6 เดือนเต็มกับการปลูกบ้าน ไม่คิดจริงๆว่าบ้านหลังแค่นี้จะใช้เวลานานได้ถึงขนาดนี้ ปัญหามันมากมาย ทั้งเงิน ทั้งช่าง ไฟฟ้า ปะปา ยุ่งยากวุ่นวายสุดๆไปเลย 6 เดือนที่สติแตก จิตตก และเสียการเสียงาน นับเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผมจริงๆครับ

 

ผมฝันอยากมีบ้านชานเมือง บ้านริมคลองมาตั้งแต่เด็กๆ แต่อนิจจาบ้านผมดันอยู่ใจกลางตัวเมือง มองไปทางไหนก็เห็นแต่ตึกบ้านเรือนแออัดยัดเยียดไปหมด ที่สำคัญแม่ผมก็เลี้ยงสุนัขซะมากมายเต็มบ้าน เห่าหอนกันทั้งวันทั้งคืน จนผมเริ่มมีอาการหูแว่ว แถมภูมิแพ้กำเริบหนักเพราะความรักต่อสัตว์โลกของคุณแม่ คุณแม่ก็รักลูกชายซะเหลือเกินไม่ยอมเลิกเลี้ยงสุนัข แต่หยิบยื่นที่ดินริมคลองในฝันมาให้แทน เป็นอันว่าผมจะปลูกบ้านด้วยตัวผมเองสักหลัง ใครอยากรู้ว่าปลูกบ้านเขาทำกันยังไง ก็ลองฟังผมโม้ดูนะครับ

 

ก่อนอื่นใด เราก็ต้องเช็กกับธนารคารก่อนว่า รายได้และหลักทรัพย์ของเรา น่าจะกู้ได้สักเท่าไร ก็ไม่อะไรมากเข้าเว็บธนาคาร มีโปรแกรมคำนวนให้เสร็จสัพ จากนั้นก็ดูสวัสดิการของหน่วยงานเรา ว่ามีอะไรบ้าง มีเบิกค่าเช่าซื้อไหม หรือมีดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษรึเปล่า เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเรา แต่ทั้งนี้ควรหาเงินสดเตรียมไว้ด้วยสัก 2 แสนบาท เพราะสร้างบ้านเองไม่มีเงินสดไม่ได้จริงๆ ผมก็พลาดตรงนี้หล่ะ แสนสาหัสจริงๆ

 

ขั้นต่อไป ก็ต้องออกแบบบ้าน ถ้าจะให้ดี ควรใช้แบบบ้านแบบโหลๆที่เขาทำๆกันหล่ะดี เพราะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แถมไม่ต้องเสียค่าเขียนแบบอะไรมากด้วย แต่ผมเห็นว่าพี่ชายเขียนแบบได้ ก็เลยลองคิดๆแบบเอง ผลก็คือปัญหามากมายมหาศาล แก้แล้วแก้อีก เสียอารมณ์เสียสตางค์เปล่าๆครับ แล้วก็ต้องเอาแบบไปให้ช่างตีราคาให้ชัดเจน ขอย้ำว่าต้องชัดเจน เพราะช่างบางทีถ้าเขาอยากได้งานจริงๆ ช่วงแรกก็มักเสนอราคาต่ำๆ แต่พอจะทำจริงๆ กลับทำไม่ได้ในราคาที่ตกลงกัน

 

พอได้ราคาบ้าน พอๆกับวงเงินที่พอหาได้แล้ว ยังครับ ยังไม่เข้าธนาคาร ต้องตรวจสอบเรื่องไฟฟ้า ปะปาก่อน ถ้ากรณีไม่มีเสาไฟเข้าบ้าน ไม่มีปะปา ควรติดต่อเรื่องค่าใช้จ่ายก่อน การขยายเขตการไฟฟ้าจะเสียเงินค่าเสาไฟต้นละ 9500 บาท บวกค่าสายไฟค่าติดตั้ง ค่ามิเตอร์ไฟชั่วคราว ค่ามัดจำอีก หลายหมื่นครับ รับรองว่าราคาการไฟฟ้าหน่วยงานของรัฐนั้น เป็นราคาที่ไม่เป็นธรรมและขูดเลือดขูดเนื้อประชาชนโดยแท้จริง ขอยืนยันว่าเป็นความจริงแท้ ปะปาอีก และก่อนจะยืนกู้ธนาคาร ต้องต่อน้ำ ต่อไฟฟ้าให้เรียบร้อยก่อน เพราะผมเจอมาแล้วคือ ธนารคารจะปล่อยกู้เพียงแค่ร้อยละ 70 ของราคาประเมินเท่านั้นหากบ้านอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าเกิน 100 เมตร

 

เมื่อขึ้นเสาไฟแล้ว ก็ต้องเอาแบบบ้านไปให้เทศบาล อบต. หรือสำนักงานเขต ตรวจสอบก่อน ถ้าบ้านอยู่ในเขตควบคุมอาคารแบบบ้านผม ก็ซวยหน่อย เพราะต้องทำตามระกฏหมายควบคุมอาคารทั้งหมด เช่น ต้องมีบ่อดักไขมัน บรรไดต้องชันไม่เกินที่กำหนด ต้องมีชานพัก ตัวบ้านต้องห่างจากกำแพงเกินกว่า 1 เมตร สารพัดครับ นอกจากกฏหมายควบคุมอาคาร ก็ยังมีกฏหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีก เช่น กฏหมายของกรมเจ้าท่า ที่ต้องปลูกบ้านห่างจากคลองสาธารณะเกินกว่า 6 เมตร อันนี้ผมเจอมาเหมือนกัน เซ็งสุดๆ ถ้าไม่ตรวจสอบเอาไว้ให้เรียบร้อย ได้เสียเงินแก้ไขแบบบ้านอีก ถ้าแบบบ้านโอเค ประมาณ 2 อาทิตย์ก็ไปรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารได้แล้ว

 

เราจะใช้แบบบ้านที่ผ่านการอนุมัติแล้วในการยื่นกู้ต่อธนารคาร พอยื่นหลักฐานการกู้แล้ว ให้ถามธนาคารเลยว่าบริษัทไหนเป็นผู้ประเมินราคา เพราะธนาคารจะปล่อยกู้ตามราคาประเมินจากบริษัทประเมินเท่านั้น แล้วก็ให้รีบแจ้นไปคุยกับบริษัทประเมินเลย ขอราคาที่ต้องการให้ได้ ถ้าไม่เช่นนั้น เขาจะกดราคาบ้านจนบางทีสร้างบ้านไม่ได้เลย ผมเองก็เป็นแบบนั้น สุดท้ายต้องอุทรวงเงินเพราะสร้างบ้านไม่ได้จริงๆ เสียเวลาเปล่าๆ สู้ไปล๊อบบี้เอาไว้ก่อนดีกว่า

 

พอธนาคารอนุมัติวงเงินแล้ว ก็ทำสัญญาจ้างช่างได้เลย จะเอาแบบเหมาทั้งแรงทั้งของ หรือเฉพาะแรงเราซื้อของเอง ก็แล้วแต่นะครับ แล้วแต่เงินสดในกระเป๋า ผมเอาแบบครึ่งๆ บางอย่างซื้อเอง บางอย่างช่างชื้อ แต่ต้องทำสัญญาให้ชัดเจน อย่าจ่ายเงินล่วงหน้าเด็ดขาด อันนี้สำคัญที่สุด การทำสัญญามักจะจ่ายเป็นงวดๆ งวดล่ะเท่าไร ก็ให้เทียบจากตารางปริมาณงานของธนาคารเอาครับ และที่ขาดไม่ได้คือต้องคิดค่าปรับกรณีช่างทำบ้านล้าช้าไม่เสร็จตามกำหนดเวลา เอาหนักๆไปเลย ไม่งั้นบ้านไม่เสร็จสักทีครับ

 

ที่ขาดไม่ได้คือการทำบัญชี เพราะหากไม่ทำบัญชีให้ชัดเจน เงินคุณก็จะบานไปเรื่อยๆ สุดท้ายเงินไม่พอจ่าย (แบบผม) ผมเจอหมด ทั้งขาดเงินหมุน ธนาคารอนุมัติวงเงินไม่พอ ของขึ้นราคาเพราะน้ำท่วม และค่าใช้จ่ายไม่คาดฝันอีกมากมาย

 

อะไรก็ตามที่ไม่มีในแบบบ้าน ถ้าเพิ่มหรือแก้ไขมันเป็นเงินเป็นทองไปหมด บางทีผู้รับเหมาก็ทำๆไปตามที่เราขอ โดยไม่แจ้งอะไรเรา แต่สุดท้ายคุณจะได้ใบแจ้งหนี้มหาศาล อันนี้จึงต้องให้ช่างทำใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ไม่งั้นคุณอาจโดนเรียกเก็บเงินแบบไม่เป็นธรรมก็ได้ (โดนมาแล้ว)

 

ก่อนที่ธนาคารจะจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้ ต้องไปเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าจากไฟชั่วคราวเป็นไฟถาวร แล้วเก็บใบเสร็จค่าติดตั้ง หรือใบเสร็จค่าไฟฟ้าก็ได้ส่งผู้ประเมิน ไม่งั้นธนาคารก็ไม่จ่ายเงินงวดสุดท้าย อันนี้ก็ต้องใช้เงินอีก

 

มนุษย์เงินเดือนเล็กๆแบบผม ก็คงปลูกบ้านได้หลังแค่นี้ละครับ แค่นี้ก็แย่แล้ว ชาตินี้คงไม่ปลูกบ้านอีกแล้วล่ะ เข็ดจริงๆ รอบ้านมรดกตกทอดดีกว่า แฮะๆ

 

 

ดูบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆกันดีกว่านะครับ สดๆร้อนๆเลย แต่เด็กส่งของที่มาบ้านผม มันบอกบ้านผมเหมือนปลูกมาสามสิบสี่สิบปีแล้ว ดูเก่าๆ ผมก็จงใจให้เป็นแบบนั้น ผมไม่ชอบบ้านใหม่ ผมชอบอะไรที่ดูไม่สมบูรณ์แบบ อะไรที่มีตำหนิและดูเก่าๆ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นนะครับ บ้านผมที่ข้อนข้างกว้าง เงินเลยหมดไปกับกำแพงบ้านแยะเหมือนกัน ขนาดเอาแบบง่ายๆถูกๆที่สุดแล้ว ก็ยังไม่วาย

 

 

บ้านผม ทั้งลั้ว และโรงจอดรถไม่ทาสีครับ ผมใช้สีฝุ่นผสมลงไปในปูนฉาบ แล้วฉาบบ้านแบบหยาบๆ เอาแบบมาจากร้านกาแฟพี่บอย คนสวนบ้านคลอง เห็นแล้วชอบ ยิ่งเห็น primo ที่โครราชแล้วยิ่งชอบไปใหญ่ เลยเอามั้ง ทำแล้วมันดูเก่าๆดี แต่ไม่ถูกใจเท่าไร สีมันจางไปนิดนึง แล้วขอบมันคมไป ผมอยากได้ขอบมนๆ แต่อีกพักบ้านผมคงจะมีรอยตะไคร้จับบ้าง ก็ดีครับ แนวดี ขออย่าให้ร้าวล่ะกัน

 

 

พื้นที่ดาดฟ้าแยะครับ ผมชอบดาดฟ้า ชอบดูดาว ไว้นั่งกินหมูกะทะ ฮิๆ หลังคาบ้านเป็นลอนคู่ธรรมดาๆ จริงๆตั้งใจเอาไว้ว่าจะเอาหญ้าคามุงทับ ให้มันออกมาเป็นแบบกระท่อม แล้วบ้านก็จะเย็นด้วย ที่สำคัญผมชอบชายคาที่เป็นหญ้าคาเวลาฝนตก มันจะมีหยดน้ำไหลลงมาเป็นสายๆตามปลายหญ้าคา มันให้ความรู้สึกโรแมนต์ยังไงไม่รู้ แต่ไปๆมาๆชักกลัวแมลง แถวนี้แมลงแยะมาก กลัวมันจะมารวมพลกันบนหลังคาหญ้าคาผม ก็เลยเอาไว้คิดกันทีหลัง แต่เพื่อไม่ให้ร้อนมาก ก็ใส่ลูกหมุนระบายอากาศลงไปด้วย ดูตลกๆ ยังไงไม่รู้ ส่วนที่เห็นเป็นเสาๆบาร์ๆนั้น เดี๋ยวปั๊มเงินได้ จะหาช่างทำชิงช้ามาแขวนเอาไว้

 

 

ส่วนริมคลอง ทำเป็นบ้านหลังเล็กๆ ไว้เป็นห้องทำงาน มีสะพานเชื่อมบนดาดฟ้า ไว้นั่งรับลมเย็นๆริมน้ำ ถ้าสังเกตุนอกบ้านผมจะใช้ไฟสีเหลืองเข็มทั้งหมด เป็นไฟไล่ยุงครับ ก็ดูว่าลดจำนวนยุงได้เหมือนกัน แต่ให้บรรยากาศเหมือนร้านหมี่เกี๊ยวยังไงไม่รู้ แต่ที่ไม่ชอบเลย คือกันสาด แต่ต้องทำเพราะว่าฝนสาดเหลือเกิน ถ้ามีกะตังว่าจะเปลี่ยนเป็นกันสาดหลังคาแผ่นไม้ น่าจะเข้ากับบ้านผมมากกว่า

 

 

มุมริมคลองตรงนี้ผมชอบที่สุดเลย จริงๆอยากทำให้ชิดคลองมากกว่านี้ แต่ผิดกฏหมายครับ ต้องห่างจากคลอง 6 เมตร แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเก็บตังค์ทำศาลาริมน้ำไปเลย

 

 

หลังบ้านผมติดชายป่า ลมเย็นๆน่าขนลุกยังไงไม่รู้สิครับ

 

 

เข้าบ้านล่ะครับ ห้องครัวก่อน ครัวอยู่บ้านหน้าเลยครับ ก็อยากให้อยู่หน้าบ้านไม่ชอบครัวหลังบ้าน ครัวยังต้องทำอีกแยะครับ แต่เอาเท่านี้ก่อนละกัน สีที่ใช้ทาในบ้านผมจะดูแด่นๆนิดนึง เพราะว่าไม่ใช่สีทาปูนธรรมดา แต่เป็นสีปูน สีปูนคือสีที่ทำมาจากปูน จริงๆผมจะให้ช่างผสมสีฝุ่นในเนื้อปูนฉาบภายใน แต่ผู้รับเหมาบ่นว่าช่างฉาบปูนค่าแรงแพงกว่าช่างทาสี เลยใช้สีทาแทน แต่ใช้สีปูน สีปูนมีข้อดีที่ไม่ลอกล่อน ไม่บวม ไม่เหม็นกลิ่นสีครับ แต่ข้อเสียคือเปื้อนง่าย และทายาก ต้องทาหลายรอบ

 

 

ห้องทำงานสีเขียวๆ เขาว่าช่วยให้อารมณ์ดีแจ่มใส ห้องนี้มีปัญหามาก เพราะว่าผมกำหนดให้หน้าต่างมีความสูงเท่ากับขอบโต๊ะทำงาน เพราะเวลาทำงาน มันดูเหมือนว่าห้องจะโล่งๆดี แต่ช่างก็ปรับใหม่ให้สูงขึ้นโดยไม่บอกผม โดยอ้างว่ามันต่ำกว่าระดับมาตรฐาน ผลคือขอบหน้าต่างด้านบนติดคานบน ซึ่งทำให้ติดผ้าม่านยาก และยังมีเสียงก้องมากๆอีกด้วย

 

 

ต่อไปเป็นห้องแต่งตัวหน้าห้องน้ำ ใช้สีแรงๆ แดง เขียว เหลือง ดำ เจ็บๆแสบๆนิดนึง คือภายนอกบ้านผมใช้สีเก่าๆทึมๆแล้ว ในบ้านอยากให้มันเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง แต่ถ้าเป็นห้องที่ใช่เวลาอยู่นานๆ มันก็จะแรงไป เลยใช้ห้องนี้เป็นห้องเล่นสีซะเลย

 

 

ห้องส้วม หน้าต่างแบบไทยโบราณ คือยาวๆใหญ่ๆเหมือนบานประตู เสียดายติดโถส้วมห่างหน้าต่างไปหน่อย ทำให้เวลานั่งไม่สามารถเอื้อมเปิดปิดหน้าต่างได้ ห้องส้วมผมจะแห้งมากๆ ระบายอากาศดีสุดๆ เพราะผมจะใช้เวลากับห้องนี้นานพอสมควรในแต่ละวัน

 

 

ห้องอาบน้ำผมแยกจากห้องส้วมเด็ดขาด ตอนแรกมีหน้าต่างไม้ยาวๆแบบห้องส้วม แต่ตัดให้สั้นลง เพราะมันจะเปียกน้ำและผุได้ง่าย แล้วเอาบล๊อกแก้วใส่แทน บล๊อกแก้วค่อนข้างใส ใครขี้อายท่าว่าจะอาบน้ำบ้านผมไม่ได้แน่ๆ แต่ผมก็แก้ไขโดยเอาต้นไม้มาปลูกบังไว้หลังบล๊อกแก้ว แล้วก็ยังมีหน้าต่างบานเลื่อนบานยักษ์ไว้เปิดตอนนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ ก็ผมไม่ชอบห้องแคบๆ ชอบอะไรโล่งๆ ก็เลยออกมาแบบนี้ แต่ที่ผิดแบบไปก็คือ ผมกำหนดให้หน้าต่างอยู่ต่ำในระดับอ่างอาบน้ำ แต่มันก็ออกมาผิดแบบแบบที่เห็น

 

 

ห้องรับแขกเล็กๆผิดแบบไปพอสมควร ไม่อยากพูดถึงเลยจริงๆ ปวดหัว ห้องนี้ทำฝ้าสีฟ้า กะว่าจะหาเด็กติสมาเขียนสีเป็นก้อนเมฆให้ดูเหมือนท้องฟ้าให้สักหน่อย

 

 

ทางขึ้นชั้นสอง ประตูอยู่ที่พื้นครับ เป็นบานเลื่อนคล้ายๆประตูของหอไตรกลางน้ำตามวัดเก่าๆ สาเหตุเพราะอยากให้ห้องนอนชั้นบนมีหน้าต่างรอบทิศ บานเลื่อนออกมาผิดจากที่คิดนิดหน่อย กะจะให้มันเป็นระดับเดียวกับพื้น หลายๆคนมาบ้านผมไม่ชอบมันเลย แต่ผมชอบก็พอและ ก็บ้านผมน่ะ

 

 

ห้องนอนทาสีฟ้า ก็รอเขียนสีให้เป็นลายก้อนเมฆเช่นกัน ฝ้าหลุมสีดำ ดูแปลกๆ ปกติเขาจะใช้สีสว่างๆ แต่ผมมีแผนจะเอาไฟเบอร์ออฟติกไปติดเพื่อทำเป็นแผนที่ดวงดาวของท้องฟ้าในวันที่ผมเกิด ตอนนี้กำลังหาอุปกรณ์อยู่ คงต้องทำเอง เพราะถ้าจ้างเขาทำ ท่าว่าจะหลายหมื่นบาทอยู่