แบบนี้ชาวนาไทยจะรวยกันหมดประเทศ (แต่รัฐบาล กระทรวงเกษตร กระทรวงวิทย์ ก็คงไม่รับรู้อีกตามเคยเพราะบริษัทปุ๋ย สารเคมีมันล็อบบี้หนัก แถมเงินใต้โต๊ะก็คงหนักด้วย)

ตอนที่สอง....

 

การไปดูนาที่อ.ประทาย จ. นม. โดยเผอิญนั้นผมไปเดินด้อมๆดูรอบคันนา เอ้า..มีเขียดอีโม่อยู่ด้วย มันมาของมันเองตามธรรมชาติ เลิกใช้ยาเมื่อไหร่ไข่มันก็คงจะปลิวมาลงนาเอง ยังมีเขียดตะปาดตาไสน่ารักมาก เจ้าของนาบอกว่าผมโชคดีที่ได้เห็นเขียดตะปาดนี้เพราะเขาเอง เจ้าของนาแท้ๆ ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย  (ตัวมันเขียวๆ ตาใสซื่อ น่ารักมาก)

 

ส่วนในน้ำก็มีปลาซิว และ กุ้งฝอยว่ายน้ำไสโชว์เรือนร่างแสนสวยอยู่ไปมา ทำให้ผมเกิดแนวคิดต่อไปว่า ถ้าฉีดยาปลากุ้งก็ตายหมด แต่ถ้าไม่ฉีดแล้วเลี้ยงปลากุ้งฝอยตามธรรมชาติ หรือเลี้ยงแหน ผำ เสริมให้มันก็ยิ่งดี  (ผำ รู้จักไหม ..ลูกเล็กๆ ลอยในน้ำ คนกินอร่อย ปลาก็ชอบ) 

 

ส่วนมูลปลากุ้งก็กลายเป็นปุ๋ยให้ข้าวอีก ชาวนาอาจขายปลา กุ้ง กบ ได้เงินมากกว่าขายข้าวเสียอีก 

 

ข้าวชีวภาพก็สะอาด ทำให้มีราคาแพงกว่าปกติ  ..โดยเฉพาะถ้าส่งออกไปยุโรป ญี่ปุ่น

 

แบบนี้ชาวนาไทยจะรวยกันหมดประเทศ  (แต่รัฐบาล กระทรวงเกษตร กระทรวงวิทย์ ก็คงไม่รับรู้อีกตามเคยเพราะบริษัทปุ๋ย สารเคมีมันล็อบบี้หนัก แถมเงินใต้โต๊ะก็คงหนักด้วย)

 

สำหรับพวกเพลี้ย พวกไร ซึ่งเป็นศัตรูพืชตัวเล็กๆ ก็เชื่อว่าลูกเขียด ลูกกบตัวเล็กๆ ก็คงกินเป็นอาหารได้แน่ๆ เพราะปากมันเล็กก็ต้องกินตัวเล็กๆด้วยกัน

 

 

          นอกจากแมลงแล้ว ปัญหาสำคัญอีกประการคือวัชพืช ซึ่งผมได้คิดค้นวิธีในการกำจัดวัชพืชได้อีกวิธี ด้วยการใช้”มดง่าม” ใช่...มดง่าม ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ

 

แนวคิดนี้เกิดจากการที่วันหนึ่งผมเดินกลับจากการไปสอนหนังสือ โชคดีที่อยู่ม.บ้านนอก ทำให้ต้องเดินผ่านป่าย่อมๆ ระหว่างทางเห็นมดง่ามนับแสนตัวมันเดินแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เลยนอนราบลงกับพื้นเพื่อดูมันเดินกัน พวกนศ. ผ่านไปมาคงหาว่าผมเป็น "ครูบ้า" แน่ๆ  แต่การนอนราบเพ่งใกล้ๆ ทำให้ผมได้เห็นมดทหารก้ามโตทำหน้าที่กวดขันมดงานที่แตกแถวออกไป ประหลาดมาก แต่เอ๊ะนั่น....มดงานส่วนใหญ่คาบอะไรมา

 

 

...แหม..กลังหนุก  แต่ขอพักนิ้วและสายตาสักกระเดี๋ยว..อีกสักครู่โปรดติดตามต่อไปเด๊อครับ