ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน 2554

        ปีนี้น้ำมาเร็ว มาแรง และมาล้นเหลือ ได้เห็นได้ฟังทั้งเรื่องดีและไม่ดีมากมาย วันนี้ครูแหม่มขอเก็บสิ่งดีดีที่ตนเองได้สัมผัสแล้วมีความสุข นำมาจดบันทึกไว้เพื่อช่วยจำดังนี้ค่ะ

        สิ่งแรกใกล้ตัวเลย เพราะวิกฤติน้ำจึงเห็นความสามัคคีของคนในชุมชนตำบลมหาพราหมณ์ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ครูแหม่มอาศัยอยู่ (เป็นตำบลเดียวของอำเภอบางบาลที่น้ำไม่ท่วม) ตั้งแต่องค์กรท้องถิ่นที่สนับสนุนความช่วยเหลือเต็มที่ ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง สมาชิกของชุมชนทั้งไทยพุทธไทยอิสลามร่วมแรงร่วมใจกันแข็งขัน เช่น เมื่อมีเสียงสัญญาณพลุดังขึ้นจากผู้อยู่เวรยามตามเขื่อนกั้นน้ำ จากนั้นผู้นำชุมชนก็จะประกาศว่าเกิดวิกฤติน้ำที่เขื่อนตรงนั้นตรงนี้ให้ไปช่วยกันปิดกั้น สิ้นเสียงประกาศต่างก็พากันหยิบฉวยอุปกรณ์และขับรถกรูกันไปช่วยทันที ครูแหม่มไม่ได้ไปช่วยเขาหรอกเพราะมีหน้าที่ดูแลพ่อที่ป่วย แต่เมื่อเสร็จกิจแต่ละครั้งจะมีเพื่อนบ้านมาตะโกนบอกหน้าบ้านว่า ปลอดภัยแล้วนะสบายใจได้ หรือ นอนได้แล้วนะพ้นวิกฤติแล้ว หรือแวะมาเล่าว่าไปทำอะไรกันมาบ้าง และคราวใดที่มีการเรี่ยไรเงิน อาหารไปเลี้ยงผู้ซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำ หรือเสาเข็มกั้นน้ำคนในชุมชนก็จะช่วยกับบริจาคอย่างเหลือเฟือ นี่แหละความเอื้ออาทรที่ยังมีอยู่ในสังคมชนบทเรา

        สิ่งดีดีต่อมาจากการที่น้ำท่วมโดยรอบตำบลมหาพราหมณ์ ถนนถูกตัดขาดหมดเหมือนติดเกาะ ต้องหาวิธีไปทำงานที่อำเภอเสนาให้ได้ ก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากผู้มีรถที่พร้อมลุยไปบนถนนคันคลองส่งน้ำตัดผ่านกลางทุ่งนาจากอำเภอบางบาลไปอำเภอเสนา (เพิ่งรู้ครั้งนี้เองว่ามีถนนสายนี้ด้วย) ผิวถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนรถวิ่งอยู่บนหลังเต่า เพราะสองข้างทางมีแต่น้ำเว้งว้างเหมือนทะเล เมื่อลมพัดน้ำมากระทบถนนเป็นคลื่นสูงสวยงามมาก ถนนบางช่วงเหมือนจะจมบางช่วงเหมือนจะขาดได้ลุ้นทุกวันว่าเช้าไปแล้วเย็นจะได้กลับบ้านใหมหนอ ส่วนบนถนนก็มีทั้งเพิงพักผู้อพยพ สัตว์เลี้ยง วัว ควาย และรถยนต์ปะปนกันตลอดเส้นทาง มองไปในน้ำเห็นเรือหาปลามากมาย บ้างก็นำปลาตัวใหญ่ๆ มาล่ามเชือกไว้ข้างทาง บ้างก็นำมากองโตๆ รอแม่ค้ามารับซื้อ ปลาตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย ทำให้คิดว่าอยุธยานี่อุดมสมบูรณ์จริงๆนะ และถ้าน้ำไม่ท่วมแบบนี้ก็คงไม่ได้สัมผัสวิถีชาวบ้านผสมผสานกับธรรมชาติจริงๆ แบบนี้หรอกนะ

        สิ่งดีดีอีกอย่างคือได้เห็นน้ำใจของเพื่อนร่วมงานในสายงานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ยามยากก็ไม่ทิ้งกัน แม้น้ำจะท่วมสูงทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน การเดินทางลำบาก แต่ก็ยังเต็มใจฟันฝ่ามาทำงานกันอย่างต่อเนื่องก็เพราะความรับผิดชอบในงานที่คั่งค้างอยู่ พองานเบาบางเราวางแผนจะผลัดเปลี่ยนกันมาทำงานอย่างไม่ให้สะดุด แต่กลับเจองานด่วนจึงต้องผลัดเปลี่ยนกันทำงานที่ กศน.อำเภอบ้าง และออกไปช่วยบริการผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ครัวกระทรวงศึกษาธิการ จุดวัดสามกอ อำเภอเสนาบ้าง สรุปว่าตลอดสามเดือนที่น้ำท่วมพวกเราในสายงานไม่ได้หยุดเกินกว่าปกติกันเลย ขอบคุณ ครูรุ้ง ครูกุ้ง และน้องภา  นะคะ

เชิญเยี่ยมชม www://kunkrusena.blogspot.com หรืองานการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ กศน.อำเภอเสนา หรือคุณครูเสนา ฝึกหัดทำร่วมกันในสายงานค่ะ เพื่อพัฒนาตนเองด้านเทคโนโลยี และสนับสนุนข่าวสารข้อมูลให้กับคณะครูและนักศึกษาของ กศน.อำเภอเสนาค่ะ