“ท่าดี” เป็นตำบลเล็ก ๆ มีอายุมากว่า ๓๐๐ ปี  ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช  มี “คลองท่าดี” เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักระหว่างชุมชนในละแวกนั้น นอกจากนี้ยังมี “คลองปริก” ที่ชาวบ้านใช้เป็นแหล่งน้ำสำคัญในการผลิตและบริโภค ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ดังกล่าว  ผู้คนในชุมชนแห่งนี้จึงมีอาชีพทำการเกษตร โดยพืชที่ชาวบ้านนิยมปลูกได้แก่ ผลไม้ต่าง ๆ และยางพารา   ปัจจุบันตำบลท่าดี ได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 หมู่บ้านมีประชากรประมาณ  8,028 คน  1,344 หลังคาเรือน  มีวัดพัทธเสมา และวัดวัดดินดอน ตั้งอยู่ใน หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 3 ตามลำดับ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดพัทธเสมามีพระลากศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านในตำบลแห่งนี้

การเป็นชุมชนขนาดเล็กในที่ราบเชิงเขา  และมีวิถีการผลิตแบบเกษตรกรรม  ทำให้ชุมชนแห่งนี้ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ตลอดจนต้องพึ่งพากันเองในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง  ดังจะเห็นได้จากการรวมกลุ่มของคนในชุมชนเพื่อช่วยเหลือกันในการทำสวน ยาง(สก.สกย.ยูงทองจำกัด)  การรวมเป็นกลุ่มออมทรัพย์ทั้งที่อยู่ในรูปของการออมทรัพย์เพื่อการผลิต เช่น กลุ่มออมทรัพย์เกษตรกรมะม่วงทอง  กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ม.5  และกลุ่มออมทรัพย์ทั่วไปเช่น ธนาคารหมู่บ้านบ้านดินดอน  กองทุนสวัสดิการชุมขน ต.ท่าดี  กลุ่มกองทุนสวัสดิการชุมชนมะม่วงทอง กองทุนหมู่บ้านบ้านไสขิง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการรวงมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพเสริมในรูปของกลุ่มปลูกมันเทศ  กลุ่มเลี้ยงผึ้ง  กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า  ไปจนถึงการรวมกลุ่มทำปุ๋ยชีวภาพ เป็นต้น

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕  ลูกหลานคนท่าดี ได้ทำการจัดตั้งชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านท่าดี ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นอยากจะเห็นชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน  ประกอบกับมีความตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนจนเสีย ความสมดุลต่อระบบนิเวศ   ชาวบ้านในชุมชนจึงรวมตัวกันในการดูแลปกปักรักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเพื่อให้คงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างยั่งยืน  ตลอดจนเป็นกลุ่มที่จะสื่อสารแทนธรรมชาติในมิติการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์   ปัจจุบัน ชุมชนท่าดีได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สกว.ท้องถิ่น จัดทำโครงการวิจัยเรื่อง “รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองปริกชุมชนท่าดี ต.ท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ระยะที่ 1-2 เพื่อศึกษาสภาพและสถานการณ์ของป่าต้นน้ำคลองปริกจากอดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้งค้นหาสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชุมชน และหาแนวทางในการบริหารจัดการป่าต้นน้ำคลองปริกโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ด้วย

ด้วยฐานการรวมกลุ่มของคนในชุมชนดังกล่าว  ประกอบกับการมีชาวบ้านที่เป็นครูภูมิปัญญาท้องถิ่นมากมาย  และมีแกนนำชาวบ้านที่เข้มแข็ง  ทำให้ตำบลท่าดีมีการพัฒนาโดยชุมชนเป็นแกนหลักมาอย่างต่อเนื่อง  โดยนายช้วน  ยอดวิจารณ์ ได้เล่าถึงการทำงานของแกนนำในชุมชนให้ฟังว่า

  …แต่ก่อนการทำงานของเราใช้เวทีพูดคุยตามธรรมชาติ  คือเราจะส่งแกนนำจากแต่ละหมู่บ้านมานั่งปรึกษาหารือหมู่บ้านละ 1-2 คน  เมื่อหารือเสร็จแกนนำเหล่านั้นก็กลับเอาไปทำที่หมู่บ้านของตนเอง…ตอนนี้คน ที่อยู่ในวงพูดคุยนั้นก็เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้าง  เป็นอบต.บ้าง  พวกเราจึงคิดทันกันหมด…อย่างรองนายก อบต.ก็เคยเป็นทีมงานกับพวกเรา  เมื่อเขาไปเป็นรองนายกเราก็ประสานงานกันได้…   

ทุนเดิมด้านการรวมกลุ่ม และการประสานความร่วมมือกันของแกนนำในชุมชนดังกล่าว ทำให้การคิดเรื่องการจดแจ้งจัดตั้ง  “สภาองค์กรชุมชนตำบล” ในชุมชนแห่งนี้  เกิดจากการร่วมกันคิดและร่วมกันทำของคนในชุมชนมาตั้งแต่เริ่มต้น  กล่าวคือ  มีกระบวนการในการปรึกษาหารือร่วมกันกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านในการจดแจ้งจัด ตั้งเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ อีกประมาณ ๒ สัปดาห์ต่อมาจึงมีการประชุมเพื่อหารือในการจดแจ้งจัดตั้งอย่างเป็นทางการ  ท้ายที่สุด(๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑) ที่ประชุมจึงมีมติให้จดแจ้งจัดตั้ง โดยมีองค์กรในชุมชนเข้าร่วม ๑๘ องค์กร  และมีกระบวนการดำเนินการต่อมาเป็นลำดับ  รวมทั้งยังมีการจัดทำข้อบังคับภาองค์กรชุมชนตำบล  โดยระบุถึงวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์กร กิจกรรม และชุมชนไว้ขึ้นอย่างชัดเจนดังนี้

๑.     พัฒนาองค์กรชุมชนทั้งที่เป็นสมาชิกและประชาชนของตำบลท่าดีให้มีความเข้มแข็ง อย่างยั่งยืนและมีความเท่าเทียมกันภายใต้กระบวนการชุมชน

๒.     พัฒนาให้สภาองค์กรชุมชนตำบลท่าดีเป็นศูนย์กลางประสานงานกับองค์กรชุมชนและภาคีทุกภาคส่วน

๓.     พัฒนาปรับปรุงฐานข้อมูลตำบลท่าดีให้เป็นปัจจุบันและพรอมใช้เพื่อเป็นเครื่องมือกำหนดแผนพัฒนา

๔.     ประสานงานเชิงสัมพันธ์กับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าดี ส่วนราชการ ตลอดถึงภาคพันธมิตร

๕.     ส่งเสริมและสร้างกระบวนการให้ชุมชนเกิดการตระหนักรู้ เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

๖.     ส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูจารีตประเพณี  วัฒนธรรม  และภูมิปัญญาท้องถิ่น

นอกจากนี้ ในข้อบังคับของสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าดียังกำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง จำนวนไม่น้อยกว่า ๙ คน  และไม่เกิน ๑๕ คน ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ โดยกำหนดวาระการดำเนินงานไว้ ๔ ปี   และกำหนดให้สภาองค์กรชุมชนตำบลท่าดีมีกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นของตนเอง ตลอดจนมีการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรไว้อย่างชัดเจนด้วย

ประเด็นที่น่าสนใจคือ  เมื่อกระบวนการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนดำเนินไปอย่างเรียบร้อย  สมาชิกส่วนใหญ่ของสภา ฯ กลับสะท้อนเป็นสียงเดียวกันว่า …ไม่รู้ว่าสภาองค์กรชุมชนคืออะไร…ไม่รู้ว่าสภาฯ จะช่วยกลุ่มอย่างไร…  แต่ ด้วยความอุตสาหะของแกนนำสภาองค์กรชุมชนแห่งนี้ที่พยายามแสวงหาความรู้อย่าง ต่อเนื่อง  พยายามเชิญผู้รู้มาร่วมพูดคุยกับสมาชิกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น อย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสภาองค์กรชุมชนตำบล    ตลอดจนได้ประสานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณมาสนับสนุนองค์กรสมาชิกให้พัฒนาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง  ทำให้สภาองค์กรชุมชนตำบลท่าดีในวันนี้สามารถทำหน้าที่บรรลุวัตถุประสงค์ของ องค์กรมากขึ้น  อย่างน้อยที่สุดก็สามารถทำให้สมาชิกมีความเข้าใจในความเป็น “สภาองค์กรชุมชนตำบล” มากขึ้น

เข้าใจว่าสภาองค์กรชุมชน เป็นหน่วยที่ทำงานกับชุมชนจริง ๆ …สมาชิกสามารถพูดคุย  สื่อสารกันได้แบบตรงไปตรงมา  ตลอดจนเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง…สามารถตอบสนองความต้อง การของสมาชิกในระดับรากหญ้าได้อย่างแท้จริง…เป็นกลไกในการช่วยต่อรองกับภาค รัฐได้…

นอกจากนี้  ในกระบวนการทำงานที่ผ่านมา ยังส่งผลให้แกนนำในสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าดี มองสภาองค์กรชุมชนได้อย่างชัดเจนมากขึ้น  โดย นายช่วน  ยอดวิจารณ์ ได้เสนอมุมมองต่อบทบาทของสภาองค์กรชุมชนว่า  …สภาองค์กรชุมชน เป็นเวทีที่ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ในการทำงานระดับตำบล  โดยมีการเสนอแผนความต้องการต่าง ๆ สู่ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และให้กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทำหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติการ…

จากความชัดเจนในเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของสภาองค์กรชุมชนตำบลดังกล่าว  ทำให้แกนนำและสมาชิกในสภาองค์กรชุมชนต่างกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของ องค์กรไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

  1. ไม้ผลท่าดี (ทั้งด้านการผลิต  การจำหน่าย และช่องทางการตลาด)   ทั้งนี้เพราะประชาชนส่วนส่วนใหญ่ในตำบลท่าดีมีอาชีพทำสวนผลไม้  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ ซึ่งถือเป็นประเด็นปัญหาหลักของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง  สภาองค์กรชุมชน จึงหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาดำเนินการ  โดยกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงานในช่วง 1 ปี ดังนี้
  • เกิดกลุ่มชาวบ้านที่ขับเคลื่อนงานที่มีศักยภาพในการวิเคราะห์และสามารถแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กลุ่มมีระบบการบริหารจัดการที่ดี
  • เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ
  • สามารถขายผลไม้ได้ตามเป้า ทั้งในเชิงปริมาณและราคาสินค้า
  • มีระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในเรื่องนี้อย่างชัดเจน
  1. สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งนี้เพราะประชาชนในตำบลท่าดีส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งพา ทรัพยากรน้ำจากคลองท่าดี  แต่ปัจจุบันชุมชนมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้น้ำของเทศบาล นครศรีธรรมราช ที่มาดึงน้ำจากคลองท่าดีไปใช้ในเขตเทศบาล  โดยในเบื้องต้นสภาองค์กรชุมชนได้ประสานงานกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราชเพื่อหา ข้อตกลงร่วมกันในเรื่องการจัดการน้ำแล้ว แต่ยังไม่สามารถมีข้อสรุปที่ชัดเจน  ในการณ์นี้สภาองค์กรชุมชนจึงเห็นควรให้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการจัดการ ทรัพยากรน้ำขึ้นมาเป็นยุทธศาสตร์หลักของสภาเพื่อเสริมให้เกิดการจัดการและ ฟื้นฟูทรัพยาน้ำอย่างเป็นระบบ  โดยในเบื้องต้นได้กำหนดตัวชี้วัดการทำงานในช่วง 1 ปีดังนี้
  • เกิดข้อตกลงกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราชในเรื่องการจัดสรรงบประมาณสนับ สนุนตำบลท่าดีเพื่อชดเชยค่าเสียโอกาสและการบำรุงรักษา-ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำโดย ชุมชนที่ชัดเจน
  • เกิดระบบฐานข้อมูลการใช้น้ำที่เป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้เพื่อการวางแผนการใช้และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำได้อย่างเป็นจริง
  • เกิดระบบการบริหารจัดการน้ำในตำบลท่าดีที่ชัดเจน
  1. การประสานแผนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้เพราะการทำงานของสภาองค์กรชุมชนตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา มีการประสานงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในการณ์นี้ องค์การบริหารส่วนตำบลจึงต้องการให้สภาองค์กรชุมชนมีการทำงานที่เป็นระบบ เพื่อให้การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น  โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดการทำงาน 1 ปีดังนี้
  • เกิดเวทีในการวิเคราะห์แผนร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสภาองค์กรชุมชน
  • เกิดการบูรณาการแผนร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสภาองค์กรชุมชน

วันนี้  สภาองค์กรชุมชนตำบลท่าดี ดูเหมือนจะเดินมาอย่างถูกทางแล้ว  ซึ่งหากมองย้อนกลับไปที่กระบวนการทำงานแล้ว  หัวใจของการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสภาองค์กรชุมชนของตำบลแห่งนี้  ดูจะอยู่ที่กระบวนการสร้างการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติ   กล่าวคือ ให้ความสำคัญกับการจัดเวทีให้ความรู้ไปพร้อม ๆ กันระหว่างแกนนำชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น  ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการตั้งคำถาม  การคิดหาคำตอบ  และการกำหนดแนวทางการทำงานไปพร้อม ๆ กัน   ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกลุ่ม/องค์กรสมาชิก ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกเห็นถึงประโยชน์จากการเป็นสมาชิกสภาองค์กรชุมชนที่ เป็นรูปธรรม  อันเป็นสภาพที่ชาวบ้านคุ้นชิน  ก่อนยกระดับไปสู่การมองปัญหาที่เป็นประเด็นสาธารณะของท้องถิ่นได้อย่างเป็น

ที่มา จากเวบไซด์สภาองค์กรชุมชน http://www.sapachumchon.org/