ มานั่งคิดๆทบทวนดู มีกี่วันหนอที่เราเป็นทุกข์ มีกี่วันหนอที่เป็นสุข สรุปว่า สุขนั้นมากกว่าทุกข์ ค่ะ 
ตอนนี้ก็ย่างเข้าปีที่สามที่ไม่ได้ไปทำงานเป็นลูกจ้าง ไม่มีเงินเดือนประจำ ไม่มีโบนัสวันสิ้นปีอย่างแต่ก่อน
แต่ฉันก็มีรายได้อย่างพอเพียงจากการจ้างตัวเอง ทำงานเอง ฉันได้รับโบนัสเป็นความสุข และโบนัสจากธรรมชาติที่สรรสร้างมาให้ 
ทุกวันนี้ฉันมีสังคมของตัวเองอยู่ สองส่วน คือ ส่วนที่หนึ่งเป็นส่วนของตัวตนที่สัมผัสได้ นั่นคือครอบครัวและเพื่อนๆที่คบหากันอยู่ก็ไม่กี่คน
ฉันไม่มีบรรยากาศของคำว่า หัวหน้าลูกน้องมานานแล้ว เพราะคำๆนี้แหละที่ทำให้ฉันนั้นรู้สึกอึดอัดมากมายจนต้องขอลาออก ออกจากงานประจำ ทั้งที่ทำงานก็สบายๆมีเงินเดือนใช้ มีโบนัสทุกสิ้นปี แต่ฉันก็เลือกที่ที่ทำให้ฉันสุขใจมากกว่าที่ต้องเจอความทุกข์ใจ อึดอัดมากมายจนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง
สังคมส่วนที่สองของฉันนั่น คือ สังคมแห่งโลกดิจิตอล  โดยเฉพาะGotoknow.org ที่มีทำให้ฉันมีความสุข กับการได้เขียนบันทึกเรื่องราวของตัวเอง ลงในพื้นที่แห่งนี้ โดยไม่ได้คาดหวังว่าอะไรกับการขีดเขียน ขอเพียงได้เขียน ให้ได้นั่งทบทวนตัวเอง
ฉันชอบนั่นเงียบๆตรงหน้าจอแล้วระบายสิ่งต่างออกมาจากใจเรา มันสะท้อนในความรู้สึกของเราได้นะคะ ว่า ณ.เวลาที่เราเขียนบันทึกไว้เรารู้สึกเช่นไร บันทึกเก็บไว้เมื่อวันเวลาผ่านไปก็ย้อนกลับมาระลึกถึงวันนั้นได้ดีที่เดียว ...
และในพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแบ่งปันGotoknow.orgนี้ เป็นพื้นที่ที่สร้างมิตรภาพที่ดีๆผ่านเข้ามาในชีวิตฉันนั้นมากมาย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของฉันไปแล้ว
แม้บางวันไม่ว่าง เพราะมัวแต่ยุ่งกับงานที่ต้องทำ ขอเพียงมีเวลาวันละเล็กละน้อยก็มักจะแวะมาเสมอๆเหมือนหนึ่งของความผูกพัน ที่ดีๆ
อย่างวันนี้ก็เช่นกันฉันเพิ่งทำขนมเสร็จตอนเที่ยงคืน แต่ฉันนั้นอยากเขียนบันทึกนี้ก่อนเข้านอน จึงเลือกที่ทำด้วยใจที่อยากทำ ความง่วงนอนนั้นหายไป ...
ในโอกาสนี้ ฉันขอให้สิ่งที่ดีๆ ส่งผ่านไปถึงทุกๆท่าน ขอให้มีความสุข ในสิ่งที่ทำด้วยนะคะ อะไรๆก็ตามที่ทำด้วยใจเราก็เป็นสุข สุขที่ได้ทำ โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน ...
และขอมอบการ์ดแห่งความสุขเก้าใบนี้ให้แด่ ท่านผู้อ่านทุกๆท่านด้วยนะคะ

การ์ดใบที่ ๑.
เป็นภาพดอกโมกที่ร่วงหล่น หล่นค้างบนใบมะสัง มะสังรองรับเธอไว้ไม่ให้เธอหล่นร่วงลงพื้นดิน
การ์ดใบที่ ๒.
เป็นดอกบัวหลวงดอกจิ๋ว เพราะขาดการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ(ฉันเอง) เธอยังพยายามผลิดอกออกบาน ให้เจ้าของได้ชื่นชม
การ์ดใบที่ ๓.
เป็นดอกเฟื่องฟ้า หลังฝน ที่มีหยดน้ำฝนให้เธอฉ่ำชุ่ม ดูแล้วสดชื่นดีจัง
การ์ดใบที่ ๔.
เป็นต้นหญ้าที่พยายามงอกในช่วงว่างแคบๆ เพื่อให้เธอได้งอกงามต่อไป
การ์ดใบที่ ๕.
กับภาพความสุขบนยอดหญ้า
การ์ดใบที่ ๖.
กับภาพเถาตำลึงที่ชูช่อดอกบาน ไต่เลื้อยก้านกิ่ง ตามใจปรารถนา
การ์ดใบที่ ๗.
ภาพใบอ่อนของตำลึง กับสีเขียวสดใส สดชื่น
การ์ดใบที่ ๘.
เป็นภาพขนมชั้นดอกกุหลาบ ฝีมือของฉันเอง นี่เองที่เป็นเสมือน โบนัสประจำปีของฉันที่ได้มาจากความเพียรแห่งการเรียนรู้ด้วยตัวเองมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองได้
การ์ดใบที่ ๙.
เป็นภาพขนมลูกชุบ ที่เป็นฝีมือของฉันเอง นี่ก็อีกหนึ่ง คือรางวัลของชีวิตที่ได้ตั้งใจทำด้วยใจ มีความสุข ทุกๆครั้งที่ได้ทำ แม้เย็นย่ำค่ำมืดยังไม่ได้นอนก็ตามที
ขอให้สุขขี สุขขีนะคะ ทุกๆท่าน สวัสดีค่ะ :D

.............................