มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีข้อบังคับให้ประเมินผลงานของผู้บริหารอย่างเป็น ระบบจริงจัง ใช้กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานและ กรรมการประเมิน และยังมีกรรมการสภาฯ จากคณาจารย์และฝ่ายบริหารร่วมเป็น กรรมการด้วย เนื่องจากวาระของผู้บริหารยาว ๔ ปี จึงกำหนดให้ประเมินทุกๆ ๒ ปี
วิธีประเมินทำ ๒ ส่วน คือพิจารณารายงานผลงานที่ผู้บริหารเขียนเสนอ กับส่งแบบสอบถามไปถามความเห็นของ (๑) ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในมหาวิทยาลัย (๒) อาจารย์ในคณะ (๓) เจ้าหน้าที่สายสนับสนุนในคณะ (๔) นักศึกษา (๕) บุคคล ภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะ แบบสอบถามสำหรับถามบุคคลแต่ละกลุ่มไม่ เหมือนกัน เน้นถามความเห็นที่เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนั้นๆ เช่นต่อผู้บริหารใน มหาวิทยาลัย เน้นถามเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การทำงาน แบบสอบถามต่อ นศ. เน้นถามเรื่องการจัดการเรียนการสอนและบริการ นศ. เป็นต้น
คะแนนที่ผู้บริหารได้รับโดยเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ คะแนนจากกลุ่มคณาจารย์ภาย ในหน่วยงาน ผู้กรอกแบบสอบถามบางคนให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในทางลบมาก และรุนแรง จนทำให้สงสัยว่าเกิดจากอคติความขัดแย้งส่วนตัว หรือผลประโยชน์ ส่วนตัวหรือเปล่า
ที่ผ่านมาวิธีประเมินของคณะกรรมการเป็นการประเมินกระดาษ คืออ่านจาก เอกสาร ไม่เคยพูดคุยกับผู้บริหารผู้นั้นเลย และโดยส่วนตัวผมสงสัยว่า การประเมิน แบบนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อน mediocrity ไม่ใช่พลังขับเคลื่อน excellence ผมจึงเสนอ ให้ลองเชิญผู้บริหารท่านนั้นมาคุยกับคณะกรรมการประเมินด้วย เพื่อตรวจสอบว่า การบริหารเน้นความราบรื่นและเป็นไปตาม norm หรือเพื่อสร้าง excellence
ผลเป็นอย่างไร จะนำมา ลปรร.
วิจารณ์ พานิช
๓๐ พ.ย.๕๔
เรียนท่านอาาจารย์หมอวิจารณ์ที่เคารพ
อยากเขียนแต่ไม่ค่อยกล้าครับ อยากให้มีประเมินแบบบวกๆ..
เช่น "ชอบใครที่สุดในมหาวิทยาลัย"
.ผมชอบรองศาสตราจารย์ท่านหนึ่งครับ..เป็นอาจารย์ภาคสถิติ..จบ MBA อ่านหนังสือสาย MBA อะไรี่ก้าวหน้าเหมือนท่านรู้ครับ..ท่านชอบเชียร์รุ่นน้องมากๆ..ไม่ผูกขาด..ไปทำงานด้วย ทำวิจัยนี่มันส์ครับ..ท่านรู้จักดึงคนเก่งๆ มาร่วมทีม..เป็นทีมที่ไม่ผูกขาดกับกลุ่มเดิมๆ...ทำให้ผมเป็นอาจารย์ MBA มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับ สุดยอดอาจารย์ด้านวรรณกรรมอิสานโบราณ อ่านภาพเขียนได้โบราณคล่อง..นี่ก็อีกคนที่ชอบ..ตอนนี้ผมรักอีสานมากๆ..จากโครงการล่าสุดที่ได้สัมผัสกับอาจารย์ท่านนี้...
...
แน่นอนมีสิ่งที่อึดอัดคับข้องมากมาย..แต่ก็มีอะไรดีๆ มากมาย..
...
อ้อ ที่มข. ผมชื่นชมและชอบฟังเล็กเชอร์ของศูนย์วิจัยโรคพยาธิในตับมากๆครับ..รู้สึกได้แรงบันดาลใจมากๆ..
...
ส่วนผู้บริหาร MBA เอง..ชอบตรงที่ท่านบอกว่า.."ไปเรียนต่อเถอะ จบเอก เดี๋ยวสร้างสรรค์ ทำอะไรได้อีกเยอะ..ว่าแล้วก็ส่งเรียนต่อ..ตอนนี้มีความสุขกับสิ่งที่เรียนมา...
....
อ้อ เรื่องบริหาร..ก็มีเรื่องขับข้อง..ถามหน่อย..อะไรหล่ะที่ไม่คับข้อง..ผมชอบอาจารย์ท่านหนึ่งครับ..เป็นรองคณบดี..แม่นหลักการ..ส่งเสริมลูกเดียว...
...
สมาคมศิษย์เก่า..ตอนแรกไม่ชอบเลย..แต่เอ๊..พอไปสัมผัส ไปรู้จัก กลับเป็นกลุ่มที่มีความกระตือรือร้น..หลังจบชอบเชิญผู้รู้ เช่นเชิญอาจารย์วิศิษย์ มาเป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษา เออ..เข้าท่า....
...
ตอนนี้สมาคมศิษย์เก่า MBA ไปไกล ถึงกับใช้ Dialogue ..กันในการประชุมกันในหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น..
...
ครับ..
แน่นอน นี่เป็นเรื่องราวดีๆ..ที่ถ้าหากกมีระบบการประเมินทางบวก (Appreciative Evaluation) ย่อมเห็นอะไรดีๆ..ครับ..เรื่องดีๆ ก็จะกลายเป็นโอกาสดีๆ มากขึ้น..
...
อยากให้มีการประเมินที่ให้เห็นทั้งปัญหาและคำตอบ+Fโอกาสในเวลาเดียวกัน..ไม่งั้นเห็นแต่ความขมขื่นครับ..
ด้วยความเคารพอย่างสูง
อ.ภิญโญ