มิติจิตใจในอเมริกา planetree Conference

มีห้องละลายอารมณ์ สำหรับแพทย์ พยาบาลที่เครียด จากภาระงาน



 

Planatree
annual Conference 2011

 

การประชุมวันแรกเริ่มขึ้นแล้ว 
วันนี้แม่ต้อยตื่นนอนตั้งแต่ตีสามเพราะว่าเวลามันเปลี่ยนไป
มองไปจากนอกหน้าต่างอากาศข้างนอกหมอกลงจัด คงหนาวมากจริงๆ

มาพลิกดูกำหนดการ  การประชุมที่นี่แปลก คือเขามีอาหารเช้าเลี้ยง แต่อาหารกลางวันต้องไปหาซื้อกินเอง ก็ต้องภายในคอมเพลกนี่แหละคะ ไปไหนไม่ได้ แม่ต้อยบอกน้องตาวว่ามันคล้ายๆกับอมตนคร ไกลจากในเมือง  มีการแบ่งที่พักออกเป็น ๓ โซน คือ cascade เป็นแบบสวน ที่พักมีระเบียงออกมานั่งดูวิวสวยงาม มีโซน Magnolia อันนี้เป็นแบบสวน
น้ำตก มีระเบียงbarcony ออกมานั่งจิบการแฟเหมือนกัน

 

ส่วนที่แม่ต้อยพัก เขาเรียกว่า Delta Island ห้องที่แม่ต้อยพักไม่มีระเบียงนั่งดูวิว
มีแต่หน้าต่างมองออกไปเห็นคนขนขยะมาทิ้งแถวๆหลังห้อง แฮ่ๆ

 

แต่ดีแล้วคะ เพราะว่าราคาห้องแบบที่เล่าคงแพงมาก เท่านี้ก็สบายมากมายแล้วคะ น้องปูจัดการได้ดีมากคะ

เมื่อเข้าไปที่ประชุมพบว่ามีคนเข้าประชุมมากมาย มีแม่ต้อยคนเดียวที่ไม่ใช่อเมริกันชน อิอิ แต่ไม่เป็นไร ยิ่งดีใหญ่เพราะไม่มีใครสนใจเรา  อาหารเช้าดีมากคะ เขาจัดเป็นครัวร้อน ทำอาหารรายบุคคลเลย มีพวกอาหารชุดไข่ ขนมปัง ผลไม้ แม่ต้อยคิดในใจ กว่าจะทำอาหารเสร็จจะได้เริ่มประชุมกี่โมงเนี่ย

 

แต่เขาก็เริ่มตรงเวลาคะ ใครอยากกินก็กินไป  บริเวณห้องอาหาร
ก็มีนิทรรศการด้วย ส่วนใหญ่เป็นพวกหน่วยงานต่างมาเสนอแนวคิดการพัฒนาระบบภายในรพ.ให้สอดคล้องกับ patient experience เช่นการจัดห้องผู้ป่วย อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง และการนำเสนอแนวคิดการเยียวยาด้วยวิธีการต่างๆ ที่สรพ.เคยทำมาแล้วทั้งสิ้น เช่นการใช้เสียงจากขันที่หมุนวนไปรอบ การใช้สี การใช้เสียงดนตรี เป็นต้น

 

เขาเน้น patient & staff safety and quality of life.  นั่นคือแนวคิดของ human centered หากดูแนวคิดหลักการประชุม  เขาเน้นสามเรื่องคือ safety ในทุกมิติ
เน้นเรื่องคนทำงาน และ เน้นเรื่องการ เยียวยาโดยใช้แนวคิดต่างๆมากมาย
ทุกผลงานเป็นผลงานวิจัยหรือได้รับหารสนับสนุนจากสถาบัน planetree ทั้งนั้น



เป้าหมายของplanetree  คือ safety ในมิติที่ลงลึกไปครอบคลุมทุกเรื่อง
โดยคำนึงถึง การรับรู้ วัฒนธรรม จิตใจของผู้ป่วย รวมทั้งสังคม รอบข้างด้วย

 

แม่ต้อยยังไม่คุ้นเคยกับห้องประชุม เพราะว่ามันกว้างใหญ่ไพศาล หาห้องไม่ค่อยเจอบ้างในช่วงแรก ทั้งๆที่จองไว้หลายเรื่อง บางครั้งพอไปเจอห้องก็แทรกตัวเข้าไม่ได้ ฝรั่งเขามีห้องแตกเหมือนกันคะ

 

เขาไม่มีพิธีเปิดให้เสียเวลา เริ่มก็แยกห้องเลยมีทั้งหมดประมาณ
๑๒ ห้องย่อยคะ ส่วนหนึ่งจะเป็นของสปอนเซอร์ ที่ต้องสนับสนุนงบประมาณให้องค์กรผู้จัดจึงจะมาบรรยายได้



ห้องแรก เป็นแนวคิดการส่งเสริมให้ ครอบครัวและญาติมาร่วมเป็น care giver ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีในแง่การดูแลผู้ป่วยแล้วยังเป็นการ lean งานที่ไม่จำเป็นออกจากระบบด้วย แต่ว่าการทำระบบนี้เองต้องมีการตระเตรียมทั้งคนทำงาน
การเลือกcare giver และโครงสร้างในรพ.  เช่นในห้องผู้ป่วยต้องมีการปรับสัดส่วนพื้นที่ของ care giver หรือญาติด้วย

 

หรือการ coaching care giver นี่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้การรับผู้ป่วยไปดุแล ไม่เกิดความเสี่ยงกลับมาอีก  รายละเอียดเหล่านี้เขาจะแยกออกเป็นห้องเล็กๆ
เพื่อลงรายละเอียด
เนื่องจากฝรั่งเขาต้องมีข้อมูลมาสนับสนุนด้วยในการนำเสนอว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร

 

Planetree ให้ความสำคัญในการคัดเลือกคนทำงาน
เขาอยากได้คนที่มีแรงบันดาลใจในการทำงานตั้งแต่แรกรับ ดังนั้นจึงมีการบรรยายในหัวข้อนี้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การคัดเลือกคน เลือกอย่างไร ที่จะได้งานที่มีคุณภาพ เพราะอันนี้คือการลงทุนที่ยิ่งใหญ่  เลือกคนอย่างไรที่จะไม่กลับมาเป็นปัญหาองค์กร หรือมาฟ้องร้องภายหลัง



เมื่อเลือกได้แล้ว ก็ต้องย้ายไปฟังอีกห้อง เขาก็จะบอกว่า
จะทำอย่างไรให้พนักงานเกิดความผูกพันองค์กรในวันแรก  แล้วย้ายไปอีกห้องเพื่อฟังว่า ทำอย่างไรให้คนสามารถทำงานจนเกิดเป็น excellence service ได้ เป็นการเรียนรู้แบบลูกโซ่ไปเลย

 

แม่ต้อยไม่สามารถเข้าฟังได้ทุกห้อง เพราะเวลาตรงกัน แต่ก็เชื่อมให้เห็นภาพได้

ในส่วนของ safety หรือมาตรฐานงานก็มีการบรรรยายการผสมผสาน integration mind and body as a standard part of care  อันนี้ทางสรพ.เราเคยจัดแล้ว ปีนี้เราจะจัดอีกคะ

หลายๆห้องมีการสอนว่า patient centerd        หมายความว่าอย่างไร
เขาบอกว่าเขาหมายความถึงเรื่อง safety & Quality นั่นแหละ แต่รายละเอียดของทั้งสองคำนี้จะขยายไปทุกมิติของระบบงาน แม่ต้อยไปฟังห้องหนึ่งเขาปรับปรุงรพ.ใหม่หมดเลย เพื่อให้ระบบงานมีความปลอดภัยทั้งผู้ให้บริการและผู้ป่วย  เริ่มต้นตั้งแต่การออกแบบ โครงสร้าง แสง สี เสียง ทางเดิน ห้องคนไข้ ห้องทำงาน ระบบควบคุมเรื่อง IC  ระบบการจ่ายยา ที่สามารถให้ผู้ป่วยตรวจสอบได้ด้วยตนเองจากระบบจอคอมพิวเตอร์ที่หน้าเตียง เป็นการแสดงความโปร่งใส และให้คนไข้มีส่วนร่วมได้มากขึ้น

การจัดระบบบริการที่ดีจริงคงต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ป่วยด้วย 

 



มีห้องละลายอารมณ์ สำหรับแพทย์ พยาบาลที่เครียด จากภาระงาน 
มีการนำดนตรีสำหรับเยียวยาคนไข้เฉพาะราย ที่มีรายงานวิจัย ว่าทำให้การดูแลตนเองและการรักษามีผลดีขึ้น



มีการนำเสนอวิธีบอกข่าวร้าย bad news อย่างมืออาชีพ   มีห้องหนึ่งมีน้องหมาน่ารักมาเป็นวิทยากรด้วย เพราะเขาคือผู้ที่ช่วยในการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยให้เดินได้ rehabilitation สุดยอดมากคะ น่ารักจริงๆ นี่เขามาเป็นวิทยากรนะคะ

 

หลายๆห้องมีการฝึกปฺฏิบัติการ ทำ mindfulness คล้ายๆที่เราทำ
หรือการสร้างแรงบันดาลใจที่แม่ต้อยเคยออกไปทำ workshop ด้วยการตั้งคำถามง่ายๆไปเรื่อยๆ



มีห้องหนึ่งคนเต็มเลยคะ เป็นเรื่อง creating a physician led quality Imperative แต่คนบรรยายไม่เร้าใจเลย เสียงเบามาก เขาไม่ใช้ไม่ใช้ไมโครโฟนกันคะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกัน



น่าเสียดายที่แม่ต้อยไม่สามารถฝ่าฟันไปได้ทุกห้อง เพราะว่าจำนวน ๑๒ ห้องในภาคเช้ามี๔ session ภาคบ่ายมีอีก ๔ session ( session ละ ๔๕ นาที )
รวมแล้วทั้งหมด๙๖ หัวข้อการบรรยายทั้งวัน อันนี้ไม่รวมภาคกลางคืนนะคะ ที่เล่ามานี้ยังไม่หมดนะคะ  เยอะมากคะ



ตอนนี้เป็นเวลาตีสี่ของอเมริกา แต่แม่ต้อยยังตาค้างอยู่เลย จึงมานั่งเขียนบทความนี้  เพราะว่านอนไม่หลับคะ เวลาที่เมืองไทยคือบ่ายสี่โมงเย็นพอดี หากแม่ต้อยว่างจะเขียนมาใหม่นะคะ ตอนนี้จะขอเวลาไปอาบน้ำเพื่อไปกินข้าวฟรี และเข้าประชุมคะ

ไม่แน่ใจว่าวันนี้จะไปง่วงหรือเปล่า อิอิ

สวัสดีคะ

nashville USA.



 



 



 



 



 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน SHA~ แม่ต้อย



ความเห็น (8)

สวัสดีครับ แม่ต้อย...

5มกรา 55 รพ.ปากพะยูน ขอประเมินHA ขั้น 3 ตอนนี้สะสางกันทุกหน่วย

ขอกำกัใจด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

เท่าที่สังเกต เมืองนอก เค้าเน้นเรื่อง ความปลอดภัย กันในทุกๆ เรื่อง ทุกหน่วยเลยนะคะแม่ต้อย

สุขีส่งท้ายปีเก่า แล้วแม่ต้อยจะทันกลับมาฉลองปีใหม่ที่เมืองไทยไหมคะ สุขสันต์วันเดินทางค่ะ

เขียนเมื่อ 

Ico48

สวัสดีคะ

เก่งมากๆคะ เก่งที่สุดเลย รพ.ปากพะยูน  ขอให้โชคดีนะคะ

แม่ต้อยคะ

เขียนเมื่อ 

Ico48

สวัสดีคะ

แม่ต้อยกลับมาแล้วคะ ที่เขียนนี้แม่ต้อยไปประชุมตอนน้ำท่วมคะ พอดีเพิ่งเอาเรื่องมาลงคะ

ปีใหม่นี้แม่ต้อยคงอยู่ที่บ้านคะ เพราะน้ำท่วมเสียหายมาก คงต้องมาค่อยๆซ่อมแซมคะ

 

เขียนเมื่อ 

เรียนพี่แม่ต้อย ประเด็นที่ท่าน ผอ.เสนอ คือ ให้ทางบูรพาสร้างเครือข่ายขึ้นมาแล้วเชิญ สรพ มาร่วม แต่ไม่แนะนำให้ให้ใช้ ชื่อ HACC เพราะ ไม่มีเจ้าภาพ ครับ

ผมชอบในหลักการ patient & staff safety and quality of life.ของเขาครับ โดยเฉพาะเรื่อง quality of life. เหมาะกับการเป็นสังคมที่ถูกพัฒนา และยกระดับเรื่องจิตใจแล้วจริงๆ ขอบพระคุณสำหรับการแบ่งปันเรื่องราวดีๆครับผม

เขียนเมื่อ 

Ico48

สวัสดีคะ ท่าน JJ

พี่ก็คิดเหมือนเดิมคะ  ที่จริง อาจารย์ ใช้ชื่ออื่นก้ได้คะ เช่น ศูนย์พัฒนาระบบคุณภาพ มหาวิทยาลัยบูรพา

ต้องขอโทษคะ ที่ไปวันนั้นเราไม่ได้คุยกันมากมาย อีกอย่างการคุยต้องต่อเนื่องจากที่ได้คุยไว้เดิมด้วยคะ

 

เขียนเมื่อ 

Ico48

สวัสดีคะ

ขอบคุณมากคะ ที่ชอบ ทางบ้านเราก็ทำนะคะ ขอเพียงกำลังใจคะ

ขอบคุณมากคะ