ว่าด้วย Appreciative Inquiry ตอนที่ 412

เห็นระยะนี้คนพูดถึงลีน Lean บ่อยๆ ก็นึกถึงโครงการ AI ที่ทำอะไรคล้ายๆ Lean ครับ..

...

ในมุมมองของผม คนพูดถึงวิธีทำกันมาก..วันนี้เราจะมาดูกันว่า AI มองเรื่องนี้อย่างไร..ความหมายของ Lean คือ "ทำให้งานลดลง แต่ยังคงรักษาคุณค่างานให้เท่าเดิม" ประมาณว่าลดงานลงแต่ได้ของดีเท่าเดิมน่ะครับ..

...

ใน AI เราทำอย่างนี้ครับ เราใช้คำถามค้นหาเรื่องดีๆ ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะ "ลีน"

ใช้คำถามว่า.."ลองนึกถึงครั้งที่คุณรู้สึกทำอะไรได้เร็วขึ้นกว่าเดิม..มันเกิดอะไรขึ้น

ตัวอย่างครับมีโรงงานหนึ่ง..มีลูกศิษย์เดินมาถามพวกผม.."อาจารย์ครับ..ผมรู้สึกว่าผมใช้มือถือ Blackberry ทำอย่างนี้..แล้วรู้สึกขั้นตอนการส่งของให้ยี่ปั๊วมันลดจาก 5 ขั้นตอน..เหลือ 4 ขั้นตอนครับ..อาจารย์มันจะทำเป็น AI ได้ไหม.."

...

นี่ไง "ลีน" ไหมครับ..งานลด แต่ยังคุณค่าไว้เช่นเดิม..หรือดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ

.....

"ได้เลย เอาเลย คุณ ลุยเลย"

...

ได้เรื่องครับ..เขาทดลองขยายผลกันเอง ทดลองกันวันนั้นเลย..เห็นชัดๆ ว่ามันเร็ว..เมื่อลองเอาไปขยายผลระดับภูมิภาค..ปรากฏว่าลูกค้าถูกใจ..ระบบกลายเป็นจุดขาย..เอาไปขายระบบเกิดการบอกต่อ ภายใน 3-4 เดือน..เขาสามารถหาผู้รับซื้อสินค้าเขาได้กว่า 150 ร้าน..เป็นอัตราที่ไม่เคยทำได้มาก่อน..

...

ตอนนี้ขั้นตอนนี้กลายเป็นขั้นตอนที่มีการนำไปใช้ทั้งประเทศ เป็นนโยบายบริษัทไปแล้ว..

...

นี่ครับ..ในความเชื่อแบบ Appreciative Inquiry เราเชื่อว่าในระบบมีอะไรที่ "ลีน" อยู่แล้ว..เพราะโลกนี้ไม่มีใครทำงานได้เท่ากันครับ..มีใครสักคน..ทำได้ดีกว่าคนอื่นในบางจุดเสมอ..และทุกคนก็พยายามดิ้นรนทำงานของตัวเองให้เร็วขึ้นเสมอครับ..

ด้วยคำถามนี้แหละ จะสกัดความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ในเรื่องลีนของพนักงานออกมาได้..เมื่อเจอก็เอามาขายผลทำซ้ำ แล้ววัดผลครับ..ถ้าดีก็เปลี่ยนระบบไปเลย..

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร

อ้อ ภาพข้างล่างนี้ ผมกับเหล่ามหาบัณฑิต Appreciative Inquiry ครับ ก็ขอดีใจกับมหาบัณฑิตชาว AI Thailand ครับ ที่ MBA มหาวิทยาลัยขอนแก่น..รัก และชื่นชมมากๆครับ..แต่ละคนทำโครงการจริงวัดผลจริงครับ..หาดูงานชาว AI ที่ขอนแก่น ได้ที่ห้องสมุด MBA มหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ